ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กสทช. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กสทช. แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ฮือฮากันใหญ่! เมื่อ คณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลไฟเขียว กสทช. ประมูลคลื่น 4G

อ้าว! เตรียม เฮ! กันได้เลย กับผลงานชิ้นแรกของ คณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลได้อนุมัติ (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เปิดประมูลคลื่นความถี่ 4G คาดว่าจะให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว!
ทั้งนี้หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมว่า รัฐบาลจะเดินหน้าเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4G คาดว่าจะให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยได้หารือกับ กสทช. แล้ว ยืนยันว่าสามารถทำได้
ส่วนรูปแบบหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเปิดประมูลนั้น รัฐบาลจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่ของ กสทช. จะพิจารณา แต่แนะนำว่าต้องการให้ขยาย Bandwidth ให้มากขึ้นเหมือนในต่างประเทศ ทั้งนี้ ก่อน กสทช. เปิดประมูลคลื่น 4G จะต้องรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลฯ รับทราบทุกเดือน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเป้าหมายในสิ้นปี 2559 จะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วถึงทุกหมู่บ้าน และเข้าถึงทุกครัวเรือนในปี 2560 พร้อมจัดตั้งศูนย์ข้อมูล หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลงทุนระบบจัดเก็บข้อมูลของประเทศให้รวมอยู่ศูนย์เดียว และให้หน่วยงานภาครัฐ 112 แห่ง ตลอดจนภาคเอกชน สามารถเช่าบริการศูนย์จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว เพื่อลดต้นทุนบริหารจัดการข้อมูลของแต่ละหน่วยงานรัฐที่มีจำนวนมาก คาดจะแล้วเสร็จใน 1 ปี
และแล้วเราก็จะได้มี 4G ใช้กันสักทีนะครับหลังจากที่ใช้ 3G ที่เหมือนจะมาไม่เต็มด้วยซ้ำนับเป้นอีกเรื่องที่น่ายินดีของปีนี้เสียจริง

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395333/

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประกาศจุดใช้สิทธิคูปองทีวีดิจิทัล ดีเดย์วันแรก 20 ต.ค.นี้

สำนักงาน กสทช. ประกาศรายชื่อจุดให้บริการแลกคูปองใน 21 จังหวัด พร้อมเปิดศูนย์ติดตามข้อมูลการแลกคูปอง ณ สำนักงาน กสทช. วันที่ 20 ต.ค. 57 นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ประกาศรายชื่อจุดให้บริการแลกคูปองทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. ได้นำร่องแจกให้กับประชาชนใน 21 จังหวัดแรกไปแล้ว โดยประชาชนสามารถนำคูปองไปใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบ็อกซ์) เสาอากาศ เครื่องรับโทรทัศน์แบบรับสัญญาณดิจิทัลได้ในตัว ณ จุดบริการดังกล่าว ตั้งแต่ 20 ต.ค.นี้เป็นต้นไป
สำหรับจุดแลกคูปอง จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า เทสโก โลตัส บิ๊กซี เดอะมอลล์ แม็คโคร โฮมโปร เพาเวอร์บาย ร้านอมรศูนย์รวมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ ร้านไอทีซิตี้ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท รวมถึงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รับแลกคูปองแสดงอยู่หน้าร้าน
โดยใน 21 จังหวัดแรกที่ได้แจกรับคูปองจะมีจุดให้บริการทั้งหมด 5,820 แห่ง แยกเป็นกรุงเทพมหานคร 2,843 แห่ง นนทบุรี 416 แห่ง นครปฐม 197 แห่ง ปทุมธานี 410 แห่ง สมุทรปราการ 412 แห่ง สมุทรสาคร 171 แห่ง พระนครศรีอยุธยา 222 แห่ง สิงห์บุรี 39 แห่ง อ่างทอง 45 แห่ง
ระยอง 148 แห่ง สุพรรณบุรี 116 แห่ง หนองคาย 44 แห่ง สุโขทัย 58 แห่ง อุดรธานี 118 แห่ง ฉะเชิงเทรา 112 แห่ง สมุทรสงคราม 46 แห่ง พัทลุง 50 แห่ง สงขลา 198 แห่ง นครนายก 38 แห่ง ราชบุรี 100 แห่ง ชัยนาท 37 แห่ง
สำหรับรายชื่อ 22 บริษัท ผู้ผลิตที่พร้อมให้บริการแลกคูปอง ได้แก่
1.บริษัท สามารถ วิศวกรรม จำกัด
2.บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน)
3.บริษัท โซเคน อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
4.บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน)
5.บริษัท โซน่าร์ อินดัสเตรียล จำกัด
6.บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
7.บริษัท ไทยแซท เอ็กซ์เพิร์ท เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
8.บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน)
9.บริษัท ครีเอเทค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด
10.บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
11.บริษัท โฟร์ ซิสเตมส์ จำกัด
12.บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
13.บริษัท ยูซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
14.บริษัท สกายเวิร์ด (ไทยแลนด์) จำกัด
15.บริษัท คลีโอ เนเชอรัล กรุ๊ป จำกัด
16.บริษัท วี.พี.เอส.ไทย จำกัด
17.บริษัท โอปาล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
18.บริษัท ไฮเออร์ อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
19.บริษัท ยิ่งเจริญคอมมิวนิเคชั่น จำกัด
20.บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
21.บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด และ
22.บริษัท One Box Home จำกัด
และในวันที่ 20 ต.ค. 2557 สำนักงาน กสทช. จะเปิดศูนย์ติดตามข้อมูลการแลกคูปองขึ้นเพื่อติดตามข้อมูลการแลกคูปองดิจิทัลทีวีแบบเรียลไทม์ (Real Time) ณ สำนักงาน กสทช. ซึ่งจะเชื่อมข้อมูลจากจุดให้บริการแลกคูปองทั่วประเทศมาแสดงผลที่ศูนย์
"ขอเตือนกลุ่มบุคคลที่ไปรวบรวมบัตรประชาชนมาแลกคูปอง หรือบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่อาจอยู่เบื้องหลังกระบวนการรวบรวมบัตรประชาชน หรือตามที่มีข่าวว่าจะมีการใช้กล่องเวียนในการแลกเปลี่ยน นั้น จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากจะไม่สามารถนำคูปองมาขึ้นเงินกับธนาคารกรุงไทย และสำนักงาน กสทช. ยังอาจจะถูกเพิกถอนสิทธิ และระงับการจ่ายเงินทั้งหมด รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย หากประชาชนพบปัญหาให้แจ้งได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทร. 1200"

ดีเดย์ คูปอง “ทีวี ดิจิตอล“ สิ่งที่คนไทยควรรู้ ก่อนนำไปแลกวันนี้!



เชื่อว่าหลายคนในประเทศไทย ยังคงมึนตื๊บอยู่กับ "TV Digital" หรือภาษาไทยแบบเขียนทับศัพท์ "ดิจิทัล" หรือ"ดิจิตอล" อันนี้สุดแล้วแต่ใครจะเรียก

แต่ผมขอเรียกมันว่า "ทีวี ดิจิตอล" เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ 

1ปี หลังจากที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประมูล ตามด้วยผ่านขั้นตอนการประมูล ตามด้วยได้ช่องต่างๆตามที่ประมูล และตอนนี้ ก็ออกอากาศไปแล้วเรียบร้อย ครอบคลุมพื้นที่ 21 จังหวัด ของประเทศไทย  

ครับ...ท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ "21 จังหวัด"  เพราะตอนนี้การวางระบบเพื่อการเปลี่ยนถ่าย ทีวีจากระบบ"อนาล็อก" มาเป็น "ทีวี ดิจิตอล" ในเวลานี้ครอบคลุมพื้นที่แค่ 21 จังหวัด

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี, นครปฐม ,ปทุมธานี ,สมุทรปราการ ,สมุทรสาคร ,พระนครศรีอยุธยา,สิงห์บุรี,อ่างทอง ,ระยอง ,สุพรรณบุรี,หนองคาย ,สุโขทัย ,อุดรธานี ,ฉะเชิงเทรา ,สมุทรสงคราม ,พัทลุง,จ.สงขลา ,นครนายก ,ราชบุรี และ ชัยนาท

ส่วนที่เหลือ ก็ร้องเพลงรอไปก่อน เพราะตามแผนงานของทาง กสทช.คาดว่า การวางระบบโครงข่าย ทีวีดิจิตอล จะครอบคลุมพื้นที่เกือบ 100% ก็น่าจะราวๆ 3-4 ปีโน่น (วิธีใช้คูปองดูได้ที่นี่ คลิกเลย)

ทีนี้ เราลองมาดูว่า "ทีวีดิจิตอลมันดีตรงไหน?" 

พูดตรงๆ เลยนะ ดีมว๊ากกกกกกกก มาก.....อันนี้ไม่ได้ยกหางกันนะครับ แต่จากจำนวนช่องความชัดปกติ(SD)  และช่องความชัดสูง(HD) มันเป็นตัววัดว่า เราถึงเวลาจะได้ดูของดีซะที เรื่องภาพล้ม หรือ ภาพไม่ชัดจะหมดไปทันที 

ยกตัวอย่าง เวลานี้ละครดังอย่าง "พราว" ใครที่อยากดูความสวยระดับซุป'ตาร์ อย่าง "อั้ม" พัชราภา ก็ไม่ควรพลาดช่อง 7HD ที่เห็นความชัดแบบสุโค่ย

หรือใครที่เป็นแฟนคลับช่อง 3 ที่ตอนนี้ได้ออกอากาศคู่ขนาดกับช่อง 3HD  ขอบอกความคมชัดแบบHD  มันยากเกินจะปฏิเสธได้ลงนะครับ ส่วนการชมกีฬาเราก็จะได้อรรรถยิ่งขึ้นไปเมื่อได้ชมระบบนี้ เพราะมันชัดดีเหลือเกิน 

นอกจากนี้ช่องที่เหลือ ล้วนแล้วแต่เป็นช่องที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่เชื่อลองกระแซะถามคนที่ดูแล้วจะดีกว่า
แต่เหนือสิ่งอื่นใด "10 ปากว่า มันก็ไม่เท่าตาเห็น" ที่สำคัญฟรีตลอดชีพ! ไม่ต้องไปกังวลว่าจะมีค่าสมาชิกรายเดือนโน่นนี่นั่น

เอาละ ที่นี้เราลองมาทำความรู้จักไอ้เจ้า "คูปอง" ที่ทาง กสทช. ส่งให้ 5 แสนกว่าครัวเรือน
เมื่อเห็นหน้าตาคูปอง(ตามภาพประกอบ) ก็เอาเอกสารยืนยันการเป็นเจ้าบ้านที่อยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ไปยื่นแลกซื้อกล่อง หรือ "Set Top Box" ได้เลย (ใครไม่เข้าใจเรื่องเทคนิคการรับชม ทีวี ดิจิตอล คลิกที่นี่ได้เลย) 

ทีนี้ใครที่ได้รับคูปอง ก็นำไปจัดการได้เลย ซึ่งจุดแลกคูปองดังกล่าว จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนั้นทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โลตัส, บิ๊กซี ,เดอะมอลล์ ,แม็คโคร ,โฮมโปร ,เพาเวอร์บาย ,ร้านอมรศูนย์รวมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ , ไอที ซิตี้ ,เซเว่น อีเลฟเว่น ,แฟมิลี่มาร์ท รวมถึงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด ก็เอาไปแลกได้ตามสะดวกเลย

ว่าแล้ว....วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้คนไทยใน 21 จังหวัด ได้ใช้คูปอง แล้วเราละพร้อมหรือยัง ที่จะเข้าสู่โหมด “ทีวี ดิจิตอล”ของเมืองไทย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เริ่มแจกคูปองทีวีดิจิตอลแล้ว!! ล็อตแรก 21 จังหวัด

กสทช.เริ่มแจกคูปองทีวีดิจิตอล มูลค่า 690 บาท ให้กับประชาชนจำนวย 4.6 ล้านครัวเรือน ผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน โดยแจกคูปองล็อตแรกในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะจัดส่งให้พื้นที่ 21 จังหวัด ที่มีสัญญาณครอบคลุมร้อยละ 80 คือ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, สมุทรปรากร, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ระยอง, สุพรรณบุรี, หนองคาย, สุโขทัย, อุดรธานี, ฉะเชิงเทรา, พัทลุง, สงขลา, นครนายก, ราชบุรี และชัยนาท โดยจะต้องนำคูปองมาแลกซื้อภายใน 6 เดือน หากพบปัญหาการใช้คูปองสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1200
การใช้คูปอง กสทช. จะเริ่มให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ใช้คูปอง โดยคูปองทีวีดิจิตอล สามารถนำไปใช้แลกซื้อหรือเป็นส่วนลดสำหรับอุปกรณ์ดิจิตอลได้ 3 อย่าง คือ กล่องรับสัญญาณ เซตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) โทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณดิจิตอลในตัว หรืออุปกรณ์อื่นๆ จำพวก เสาอากาศ โดยให้เจ้าบ้านเตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญ ยืนยันในการรับสิทธิ์ ได้แก่ บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านตัวจริงของเจ้าบ้าน พร้อมสำเนา นำไปยื่นยังจุดบริการพร้อมกับคูปองทีวีดิจิตอล
ขั้นตอนการใช้คูปอง
หลักฐานที่ใช้คู่กับคูปองดิจิตอลทีวี คูปองดิจิตอลทีวี มูลค่า 690 บาท เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนรับชมดิจิตอลทีวีได้ง่ายขึ้นนั้น มีขั้นตอนและวิธีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน โดยแบ่ง เป็น 2 กรณี ดังนี้
1. กรณีเจ้าบ้านไปเอง ต้องมีหลักฐานดังนี้
- คูปอง 690 บาท ที่ได้รับจากทางไปรษณีย์
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
- ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
2. กรณีที่เจ้าบ้านไม่สามารถไปดำเนินการเองได้ ต้องมีหลักฐานดังนี้
- คูปอง 690 บาท ที่ได้รับจากทางไปรษณีย์ ให้เจ้าบ้านเซ็นมอบฉันทะด้านหลังคูปอง
- บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
- ทะเบียนบ้านฉบับจริงของเจ้าบ้านฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบฉันฑะฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
นำคูปองและหลักฐาน ไปใช้ ณ จุดจำหน่าย ของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป
โดยให้สังเกตสัญลักษณ์ผู้เข้าร่วมโครงการ กับ กสทช.
สามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.nbtc.go.th
เก็บต้นขั้วของคูปองเอาไว้เพื่ออ้างอิงกับบริษัท กรณีอุปกรณ์มีปัญหา เพื่อใช้ในการรับประกันตามเงื่อนไข
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nbtc.go.th และ กสทช. Call Center โทร 1200
เมื่อได้รับกล่องเซตท็อปบ็อกซ์แล้ว เจ้าหน้าที่จะติดสติกเกอร์ลงบนตัวเครื่องให้เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ์ สำหรับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล 42 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้รับสิทธิ์ประกันสินค้าเป็นเวลา 2 ปี นับจากวันที่แลกซื้อ หากชำรุด สามารถส่งซ่อมได้ที่ร้านค้าที่ให้บริการโดยระหว่างรอซ่อมจะมีกล่องสำรองมาให้ประชาชนได้ใช้ชั่วคราว แต่หากอุปกรณ์ที่แลกซื้อชำรุดภายใน 1 เดือน ทางร้านจะต้องเปลี่ยนสินค้าให้ทันที ทั้งนี้หากเจ้าบ้านไม่สามารถไปดำเนินการเองได้ ต้องมอบฉันทะ โดยใช้บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านตัวจริง ของทั้งเจ้าบ้าน และ ผู้รับมอบฉันทะ ก็จะสามารถดำเนินการแทนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามบางท่านอาจยังงงๆว่าต้องซื้ออุปกรณ์ดิจิตอลแบบใดเพราะยังไม่มีความเข้ามากนักเกี่ยวกับดิจิตอลทีวีและไม่รู้จะเริ่มยังไงต้องซื้อแบบใดถึงจะดีไม่เสียง่าย เรามีวิธีง่ายๆมานำเสนอเป็นวิธีการตัดสินใจเลือกซื้อมาให้พิจารณากัน 5 วิธีเลือกการซื้อกล่องทีวีดิจิตอลให้คุ้มค่าคุ้มราคา
1. มาตรฐานของกล่อง สังเกตได้จากสติกเกอร์น้องดูดี ซึ่งเป็นสติกเกอร์ของ กสทช. หากมีสติกเกอร์ดังกล่าวหมายถึงผ่านมาตรฐานเบื้องต้น โดยกล่องมาตรฐานจะต้องมีช่องเสียบแจ็กคู่ รองรับโทรทัศน์ที่ใช้เสาอากาศ ช่องเสียบสัญญาณ AV คือ ช่องสัญญาณภาพ และเสียงซ้ายขวา รวม 3 ช่อง สำหรับทีวีจอแบนรุ่นแรก และช่องเสียบพอร์ต HDMI สำหรับทีวีรุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การรับชมได้คุณภาพความคมชัดสมบูรณ์ขึ้น รวมไปถึงช่องเสียบยูเอสบีที่หน้ากล่องด้วย อย่างไรก็ตาม กล่องบางรุ่นอาจมีสเปกแบบคอมโบ คือ มีช่องเสียบสัญญาณจากจานดาวเทียมด้วย แต่มีราคาแพง
2. ควรเลือกกล่องที่ต่อสายอแดปเตอร์มากกว่ากล่องที่มีสายไฟในตัว เนื่องจากกล่องที่มีสายไฟในตัวเป็นการใช้งานจากการเสียบปลั๊กตรง มีส่วนจ่ายพลังงานไฟฟ้าภายในกล่อง ซึ่งหากตัวจ่ายไฟเสียเท่ากับว่าจะต้องซื้อกล่องใหม่ แต่หากเป็นกล่องที่ใช้อแดปเตอร์ เมื่อใช้ประมาณ 3-5 ปี แล้วอแดปเตอร์เกิดเสีย ซึ่งหมดอายุรับประกันไปแล้ว ยังสามารถซื้ออแดปเตอร์ใหม่ได้ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนกล่องใหม่ ควรอ่านฉลากข้างกล่องกระดาษของกล่องทีวีดิจิตอลด้วยว่าเครื่องใช้ไฟขนาดเท่าไร และต้องดูตัวอแดปเตอร์ด้านหลังกำลังจ่ายไฟเป็นเท่าไร ซึ่งกำลังจ่ายไฟจะต้องมากกว่าหรือเท่ากับปริมาณการกินไฟของกล่อง หากน้อยกว่าอาจทำให้เสียหายได้
3. ตัวกล่องต้องมีปุ่มเปิดปิด หรือปุ่มเปลี่ยนช่อง เพราะหากรีโมตเสียหายหรือใช้งานไม่ได้ ยังสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้โดยใช้ปุ่มกดจากกล่อง แต่หากไม่มีปุ่มกดที่กล่องเวลาเปิดปิดอาจต้องอาศัยการเสียบถอดปลั๊ก ซึ่งอาจส่งผลความเสียหายแก่กล่องได้
4. รีโมตต้องเป็นไปตามมาตรฐาน กสทช. คือ ปุ่มสัมผัสเลข 5 จะต้องเป็นปุ่มนูนเพื่อเป็นปุ่มสังเกตอ้างอิง สำหรับผู้มีปัญหาได้การมองเห็น
5. คู่มือการใช้งานกล่องทีวีดิจิตอลต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษตามกำหนดของ กสทช.

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

ช่อง 7 ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ กสทช. ถ้าช่อง 3 ไม่ออกคู่ขนานบนดิจิทัลทีวี

ช่อง 7 ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ กสทช. ถ้าช่อง 3 ไม่ออกคู่ขนานบนดิจิทัลทีวี
มหากาพย์ ช่อง 3 - กสทช. กำลังจะได้รับบทสรุปในช่วงเช้าของวันนี้ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อตัวแทนฝ่ายกฎหมายของช่อง 7 หรือ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับสำนักงาน กสทช. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยขอให้ กสทช. แจ้งแผนการดำเนินการที่ชัดเจนที่สุด ถ้าเกิดว่าพ้นกำหนดของสำนักงาน กสท. แล้ว ช่อง 3 ยังขัดขืนและไม่ยอมออกอากาศคู่ขนานกันบนดิจิทัลทีวีเหมือนกับที่ช่อง 7 ทำ
ภาพประกอบจาก: www.mcot.net
อย่างไรก็ตามคุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กล่าวว่า เรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องปรึกษากันต่อไป โดย กสท. จะยกประเด็นข้างต้นนี้มาพิจารณาร่วมกับการหารือจากหนังสือที่ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด และ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ส่งเข้ามาก่อนด้วย และคาดว่าในวันนี้น่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนทั้งสองฝ่าย แต่ต้องไม่ใช่การแก้ไขกฎหมายใน พ.ร.บ. ตามที่คุณนทีได้เคยกล่าวไว้ครับ
ทั้งนี้คุณฐากร ตัณฑะสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีของช่อง 3 ถ้าในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนจากที่ประชุม กสท. ก็จะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ต่อไปในวันพรุ่งนี้เพื่อหาข้อสิ้นสุดให้ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างจะต้องสิ้นสุดก่อนวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งก็คือวันสุดท้ายที่ศาลมีคำสั่งทุเลาจอดำลงมาครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

ทรู แจกมือถือฟรี ดึงลูกค้าทรูมูฟ 17 ล้านรายใช้ 3G

เร่งแก้ปัญหาโอนย้ายค่ายมือถือจากทรูมูฟ-DPC หลังสัญญาสัมปทาน 1800 สิ้นสุด

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดแถลงข่าวนับหนึ่งวันแรกของการเข้าสู่มาตรการเยียวยาและคุ้มครองผู้ บริโภคกรณีหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 Mhz อย่างไรก็ตามประเด็นที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ การโอนย้ายเลขหมายจำนวนมากจากผู้ใช้บริการทั้งสิ้นประมาณ 17-18 ล้านเลขหมายในภาพรวม
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่าปัจจุบันความสามารถในการย้ายอยู่ที่ 60,000 รายต่อวัน หากจะดำเนินการโอนย้ายเสร็จทั้งหมดจะต้องใช้เวลามากถึง 283 วัน แต่กรณีนี้ไม่เป็นกรณีพิเศษเพราะมีความจำเป็นต้องย้ายเป็นจำนวนมากหลายล้านเลขหมาย อย่างไรก็ตามจะต้องรอการแจ้งเลขหมายคงค้างทั้งหมดและจำนวนที่ต้องการย้ายจากผู้ให้บริการทั้ง 2 รายก่อน จากนั้นจะนำเรื่องหารือในที่ประชุม กทค.ต่อไป หาก กทค.จำเป็นต้องใช้อำนาจเพื่อให้การโอนย้ายเลขหมายไปอยู่ค่ายมือถือใหม่ทำได้อย่างรวดเร็ว ก็มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้นที่ กทค.จะให้อำนาจดำเนินการแต่ต้องไม่ขัดกับประกาศของ กสทช.เองด้วย ส่วนสาเหตุที่ก่อนหน้านี้ กสทช.ไม่ดำเนินการโอนย้ายเลขหมาย เนื่องจากสัญญาสัมปทานยังไม่สิ้นสุดลง กสทช.จึงระมัดระวังไม่ดำเนินการโอนย้ายก่อนเพราะทำให้ผู้ให้บริการได้รับผลกระทบ อีกทั้งกระบวนการโอนย้ายยังมีกระบวนการทางเทคนิคที่ต้องทราบการโอนย้ายของผู้ให้บริการทุกรายด้วย และต้องตรวจสอบผลกระทบที่จะมีต่อผู้ให้บริการรายอื่นด้วย คาดว่าการประชุมครั้งที่ 2 นับจากนี้ไปจะมีการหารือกันในรายละเอียดต่อไป

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาฯ กสทช. กล่าวว่าด้านแผนเยียวผู้บริโภคนั้น ขณะนี้ 3 บริษัทจะต้องส่งแผนเยียวยามายังกสทช. ซี่งส่งมาแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกทค.ต่อไป นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานกำหนดต้นทุนค่าโครงข่ายและค่าบริหารจัดการ มีกระทรวงการคลัง กระทรวงไอซีที และสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิทางบัญชี และด้านเศรษฐศาสตร์ โดยจะมีการเสนอต่อที่ประชุม กทค.ต่อไป

และวันนี้สัญญาสัมปทานของ 3 บริษัทได้สิ้นสุด กสทช.เตรียมทำหนังสือแจ้งการสิ้นสุดสัญญาส่งไปยัง CAT เนื่องจากได้ทำหนังสือคำสั่งให้คืนคลื่นมายัง กสทช.เพื่อเปิดประมูลใหม่ โดยถือเป็นการส่งครั้งที่ 5
S! Hitech Comment
อัพเดทล่าสุดนั้นทาง ทรู ได้งัดโปรโมชั่น-แจกเครื่องชิงลูกค้าทั้ง 17 ล้านกว่าๆ กลับมาโดย "บริษัท จะดำเนินการอัพเกรดเลขหมายของท่านเข้าสู่ระบบทรูมูฟ เอช โดยอัตโนมัติก่อนวันสิ้นสุดบริการ คือ 15 ก.ย. 2556 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และจะแจ้งให้ทราบผ่าน SMS เมื่อดำเนินการอัพเกรดแล้วเสร็จ" และว่า ลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ทัดเทียมหรือดีกว่าเดิม
และหากใช้งานอย่างต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2556 จะได้รับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่น ฮีโร่ 3G หรือโนเกีย รุ่น 208 3G ฟรี

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

ซิมดับเป็นเรื่องจนได้!! บอร์ด“กทค“ฟ้องหมิ่นประมาท “เดือนเด่น“ทีดีอาร์ไอ

เป็นเรื่องจนได้!! บอร์ด"กทค"ฟ้องหมิ่นประมาท "เดือนเด่น"ทีดีอาร์ไอ

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2556 คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ซึ่งประกอบด้วยพันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ , นายสุทธิพล ทวีชัยการ, พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร, นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และสำนักงาน กสทช. โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำที่ 3172/2556 โดยมี นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และนางสาวณัฎฐา โกมลวาทิน เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
ในบรรยายฟ้องระบุว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2556 นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ได้ใส่ความอันเป็นเท็จ กล่าวโจมตีการทำหน้าที่ของ กสทช. และกรรมการ กทค. รวมถึงสำนักงาน กสทช.  ต่อสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน สื่อออนไลน์ และรายการ "ที่นี่ Thai PBS" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  โดยมีนางสาวณัฏฐา โกมล เป็นผู้ดำเนินรายการ ออกอากาศไปทั่วประเทศ กรณีที่ กทค. ได้ออกร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. .... (ประกาศห้ามซิมดับ) เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่คงค้างอยู่ในระบบในกรณีสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดลงในวันที่15 กันยายน 2556
โดยนางเดือนเด่น มีการวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านและไม่เห็นด้วยต่อร่างประกาศดังกล่าว โดยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า “กสทช. จะขยายระยะเวลาให้เอกชนมีสิทธิถือครองคลื่น 1800 MHz ออกไปอีก 1 ปี โดยออกเป็นร่างประกาศห้ามซิมดับจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หาก กสทช. รับฟังข้อเสนอตั้งแต่ที่อนุกรรมการ 1800 MHz เสนอตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 แต่บอร์ด กทค. กลับไม่สนใจ” และ “รัฐสูญเสียรายได้ 1.6  แสนล้านบาท จากการเลื่อนประมูล 4 จี พร้อมอ้างว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามผลวิจัยของสถาบันอนาคตประเทศไทยที่เคยประเมินความเสียหายจากความล่าช้าประมูลใบอนุญาตให้บริการ3 จี ในย่านความถี่ 2100 MHz
ซึ่งข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง คือ เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 คณะอนุกรรมการฯ ซึ่งนางเดือนเด่น ร่วมเป็นอนุกรรมการฯ ด้วยนั้น ยังไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอตามที่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด แม้ในช่วงต้นปี 2556  จะมีการเสนอรายงานและข้อเสนอแนะมาให้ กทค. พิจารณา แต่ก็เป็นเพียงข้อเสนอของฝ่ายเลขานุการฯ ซึ่งที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีเพียงมติรับทราบเท่านั้น
โดยนางเดือนเด่น ได้เคยเสนอความเห็นในที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ไม่เห็นด้วยว่า กสทช. จะสามารถยืดเวลาการใช้คลื่นความถี่ให้เอกชนจะเป็นการเอื้อประโยชน์และจะถูกครหา แต่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าว และได้นำเสนอรายงานฯ ต่อที่ประชุม กทค. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2556 
ดังนั้นในวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 นางเดือนเด่น จึงย่อมคาดหมายได้ว่า หากการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ตามที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอตามรายงานฯ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการต่าง ๆ นับแต่ กทค. เห็นชอบตามรายงานฯ จนถึงการประกาศผลการประมูลไม่น้อยกว่า 10-11 เดือน โดยระยะเวลาที่จะได้ผู้ชนะการประมูลที่เร็วที่สุดประมาณเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2557  ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากสิ้นสุดสัมปทาน 1800 MHz ในเดือนกันยายน 2556 ไปแล้ว แต่กลับให้สัมภาษณ์เท็จข้างต้นโดยรู้อยู่ว่าระยะเวลานั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
 นอกจากนี้หลังจากที่ กทค. มีมติเห็นชอบประกาศห้ามซิมดับและเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. จัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศห้ามซิมดับดังกล่าว กทค. ได้มีการชี้แจงต่อสื่อต่างๆ ต่อข้อตำหนิของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ กทค. ดังกล่าวและกล่าวหา กสทช. ว่าไม่ได้ดำเนินการอะไรในการเตรียมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz โดยเมื่อสำนักงาน กสทช. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศห้ามซิมดับในวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 หลังจากนั้น นางเดือนเด่นก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อต่างๆ โดยบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า กสทช. และ กทค. ทำให้ประเทศและประชาชนเสียหายเบื้องต้น 1.6 แสนล้านบาท ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง กทค. ยังไม่เคยมีมติกำหนดวันประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHZ แต่อย่างใด 
 โดย กทค. เพิ่งมีมติในการประชุมครั้งที่ 26/2556 เมื่อวันที่ 31กรกฎาคม 2556 อนุมัติกรอบระยะเวลาของกระบวนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนกันยายน 2557 เป็นครั้งแรกที่มีความแน่นอนและเป็นทางการ จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีเลื่อนการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวออกไปแต่อย่างใด
ทั้งนี้การที่นางเดือนเด่น หยิบยกความเสียหายจากการเลื่อนการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ย่าน 2.1 GHz ข้างต้น ซึ่งเป็นคนละประเด็น คนละเหตุการณ์ และคนละปัจจัยมาโจมตี กสทช. กทค. กรรมการ กทค. สำนักงาน กสทช. ดังกล่าว ทั้งที่เมื่อพิจารณาตามหลักวิชาการ หรือตามความเข้าใจของวิญญูชนโดยทั่วไป
 ประกอบกับอยู่ในวิสัยและศักยภาพที่นางเดือนเด่นสามารถเข้าใจและตรวจสอบความถูกต้องได้ เนื่องจากดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันทีดีอาร์ไอ จบการศึกษาเศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ และเป็นนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านกิจการโทรคมนาคมเป็นอย่างดีว่าไม่สามารถนำข้อมูลความเสียหายดังกล่าวมาปรับใช้ แล้วสรุปว่า กสทช. กทค. กรรมการ กทค. และสำนักงาน กสทช. ทำให้ชาติเสียหายในจำนวนมหาศาลดังกล่าวได้
 เนื่องจากมีข้อเท็จจริงและปัจจัยต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันและสถานการณ์การใช้งานคลื่นความถี่ก็มีความแตกต่างกัน โดยคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz เป็นคลื่นว่างที่ไม่มีการใช้งาน แต่คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ยังมีการใช้งานอยู่ หากมีการเร่งรัดการประมูลโดยละเลยปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอาจทำให้ประเทศชาติเสียหายยิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเดือนเด่น เป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ทำงานใกล้ชิดกับองค์กร ตั้งแต่สมัย กทช. มาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งรู้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
 ทั้งนี้เมื่อ กสทช. ยังไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาของกระบวนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ก็ย่อมไม่มีการเลื่อนการประมูล จึงไม่มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนการประมูลคลื่นความถี่ ตามที่นางเดือนเด่นให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
 ดังนั้น การที่นางเดือนเด่นให้สัมภาษณ์ใส่ความเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงข้างต้น จึงเป็นการประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลได้ว่า จะก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อบุคคลหรืออุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ ทั้งคาดหมายได้ว่า การให้ความเห็นในทางวิชาการในเรื่องใดที่มิได้มีการศึกษาและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความสับสนต่อสาธารณะอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจการโทรคมนาคมของประเทศที่อยู่ในช่วง ของการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่การแข่งขันโดยเสรีและอยู่ในระหว่าง เตรียมการเพื่อประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่มีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประเทศชาติจำนวนมหาศาล และการดำเนินการดังกล่าวจะให้ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐ ธรรมนูญและกฎหมายที่กำหนดให้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและ ประชาชนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นทั้งในส่วน ของการลงทุน หลักเกณฑ์การกำกับดูแล และความน่าเชื่อถือของหน่วยงานกำกับดูแล
 ทั้งนี้ผลกระทบจากการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงดังกล่าว ไม่เพียงแต่มีผลเป็นการทำลายความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือในองค์กรกำกับดูแลซึ่งเป็นผู้หน้าที่ในการจัดประมูลคลื่นความถี่ หากแต่ยังทำลายความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมถึงระบบการกำกับดูแลของประเทศเป็นอย่างยิ่ง
 พฤติการณ์การให้สัมภาษณ์ของนางเดือนเด่นจึงทำให้เชื่อโดย ปราศจากข้อสงสัยว่ามีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลที่ไม่สุจริตกล่าว ให้ร้ายและใส่ความเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงมุ่งหมายให้ กสทช. กทค. และกรรมการ กทค. รวมถึงสำนักงาน กสทช. ในฐานะผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายในเรื่องดังกล่าว เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง ทั้งมิได้คำนึงต่อผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ทราบความจริง เมื่อได้อ่านหรือได้ฟังข้อความดังกล่าวย่อมจะทำให้เชื่อได้ว่า กสทช. กทค. กรรมการ กทค. สำนักงาน กสทช. สร้างความเสียหายจำนวนมหาศาลให้แก่ประเทศชาติดังกล่าวจริง
 อีกทั้งทำให้เชื่อว่า กสทช. กทค. กรรมการ กทค. สำนักงาน กสทช. ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่โปร่งใส มีการเอื้อให้เอกชนใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz ต่อไปอีก 1 ปี ทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง วงศ์ตระกูล ทั้งในฐานะที่เป็น กสทช. กทค. และในส่วนตัวที่เป็นผู้ใช้ดุลพินิจในเรื่องดังกล่าว รวมถึงเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์และความศรัทธาจากประชาชน
 เกิด ความเข้าใจผิดว่า เป็นองค์กรที่มีความไม่เป็นกลาง ทุจริต ซึ่งกรรมการ กทค. เป็นบุคคลที่มีเกียรติประวัติที่ดี ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยในการปฏิบัติหน้าที่มาก่อน การถูกใส่ร้ายในลักษณะนี้ในการทำงานในตำแหน่งที่อยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ มหาศาลและในช่วงเวลาที่ต้องดำเนินการเปลี่ยนระบบสัมปทานไปสู่ระบบใบอนุญาต ทั้งต้องจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ประชาชน ทั้งผู้ประกอบกิจการที่ กสทช. โดย กทค. ต้องกำกับดูแลเกิดความหวาดระแวง กทค. ว่าจะดำเนินการที่ไม่เป็นกลางเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการบางราย 
 การกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง และส่งผลกระทบ รวมทั้งสร้างความเสียหายและเสื่อมเสียต่อ กสทช. กทค. กรรมการ กทค. สำนักงาน กสทช. อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
 ทั้งนี้โจทก์ทั้งห้าได้ฟ้องขอให้ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 (ความผิดฐานหมิ่นประมาท) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 328 (ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา) ซึ่งเป็นโทษที่หนักขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท     
 ในบรรยายฟ้องยังระบุด้วยว่า การให้สัมภาษณ์ใส่ความต่อโจทก์ทั้งห้า ในลักษณะเป็นเท็จต่อสื่อหนังสือพิมพ์และในรายการโทรทัศน์ "ที่นี่ Thai PBS" มีจำหน่ายแพร่หลาย และออกอากาศแพร่กระจายสัญญาณทั่วราชอาณาจักรไทย เหตุคดีนี้ จึงเกิดขึ้น ทุกตำบล อำเภอ จังหวัด ในราชอาณาจักรไทย
 ดังนั้นโจทก์ทั้งห้า จึงอาจใช้สิทธิฟ้องร้องคดีในเขตอำนาจศาลได้ทั่วราชอาณาจักรอีกด้วย

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

จุดเปลี่ยน-ข้อกังวล เมื่อเปิดประมูล “ทีวีดิจิทัล“

จุดเปลี่ยน-ข้อกังวล เมื่อเปิดประมูล ""

สำนักงาน กสทช.ประกาศเชิญชวนผู้สนใจขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลประเภทธุรกิจระดับชาติ เท่ากับเป็นการ เริ่มต้นกระบวนการประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องธุรกิจ ได้แก่ เด็ก เยาวชน และครอบครัว 3 ช่อง ข่าวสารและสาระ 7 ช่อง ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (SD) 7 ช่อง และทั่วไปความคมชัดสูง (HD) 7 ช่อง

โดยคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกิจการวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 คือ สัญชาติไทย ไม่อยู่ระหว่างโดนพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนไม่ครบ 3 ปี กรณีนิติบุคคล ผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันต้องสัญชาติไทย มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของทุน มีสิทธิ์ออกเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันนิติบุคคลต้องมีสัญชาติไทยผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน อาทิ มีความสัมพันธ์เชิงทุน เช่น มีผู้ถือหุ้นบริษัทรายใหญ่
(เกิน 25%) ไปเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกบริษัท และการมีความสัมพันธ์ไขว้กันกับอีกบุคคลธรรมดาหรืออีกนิติบุคคลอื่นที่ได้เข้าประมูลด้วย รวมถึงกรณีที่ใช้ชื่อบุคคลอื่นดำเนินการแทน (นอมินี) ด้วยว่าเงื่อนไขในประมูลกำหนดให้ผู้ประกอบการ 1 ราย เข้าประมูลสูงสุด 3 ช่อง และห้ามไม่ให้ประมูลช่องข่าวพร้อมช่อง HDส่วนวัันประมูลคาดว่าจะเริ่มได้ปลาย ธ.ค.ปีนี้ หรืออย่างช้าต้น ม.ค. 2557
"พ.อ.นที ศุกลรัตน์" ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ถ้าผู้เข้าประมูลเท่ากับจำนวนช่องอาจยกเลิกประมูล แต่ถ้าน้อยกว่าจำนวนช่องจะยกเลิกในหมวดนั้น
"การเปลี่ยนผ่านจากแอนะล็อกสู่ดิจิทัลเป็นจุดเปลี่ยนที่เปิดให้มีรายใหม่ทำให้เกิดเม็ดเงินลงทุนราว 1 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี เกิดมุมมองใหม่ เนื้อหาใหม่ มีความหลากหลายในคอนเทนต์"
ฟากผู้ประกอบการกำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการประมูล และราคาค่าเช่าโครงข่าย โดย "ปรีย์มน ปิ่นสกุล" ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า เพิ่งได้รับแจ้งจาก
ผู้ได้รับใบอนุญาตมัลติเพล็กเซอร์บางรายว่า ตัวเลขค่าเช่าโครงข่ายที่ประเมินเบื้องต้นไปก่อนหน้านี้ ยังไม่รวมต้นทุนในส่วนเสาส่งสัญญาณที่ต้องขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศทำให้ผู้ที่สนใจทำช่องรายการ
ไม่ทราบค่าเช่าโครงข่ายที่แท้จริงส่งผลต่อการประเมินความคุ้มค่าและราคาที่เหมาะสมในการประมูล อีกทั้งผู้ประกอบการยังกังวลใจเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่ต้องจ่ายกสทช. โดยคำนวณจากรายได้ในการประกอบกิจการก่อนหักค่าใช้จ่าย "ประวิทย์ มาลีนนท์" กรรมการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) กล่าวว่า ตามประกาศ กสทช.ระบุให้รวมถึงรายได้อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการจึงเปิดช่องให้เกิดการตีความไปได้หลายทาง
สิ่งที่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องการ คือ การแพร่ภาพแพร่เสียงบนหน้าจอทีวีเป็นหลัก ฉะนั้น รายได้หลักที่ควรนำมาคิดค่าธรรมเนียมต้องมาจากตรงนั้น ขณะที่รายได้อื่นไม่ว่าจะเป็นการขายข้อมูลหรือ
ทำสตูดิโอ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรรวมเข้าไป แม้ผู้ประกอบการจะแยกบริษัทย่อยได้
แต่ยิ่งแตกบริษัทมากยิ่งบั่นทอนความแข็งแรงหากนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจะเป็นบริษัทที่มีรายได้แค่นิดเดียว
"กรณีผู้จัดกิจกรรมฟุตบอลที่มีรายได้หลักจากการขายบัตร รายได้ที่มาจากการนำคอนเทนต์ไปออกฟรีทีวีคือรายได้เสริม กลุ่มนี้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพราะไม่มีใบอนุญาต แต่เจ้าของช่อง
ที่ได้ใบอนุญาตลุกมาทำ กสทช.นำรายได้ไปรวมคิดค่าธรรมเนียม ยิ่งยุ่งยากมาก ทำให้คนเป็นศรีธนญชัย หาช่องทางเลี่ยงมากขึ้น"
"ปรีย์มน" เสริมว่า "กสทช." ใส่คำว่า "รายได้" จากลิขสิทธิ์เข้าไปในประกาศ โดยไม่เข้าใจความซับซ้อนเรื่องลิขสิทธิ์
คนที่ยกร่างแค่ให้หมายถึงรายได้จากการขายซับไลเซนส์ แต่พอนำคำว่า "ลิขสิทธิ์" มาใช้ เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการใช้ดุลพินิจตีความได้เกินเจตนารมณ์
คนร่างกฎหมายอาจเกิดปัญหาตามมาในอนาคต
การประมูลเริ่มขึ้นเป็นทางการแล้ว แต่จะไปถึงให้ใบอนุญาตหรือไม่ยังต้องลุ้นต่อไป

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com