ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอนดรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอนดรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

4 เรื่องน่าเซ็งสำหรับคนใช้ IOS

หากพูดถึงดราม่า ทุกวันนี้มีเรื่องให้เราดราม่ากันเยอะ ก็ไม่รุ้มันจะดราม่ากันทำไม ในเมื่อทุกอย่างมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เหมือนอย่างเรื่องที่ชอบดราม่ากันตั้งแต่ก่อน สุโขทัย มาลพบุรี อยุธยา ธนบุรี ยุคสมัยนี้เป็น กทม. ก็คือ  กับ IOS
    แน่นอนว่า ในยุคเทคโนโลยีค่านิยมของมันก็คงไม่พ้น Android กับ iOS ซึ่งเป็นสิ่งบันเทิงทุกครั้ง ที่ได้อ่าน แต่ไม่ใช่ในตัวคอลั่มนะ แต่เป็นการอ่านคอมเม้นที่ด่ากันไปด่ากันมา จนผมมีอารมณ์ร่วมด้วย อย่างการบัพกันอย่างเป็นสเต็ปในเรื่องข้อเสียของ iOS ที่พอทราบมาบ้าง
    สเต็ปแรก: สำคัญมาก สำคัญกว่าระบบปฏิบัติการคือ แพงมาก แพงมหาศาล ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้พบว่า มีสมาทโฟนที่แพงอย่างนี้ ผมว่าที่มันแพง คงเพราะเคลือปทองฝังเพชรไว้หละซื้อทีทำเอาตัวเบาขึ้นเยอะ
    สเต็ปที่สอง: มือถืออะไรไม่รู้โคตรยุ่งยากเลย คือสิ่งที่คนเราต้องการก็คือความรวดเร็วเพราะบางทีก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นปะ แต่นี้พอจะเอาเพลง ภาพเข้าที ต้องทำผ่าน iTunes และถ้าจะนำรูปจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iPhone ก็ต้อง syn ผ่าน iTunes ณ จุดๆนี้คงต้องมีเวลาราวๆ 3 ชั่วโคตรเห็นจะได้ กับความยากลำบากในการเอา เข้าๆ ออกๆ
    สเต็ปสาม: รูปภาพและเพลงจะลบได้ต้องผ่าน Itunes เท่านั้นด้วย! งั้นชีวิตนี้เราจะไม่ขาดนาย Itunes ต้อง Love มากเลยเพราะถ้าขาดนายเราคงลบอะไรไปจากชีวิตไม่ได้อะ เปรียบเสมือนความทรงจำที่มีต่อแฟนเก่าที่ลบไม่ออก ยิ่งลืมกลับจำ เป็นเรื่องที่ทะเทือนใจอย่างแรงเลยเน้อ
    สเต็ปสี่: การโหลดโปรแกรมใน App store วุ่นวายมากคือต้องมานั่งใส่ ID ทุกครั้งๆเมื่อโหลดโปรแกรม บางทีก็อยากให้มันจดจำได้บ้างเพราะเราก็ไม่ได้โหลด Appทุกวันไง นานๆทีมี App น่าสนใจมาเราก็โหลด แล้ว! คืออะไร? ต้องมาใส่ทุกครั้ง บอกได้คำเดียวว่าบางทีก็มีลืมเหมือนกันนะ
    วันนี้เอาไป 4 สเต็ปก่อนเพราะถ้าขึ้นสเต็ป 5 เดี๊ยวจะรับกันไม่ไหวจนต้องมาดราม่าหยั่งกับละครน้ำเน่าหลังข่าวอีก ก็แหม มีการ อิจฉา ริษยา ด่าทอ งอลง้อ ขอแต่งงาน อวสาน จบ! ด้วย คอนเซ็บง่ายๆของละครไทยและลองมาเทียบกับเรื่อง Android และ IOS มันก็คงจะใกล้ถึงจุดไคลแมกซ์แล้วหละเพราะตอนนี้ก็กำลังด่าทอกันอยู่
    แต่เดี๊ยวสักพักอีกสเต็บก็แต่งงานจนสุดท้ายก็อวสานและ จบไป แต่ยอมได้ที่ไหน เรื่องมหากาฬแบบนี้ยังต้องมีภาค 2 3 4 5 ถึง 100 กันแน่นอน แต่ไม่ว่าจะมีกี่ภาคผมก็อวยคู่นี้...ให้ได้กัน มันก็คงไม่พ้นคำโบราณที่ว่า "เกลียดอย่างไรได้อย่างนั้น" หรือ "ทะเลาะกันมากๆเดี๊ยวก็ได้(แต่ง)กัน" แน่นอน
    จริงๆการทะเลาะกัน มันไม่ได้มีแค่การด่าทอกันอย่างเดียวหรอก มันต้องมีการโชว์ภูมิกันด้วย โชว์ว่าข้านี่หละรู้ดีที่สุดแล้ว พูดง่ายๆทำตัวเป็นผู้ผลิต เนี่ยนะเครื่องนี้มันเป็นอย่างงี้ๆนะ
    จนผมเหมือนจะเริ่มเห็นล่างๆแล้วหละ เหมือนเห็น Steven Jobs หรือ Andy Rubin มานั่งอธิบายสรรพคุณด้วยตัวเอง คนอะไรจะรู้ดีขนาดนั้น เนี่ยนะ IOS เป็นแบบนั้น นั้น นั้น Android เป็นแบบนี้ๆ โคตรเจ๋งเบยยย แต่พอมาดูในเว็บขายมือถือหรือไปถามพนักงานขายในร้านเพราะจะซื้อ
    อุ้ย!ไม่ใช่อย่างที่คนเม้นคนนั้นบอกหรอหน้าแตกเลย เพราะก่อนหน้านี้โชว์ภูมิเหมือนคนที่มาเม้นไว้เยอะเลย "ผมนี่ง่อยเลย"
    แต่ไม่ว่ายังไงผมว่าการที่ Android กับ IOS เป็นคู่รักคู่แค้นกันก็คงจะดีแล้วเพราะหาก Android ไม่มี IOS หรือ IOS ไม่มี Android ที่เป็นของคู่กันตั้งแต่สมัยกรุงศรี....ก็คงไม่นานขนาดนั้น มันก็คงไม่มีการพัฒนาอะไรให้เราใช้เลย
    แต่หากใครไม่พอใจเรามีวิธีวัดความเจ๋งของ Android กับ IOS ที่เถียงกันละว่าใครเจ๋งกว่า นั่นคือ เอาทั้ง 2 อันเนี่ยไปปลูกสะระแหน่ที่หลังบ้าน อันไหนขึ้นก่อน ชนะ I'm winner

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394405/

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิว 26 ฟีเจอร์ลับสุดเจ๋งใน Android 5.0 Lollipop

รีวิว 26 ลับสุดเจ๋งใน Android 5.0 Lollipop พร้อมเทคนิคการใช้งานดีๆ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
จากที่ล่าสุด ทางกูเกิล (Google) ได้เริ่มทยอยปล่อยอัพเดทระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง Android 5.0 Lollipop ให้กับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตหลายๆ รุ่น เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยปล่อยอัพเดทให้แก่ผลิตภัณฑ์ในตระกูล Nexus ก่อน ซึ่งได้แก่ Nexus 5, Nexus 4, Nexus 7 (2013), Nexus 7 (2012) และ Nexus 10
โดยผู้ใช้งานในประเทศไทยบางรายก็ได้ทำการอัพเดทกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop นี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งฟีเจอร์ลับสุดเจ๋ง และเทคนิคการใช้งานที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ ท่านก็อาจจะยังไม่ทราบกันว่ามีฟีเจอร์ดีๆ เหล่านี้ซุกซ่อนอยู่
ดังนั้นในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์จึงขออาสา รวบรวมฟีเจอร์เด็ด และเทคนิคใหม่ๆ บน Android 5.0 Lollipop มาให้ทุกท่านได้ติตดามกันแบบเต็มอิ่มครับ
1. เกมสุดเซอร์ไพรส์ ไข่อีสเตอร์ (Easter Egg) ที่ซ่อนอยู่ใน Android 5.0 Lollipop
 
ระบบปฏิบัติการใหม่ มักจะซ่อนบางสิ่งที่เซอร์ไพรส์ หรือที่เราเรียกว่าไข่อีสเตอร์ (Easter Egg) ไว้ อยู่เสมอ ซึ่งใน Android 5.0 Lollipop ก็มีด้วยเช่นกัน นั่นคือเมื่อผู้ใช้งานได้ทำการอัพเดทเป็นระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop) เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า>เกี่ยวกับโทรศัพท์ และแตะที่ช่อง เวอร์ชันของ Android 5.0 เพียงแตะ 4 ครั้งแบบเร็วๆ และตัวรูปภาพอมยิ้ม หรือ Lollipop ก็จะแสดงขึ้นมาให้เห็น
ต่อด้วยการกดค้างที่ตัวรูปภาพอมยิ้ม ประมาณ 4-5 วินาที ก็จะเป็นการเข้าสู่ตัวเกมที่ดูคล้ายกับเกม Flappy Bird ซึ่ง วิธีการเล่นนั่นก็ไม่ยาก โดยให้เราแตะที่หน้าจอเพื่อให้ตัวหุ่นกระป๋องแอนดรอยด์ กระโดดหลบลูกอมยิ้ม และเดินทางผ่านด่านไปให้ไกลมากที่สุด
2. ฟังก์ชัน Tap & Go หรือ คัดลอกบัญชีไปยังเครื่องใหม่
 
 
โดย ฟังก์ชัน Tap & Go นี้จะเริ่มให้ใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานได้เปลี่ยนเครื่องมาใช้สมาร์ทโฟนที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop) หรือ ทำการอัพเดทเวอร์ชันแล้ว ฟังก์ชัน Tap & Go จะทำการจับคู่สมาร์ทโฟนเครื่องเก่า และเครื่องใหม่ผ่านการสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ หรือ NFC พร้อมทำการคัดลอกบัญชี, แอปพลิเคชัน และข้อมูลจากเครื่องเก่ามายังเครื่องใหม่ผ่านการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ (Bluetooth)
3. การใช้งานแอปพลิเคชันผ่านข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ
เมื่อ มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏบนหน้าจอ Lock Screen ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปดูข้อความ หรือเปิดใช้งานแอปพลิเคชันนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการแตะที่ข้อความนั้น 2 ครั้ง
4. เลือกปิดการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ต้องการ บนหน้า Lock Screen
 
ใน ส่วนของการแจ้งเตือนบนหน้า Lock Screen เราสามารถปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ของแอปพลิเคชันใดๆ ที่เราไม่ต้องการให้แจ้งเตือนได้ โดยแตะค้างที่ข้อความแอปพลิเคชัน ประมาณ 1-2 วินาที ก็จะมีเมนูตั้งค่าแสดงขึ้นมา และเราก็สามารถใช้คำสั่งบล็อกการแจ้งเตือน หรือให้แจ้งเตือนเฉพาะเรื่องที่สำคัญเท่านั้นก็ได้เช่นกัน
5. ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดบนหน้าจอ Lock Screen
 
หาก ไม่ต้องการให้มีการแจ้งเตือนใดๆ บนหน้า Lock Screen ทั้งสิ้น เราก็สามารถปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดได้ โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > เสียงและการแจ้งเตือน และเลื่อนลงมาตรงช่อง "เมื่ออุปกรณ์ล็อค" แล้วเลือก "ไม่ต้องแสดงการแจ้งเตือนใดๆ"
6. ฟังก์ชันลัดบน Notification Bar ที่มากขึ้น
 
เมื่อ ปัดขอบหน้าจอด้านบนลงมาก็จะเข้าสู่โหมด Notification Bar ซึ่งด้านบนนั้นจะมีการแจ้งเตือนสถานะต่างๆ และถ้าปัดลงมาอีกหนึ่งครั้ง ก็จะเข้าสู่ฟังก์ชันลัดได้ หรือหากใช้สองนิ้วในการปัดขอบหน้าจอลงมาก็จะเข้าสู่ฟังก์ชันลัดได้ทันทีเช่น กัน โดย Android 5.0 Lollipop ได้มีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่บางอย่างเข้ามาในส่วนของ Notification Bar นี้
7. เข้าใช้งานฟังก์ชันไฟฉายได้อย่างรวดเร็วทันใจจาก Notification Bar
ฟังก์ชัน ไฟฉาย ที่บรรดาผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนก็มักจะเปิดใช้งานกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งในระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ก็ได้ใส่ฟังก์ชันนี้มาให้ใช้งานตั้งแต่ต้น โดยสามารถเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็วจากทางลัดบน Notification Bar นั่นเอง
8. สามารถปรับค่าความสว่างของหน้าจอบน Notification Bar ได้แล้ว
 
ระบบ ปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ได้มีการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งค่าความสว่างของหน้าจอได้จาก Notification Bar โดยตรง
9. การเพิ่มฟังก์ชันลัดบน Notification Bar
เมื่อ ผู้ใช้งานเปิดฟังก์ชันอื่นๆ ที่ไม่เคยปรากฏเป็นฟังก์ชันลัดบน Notification Bar มาก่อน ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop จะทำการบันทึกการใช้งานของเรา และเพิ่มฟังก์ชันที่เราใช้งานบ่อยๆ เอาไว้บน Notification Bar ให้โดยอัตโนมัติ
10. เข้าใช้งานนาฬิกาปลุกบน Notification Bar
 
อีก หนึ่งช่องทางในการเข้าสู่ฟังก์ชัน นาฬิกาปลุก คือผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานฟังก์ชันนี้ผ่านทาง Notification Bar ได้ทันที เพียงแตะที่การแจ้งเตือนนาฬิกาปลุก ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายของการแจ้งเตือนเวลาปัจจุบันนั่นเอง
11. ความพิเศษของแอปพลิเคชันนาฬิกา
 
 
 
ความ พิเศษเล็กๆ อย่างหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา ของแอปพลิเคชันนาฬิกาก็คือ พื้นหลังของแอปพลิเคชันนาฬิกาจะมีการเปลี่ยนสีตลอดเวลา เช่นช่วงเช้าจะเป็นสีน้ำเงิน, ช่วงเที่ยงจะเป็นสีฟ้า, ช่วงเย็นจะเป็นสีม่วงเข้ม และช่วงกลางคืนจะเป็นสีดำ
12. โหมดลำดับความสำคัญ
 
 
 
สำหรับ โหมดลำดับความสำคัญนั้น ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเสียงแจ้งเตือนในข่วงเวลาสำคัญต่างๆ ได้ โดยผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าโหมดลำดับความสำคัญได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ "โหมดห้ามรบกวน" ซึ่งเมื่อเลือกใช้งานจะมีไอคอนรูปวงกลม และมีเส้นเฉียงตรงกลาง ที่ด้านบนขอบหน้าจอ, "โหมดเรื่องสำคัญ" ซึ่งเมื่อเลือกใช้งานจะมีไอคอนรูปดาว ที่ด้านบนขอบหน้าจอ และ "โหมดรบกวนได้ทั้งหมด" ซึ่งเมื่อเลือกใช้งานจะไม่มีไอคอน รูปใดๆ เลย ส่วนวิธีการตั้งค่า ให้เรากดปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง โหมดลำดับความสำคัญก็จะแสดงขึ้นมา
 
พร้อม ทั้งยังสามารถกำหนดวัน และเวลาเพื่อไม่ให้ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกด้วย รวมไปถึงกำหนดการแจ้งเตือนเรื่องสำคัญต่างๆ ของแต่ละรูปแบบได้เพียง เข้าไปที่ การตั้งค่า > เสียงและการแจ้งเตือน > เสียงแทรก และเลือกการแจ้งเตือนของหัวข้อ "เรื่องสำคัญ"
13. สามารถเพิ่มผู้ใช้งานบัญชีอื่นได้
 
 
เมื่อ เพื่อนเราลืมมือถือไว้ที่บ้าน และต้องติดต่องานสำคัญ ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ได้เพิ่มความสามารถในการล็อกอินด้วยอีเมลเพื่อใช้งานบนมือถือเราได้ โดยเพิ่มบัญชีอีเมลที่ด้านบนของ Notification Bar รวมไปถึงสามารถรองรับการเปลี่ยนรูปภาพ และเปลี่ยนชื่อของโปรไฟล์ ได้อีกด้วย
14. จำกัดการใช้ SMS และการโทร ของผู้ใช้งานบัญชีอื่น
 
 
ผู้ ใช้งานสามารถจำกัดสิทธิ์การใช้งานข้อความ SMS ของผู้ใช้งานบัญชีใหม่ หรือจำกัดการโทรของผู้ใช้งานร่วมได้ โดยเข้าไปที่การตั้งค่าผู้ใช้ที่ด้านบนของบน Notification Bar และเข้าไปที่การตั้งค่าเพิ่มเติม แล้วเลือกการตั้งค่าของผู้ใช้งานบัญชีใหม่ หรือผู้ใช้งานร่วม
15. เปลี่ยนธีมคีย์บอร์ด
 
 
ผู้ ใช้งานสามารถเปลี่ยนคีย์บอร์ดได้สูงสุดถึง 4 รูปแบบ โดยเข้าไปที่การตั้งค่า > ภาษาและการป้อนข้อมูล > แป้นพิมพ์ปัจจุบันของ Google > ลักษณะที่ปรากฏ และรูปแบบ
16. ค้นหาฟังก์ชันต่างๆ ในส่วนของการตั้งค่า
ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ได้เพิ่มความสามารถในการพิมพ์คีย์เวิร์ดเพื่อค้นหาฟังก์ชันต่างๆ ในส่วนของการตั้งค่ามาให้ด้วย
17. การแก้ไขการแสดงผลสี สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา
 
ผู้ บริโภคบางรายจะมีความผิดปกติทางสายตา หรือเรียกง่ายๆ ว่า ตาบอดสี ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop จึงได้เพิ่มฟังก์ชันการแก้ไขสีนี้มาให้ โดยเข้าไปที่ตั้งค่า > การเข้าถึง > การแสดง > การกลับสี หรือ การแก้สี
18. Smart Lock ที่ไม่เหมือนใคร
 
 
สำหรับ Smart Lock นั้นเป็นฟังก์ชันในการปลดล็อคหน้าจอได้จากลักษณะของการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเชื่อมต่อ Bluetooth กับ Smartwatch, NFC กับบัตรรถไฟฟ้า MRT หรือ บัตร 7-Eleven, สถานที่ ที่ผู้ใช้งานมักอยู่เป็นประจำ และใบหน้าของผู้ใช้งาน โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ความปลอดภัย > Smart Lock และเลือกรายการปลดล็อคหน้าจอ
19. โหมดตรึงหน้าจอ
 
 
สำหรับ โหมดนี้จะเป็นเสมือนการตรึงหน้าจอการใช้งานให้อยู่ในหน้านั้นตลอดเวลา ถึงแม้ว่าผู้ใช้งานจะคุยโทรศัพท์อยู่ก็ตาม วิธีใช้งานให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > ความปลอดภัย > การตรึงหน้าจอ และเปิดการใช้งาน ตัวปักหมุดก็จะขึ้นอยู่มุมล่างขวาของแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เราใช้งานอยู่ปัจจุบัน เมื่อกดที่ปักหมุดแอปพลิเคชันนั้นก็จะแสดงการใช้งานตลอดเวลา และเมื่อต้องการจะปิดการใช้งาน ก็เพียงแค่กดปุ่มย้อนกลับ และปุ่มฟังก์ชัน
20. การแสดงผลข้อความที่มีค่าความเปรียบต่าง (คอนทราสต์) สูง
 
สามารถ ตั้งค่าให้การแสดงผลตัวอักษรบนสมาร์ทโฟนของเรามีความคมชัด หรือมีค่าความเปรียบต่าง (คอนทราสต์) ที่มากขึ้นได้ โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > การเข้าถึง และเลือกข้อความคอนทราสต์สูง
21. ข้อความขนาดใหญ่
 
นอก การการปรับค่าความเปรียบต่างแล้ว เราก็ยังสามารถตั้งค่าให้ตัวอักษรบนสมาร์ทโฟนของเรามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้ โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > การเข้าถึง และเลือกข้อความขนาดใหญ่
22. ขยายหน้าจอส่วนที่ต้องการ
 
โดย ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานบางท่านที่มีปัญหาด้านสายตา เช่นสายตาสั้น หรือสายตายาว และอาจจะต้องมองหน้าจอในระยะที่ใกล้ หรือไกลกว่าปกติ ซึ่งเราสามารถย่อ หรือขยายการแสดงผลได้โดยเลือก การตั้งค่า > การเข้าถึง และเลือกเปิดการใช้งาน "ท่าทางสัมผัสการขยาย" ส่วนวิธีการใช้งานนั้นพียงแตะสามครั้งบนหน้าจอส่วนที่ต้องการขยาย รวมไปถึงการบีบ หรือแยกนิ้ว เพื่อการย่อ-ขยาย และใช้สองนิ้วแตะที่หน้าจอเพื่อเลื่อนขึ้น-ลง และหากต้องการหยุดใช้งานก็เพียงแค่แตะสามครั้งบนหน้าจอเท่านั้น
23. สายเรียกเข้าที่ไม่รบกวนขณะเล่นเกม หรือใช้งานแอปพลิเคชัน
ถึง แม้ผู้ใช้งานจะเล่นเกม หรือ เข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ อยู่ เมื่อมีสายเรียกเข้า หน้าต่างแอปพลิเคชันก็ยังคงอยู่เหมือน และจะมีหน้าต่างการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าขนาดเล็กแสดงขึ้นมาให้เห็นที่ บริเวณด้านบนของหน้าจอ
24. ปิดเครื่อง แต่ไม่ปิดการทำงานของแอปพลิเคชัน
 
โดย ปกติแล้วเมื่อเราทำการปิดเครื่อง หรือ รีสตาร์ทเครื่อง แอปพลิเคชันต่างๆ ที่เปิดใช้งานอยู่เบื้องหลังนั้นจะปิดตัวลงทันที แต่ระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop) จะทำการบันทึกการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ เอาไว้ให้ ก่อนจะปิดเครื่อง หรือรีสตาร์ทเครื่อง ซึ่งเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ รายการของแอปพลิเคชันเบื้องหลังเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ และเรียกใช้งานต่อได้ทันที
25. ตรวจสอบรายละเอียดของการใช้งานข้อมูลเครือข่ายบน Notification Bar
 
 
Notification Bar นั้นยังสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการใช้งานข้อมูลเครือข่ายได้ โดยแตะไปที่ไอคอนรูปสัญญาณเครือข่าย พร้อมทั้งสามารถตั้งขีดจำกัดการใช้งานข้อมูลมือถือได้ เพียงแตะที่การตั้งค่าเพิ่มเติม และเปิดการใช้งาน "ตั้งขีดจำกัดข้อมูลมือถือ"
26. แอปพลิเคชัน Google Fit
 

นับ ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับแอปพลิเคชันติดตามการออกกำลังกายที่มาพร้อมกับ Android 5.0 Lollipop ที่มีชื่อว่า Google Fit โดยแอปพลิเคชันนี้จะนับก้าวเดินในแต่ละวันของผู้ใช้งาน พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และ Android Wear ได้
เรียก ได้ว่าทั้ง 26 ฟีเจอร์ลับสุดเจ๋งที่แนะนำกันไปข้างต้น หากศึกษากันไว้ ก็น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่ทำงานอยู่บน ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ไม่น้อยเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าขณะนี้สมาร์ทโฟนในบ้านเราส่วนใหญ่ จะยังไม่ได้รับการอัพเดทเป็น Android 5.0 Lollipop อย่างเป็นทางการ
แต่ในเร็วๆ นี้บรรดารุ่นดังจากแบรนด์ต่างๆ ก็จะทยอยปล่อย Android 5.0 Lollipop ออกมาให้อัพเดทกันอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม และหากใครเจอฟีเจอร์เจ๋งๆ เพิ่มเติมบน Android 5.0 Lollipop ก็ลองมาแชร์ให้เพื่อนๆ ทราบกันได้นะครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ จาก Thaimobilecenter

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮ่องกง-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง

-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com
ในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่ฮ่องกง กลุ่มหลักๆ ที่มีจำนวนมากคือ นักเรียนนักศึกษาคนหนุ่มคนสาว เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตาว่าถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเอาอย่างไรแน่ คำสัญญาเรื่อง 1 ประเทศ 2 ระบบ โดยที่ระบบซึ่งใช้กับฮ่องกงเหมือนจะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลงเป็นสิ่งที่ผู้ประท้วงไม่ยอมรับและออกมาเรียกร้องกัน
ตรงข้ามกับการชุมในบ้านเราที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเผด็จการทหาร
เงี่ยหูฟังเพื่อนพ้องหลายคนมีแนวโน้มไปในทางเชื่อว่า ถึงอย่างไรอำนาจรัฐก็คงชนะ แต่เชื่อว่าจะไม่จบลงแบบเหตุการณ์เทียนอันเหมินอันเป็นการล้อมปราบอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในบ้านเรา ซึ่งเวียนมาบรรจบครบรอบ 38 ปีเอาวันนี้พอดี ถึงตอนที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์คลี่คลายไปทางไหน
ในเหตุการณ์ประท้วงของฮ่องกงมีสิ่งใหม่ๆ อยู่บางประการที่น่าสนใจ นั่นก็คือเป็นการประท้วงที่มีมิติของโลกไฮเทคเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างที่เป็นข่าวคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนก็คือการที่ผู้ชุมนุมประท้วงแห่แหนกันติดตั้งแอพพลิเคชั่น Firechat บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งบน iOS ของแอปเปิล และแอนดรอยด์ เอาไว้สำหรับการติดต่อสื่อสารกันในหมู่ผู้ชุมนุม หลังจากโจชัว หว่อง แกนนำการชุมนุมวัย 17 ออกมาประกาศเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมติดตั้งใช้งานเผื่อไว้สำหรับกรณีถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต
Firechat เป็นผลงานของ บริษัท โอเพ่น การ์เดน ในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการแชตหรือการติดต่อสื่อสารระยะใกล้โดยไม่พึ่งพิงสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นจากโทรศัพท์มือถือหรือไวไฟ แต่อาศัยสัญญาณบลูทูธ เครื่องที่ติดตั้งและเปิดใช้งานจะเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณบลูทูธในระยะ 70 เมตร ที่ขยายวงต่อกันไปเรื่อยๆ แต่ละคนสามารถเชื่อมต่อได้ถึง 10,000 คนในเวลาเดียวกัน เพื่อเเชต รับส่งข้อความหรือภาพ
แอพพลิเคชั่นนี้เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม จากที่มีคนดาวน์โหลดติดตั้งอยู่จำกัด ปรากฏว่าเพียงสองวันจากวันที่ 28 กันยายนหลังแกนนำการชุมนุมแนะนำแอพพลิเคชั่นตัวนี้ ยอดดาวน์โหลดจากฮ่องกงพุ่งลิ่วขึ้นไปถึง 200,000 ครั้ง และมีการส่งข้อความมากถึง 2 ล้านข้อความ
เทคโนโลยีไอทีบนโทรศัพท์มือถือมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการต่อสู้เคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุมต่างๆ เพื่อฝ่าข้อจำกัดในการปิดกั้นของอำนาจรัฐ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ เพื่อป้องกันตัวและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชุมนุมให้สูงขึ้น
ในขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ บริษัท ลากูน โมบาย ซีเคียวริตี้ ก็ออกมาเปิดเผยว่าค้นพบแอพพลิเคชั่นสอดแนมที่ส่งต่อกันหรือแพร่ลามผ่าน Whatsapp แอพพลิเคชั่นแชตยอดนิยมตัวหนึ่ง มีข้อความเชิญชวนให้ผู้รับกดลิงก์เพื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นโดยอ้างว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดย Code4HK สำหรับประสานงานในกลุ่มออคคิวพาย เซ็นทรัล เริ่มจากพบบนแอนดรอยด์ และมาพบบน iOS ในเวลาต่อมา
ลากูนเชื่อว่าแอพพลิเคชั่นปลอมทั้งสองตัวนี้น่าจะมาจากรัฐบาลจีนเองเพื่อสอดแนมผู้ประท้วง เพราะตัวซอฟต์แวร์มีความสามารถระดับสูงมากในการล้วงข้อมูลแทบทุกอย่างจากโทรศัพท์มือถือ รายละเอียดตัวตน ข้อมูลการใช้งานเว็บ การแชต แอดเดรสบุ๊ก บันทึกใช้การโทรศัพท์ และเสียงในการพูดคุยโทรศัพท์รวมถึงข้อมูลระบุตำแหน่ง รายละเอียดที่เก็บจากโทรศัพท์ที่ติดตั้งจะส่งไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์เดียวกันในเกาหลีใต้ ซึ่งลากูนเชื่อว่าน่าจะควบคุมจากจีนแผ่นดินใหญ่อีกที
ถือเป็นครั้งแรกของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม กล่าวคือ ทำงานทั้งบน iOS และแอนดรอยด์ และยังถือเป็นมิติใหม่ของการสอดแนมไซเบอร์ที่ยกระดับจากการเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นการเข้าแทรกแซงโทรศัพท์มือถือแทน
ถ้าแอพพลิเคชั่นสอดแนมดังกล่าวมีรัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะขึ้นชื่อว่าประเทศมหาอำนาจแล้ว การใช้เทคโนโลยีไอทีในการสอดแนมเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ก็มีสงครามไซเบอร์กลายๆ ดำเนินอยู่ในโลกนี้ มีการแฉกันไปมาอยู่เนืองๆ คู่กรณีที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ก็คือจีนแผ่นดินใหญ่กับสหรัฐอเมริกานั่นเอง
หากจะใหม่ก็ตรงเที่ยวนี้พุ่งเป้าเจาะจงลงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงเป็นการเฉพาะ
เพราะฉะนั้นสำหรับแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ซี้ซั้วกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ Android ทั่วโลก

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ  ทั่วโลก
Kaspersky Lab ได้ค้นพบมัลแวร์ชนิดใหม่ ที่มีชื่อว่า Galileo ซึ่งส่งผลต่อผู้ใช้ทั้ง Android และ iOS ทั่วโลกครับ โดย Galileo นั้น เป็นมัลแวร์ประเภท Remote Control System หรือ RCS ที่จะเข้าควบคุมและอนุญาตให้ Spyware ยึดอุปกรณ์ดังกล่าว ภายใต้การควบคุมกลุ่มที่มีชื่อว่า HackingTeam
โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะเป็น นักข่าว, นักการเมือง, นักเคลื่อนไหว และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านมนุษยชน ซึ่งรูปประกอบภาพด้านบนนั้น เป็นรูปที่ทาง Kaspersky Lab ออกมาเตือนว่า เป็นประเทศที่เป็นที่ตั้งเซิฟเวอร์ของกลุ่ม HackingTeam นั่นเอง
นอกจากนี้ ทาง Kaspersky ยังเผยอีกว่า iPhone ส่วนใหญ่ที่รับผลกระทบ คือเครื่องที่ผ่านการเจลเบรคมาแล้ว ซึ่งแฮกเกอร์สามารถสั่งให้เครื่องมือเจลเบรคอย่าง Evasi0n แอบทำงานอย่างลับๆ เพื่อให้มีการฝังมัลแวร์ไว้ภายใน วิธีการหลีกเลี่ยงก็คือ ไม่ควรเจลเบรคเครื่อง และอัพเดท iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ
ส่วนบนอุปกรณ์ Android แม้ตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลว่า มีกี่เครื่องที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่ทางที่ดีก็คือ ให้ผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสแกนไวรัส เพื่อตรวจสอบว่า มีมัลแวร์หรือไม่
 รายละเอียดเพิ่มเติม : slashgear.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ญี่ปุ่นสุโค่ยเตรียมให้บริการเครือข่ายมือถือความเร็ว 220 Mbps ในปี 2014

ญี่ปุ่นสุโค่ยเตรียมให้บริการเครือข่ายมือถือความเร็ว 220 Mbps ในปี 2014

อัพเดทข่าวล่าสุด...!! ถ้าคิดว่าเครือข่าย 4G LTE-Advanced แบบใหม่ในประเทศเกาหลีใต้ที่ให้บริการเครือข่ายมือถือความเร็วสูงถึงระดับ 150 Mbps ว่าเร็วแล้วก็ต้องบอกว่ายังน้อยไปครับถ้าเทียบกับฝั่งประเทศญี่ปุ่นที่เขามีข่าวออกมาว่าปีหน้าจะได้ใช้เน็ตมือถือความเร็วถึง 220 Mbps เลยนะนั่น!!!
โดยเว็บไซต์ Nikkei รายงานว่าผู้ให้บริการเครือข่าย KDDI ในประเทศญี่ปุ่นเตรียมที่จะอัพเกรดความเร็วเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงของตัวเองขึ้นมาอยู่ที่ระดับความเร็ว 220 Mbps ซึ่งโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางปี 2014 นี้ ทั้งนี้เครือข่ายดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีไร้สายแบบใหม่ (ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะเป็น 4G LTE-A เวอร์ชั่นพิเศษหรือเปล่า) และจะรองรับการให้บริการกับสมาร์ตโฟนฝั่ง Android เป็นหลักด้วย อย่างไรก็ตามข่าวนี้ต้องรอการยืนยันจากตัวแทนของ KDDI อีกทีหนึ่งครับ
ส่วนความเร็ว 3G ในบ้านเรานั้น.....จะไม่ขอเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ (จริงๆนะ) :P
เครดิต: ป๋าเอก TechXcite
ที่มาข่าวและภาพ: engadget

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เมื่อมีคนจับ Vivo X3 มือถือที่บางที่สุดในโลกมาทำเป็นมีดหั่นผัก

เมื่อมีคนจับ Vivo X3 มือถือที่บางที่สุดในโลกมาทำเป็นมีดหั่นผัก

อย่างที่ทราบกันครับว่าสถิติสมาร์ตโฟนหรือโทรศัพท์มือถือที่บางที่สุดในโลกรายใหม่กำลังจะตกเป็นของ Vivo X3 จากประเทศจีนด้วยความบางเพียง 5.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งล่าสุดทางบริษัท Vivo เองได้จับเอา Vivo X3 มาถ่ายภาพคอนเซปต์โฆษณาที่พิลึกกึกกือสุดๆ...ด้วยการเอาVivo X3 มาหั่นผักเหมือนมีดทำครัวซะงั้น!!!
 
ทั้งนี้สำหรับสเปคเบื้องต้นของ Vivo X3 นอกจากจะมีความบางอยู่ที่ 5.6 มม. แล้วก็จะมาพร้อมกับหน้าจอ Full HD 1080p และชิปเซ็ต Quad Core CPU ด้วย (สงสัยจะเป็น MediaTek) ส่วนที่เหลือคงต้องไปรอคอนเฟิร์มในงานเปิดตัว Vivo X3 อีกทีเร็วๆนี้จ้า :P

เครดิต: ป๋าเอก TechXcite
ที่มาข่าวและภาพ: mtksj