ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวน์โหลด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวน์โหลด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

นิยายยุคไซเบอร์ หนังสือที่ ′ทำลายตัวเอง′

ย้อน กลับไปเมื่อราว 15 ปีที่แล้ว ต้นปี 2000 นักเขียนใหญ่แนวสยองขวัญ สตีเฟน คิง เปิดให้ดาวน์โหลดนิยายในรูปแบบอีบุ๊กที่ถือกันว่าเป็นอีบุ๊กเล่มแรกในตลาด แมสมาร์เก็ต ใน 24 ชั่วโมงแรกยอดดาวน์โหลดนิยาย ไรดิ้ง เดอะ บุลเล็ต ขึ้นไปสูงกว่า 400,000 ก๊อบปี้
ถือเป็นการบุกเบิกอีบุ๊กสู่โลกของ การอ่านในยุคซึ่งเราแทบไม่รู้จักเครื่องอ่านอีบุ๊กกันเสียด้วยซ้ำ ก่อนหน้านั้นในปี 1999 มีเครื่องร็อกเก็ต อีบุ๊กที่รู้จักกันในวงแคบมากๆ ถัดมาปี 2004 โซนี่ออกเครื่องอ่านอีบุ๊กในญี่ปุ่นและถัดมาสองปีก็มีโซนี่ รีดเดอร์ ที่ทำให้ตลาดเริ่มรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดนี้มากขึ้น

ไม่ต้อง พูดถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตซึ่งเกิดทีหลังนานมาก ที่ดาวน์โหลดไปอ่านกันสมัยนั้นก็อ่านกันอยู่บนพีซีนั่นละครับ แม้ทุกวันนี้อีบุ๊กส่วนใหญ่ก็ยังอ่านกันบนพีซี โดยมีเครื่องอ่านอีบุ๊กรองลงมา แท็บเล็ตกับสมาร์ทโฟนรั้งท้าย

เท่า ที่จำได้สตีเฟน คิง ยังเคยใช้วิธีเปิดดาวน์โหลดนิยายแบบขยักโดยตั้งเป้าว่าหากยอดดาวน์โหลดเล่ม แรกไม่ถึงเป้าก็จะไม่มีเล่มต่อไปออกมาให้อ่าน และดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

มาถึงยุคนี้อีบุ๊ก เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย นักเขียนมีชื่อระดับสตีเฟน คิง ไม่ต้องมาบุกเบิกแผ้วถางทางอะไรอีกแล้ว ก็แค่ผลิตงานดีๆ ออกมา ใครใคร่จะซื้อรูปแบบไหนไปอ่านก็เลือกเอาตามใจชอบ

แต่ถ้าคิดอย่างนั้นกันเสียหมดก็คงไม่มีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้สนุกกัน ล่า สุด นักเขียนนิยายระดับเบสต์ เซลเลอร์ อีกคนที่ขอลองเล่นด้วยคือ เจมส์ แพตเตอร์สัน เป็นหนึ่งในนักเขียนที่มีรายได้จากการเขียนสูงที่สุดในโลก หนังสือของแพตเตอร์สันทุกประเภททั้งเรื่องแต่งและสารคดีมียอดขายรวมกันทั่ว โลกแล้วประมาณ 300 ล้านเล่ม

ถึงจะเป็นลูกเล่นการตลาดก็เป็นลูกเล่น ที่น่าสนุก เพราะก่อนที่หนังสือนิยายเล่มล่าสุดของเขาเรื่องไพรเวท เวกัส ที่เริ่มวางตลาดครั้งแรกวันที่ 26 มกราคมนั้น เปิดขายก๊อบปี้แรกกันที่ราคาสูงถึง 294,038 เหรียญสหรัฐ แต่คนที่ซื้อจะได้เดินทางส่วนตัวไปยังสถานที่หรูหราซึ่งไม่เปิดเผย และได้ร่วมดินเนอร์ชุดใหญ่กับแพตเตอร์สัน โดยจะมีหน่วยสวาทมานำส่งหนังสือ

เหมือนกับการดึงเอาคนอ่านเข้าสู่โลกของนิยายด้วยตัวเอง เพียงแต่โอาสนี้จะเป็นของคนเพียงคนเดียวที่มีเงินสำหรับละลายเล่นเท่านั้น

ประเด็น ถัดมาน่าสนใจกว่านั้นก็คือคนอีก 1,000 คนแรกในสหรัฐมีโอกาสเข้าถึงนิยายเล่มนี้ในแบบฟรีๆ เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีเวลาในการอ่านให้จบเพียง 24 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดหนังสือก็จะหายไป พูดให้สนุกก็อาจจะบอกว่าหนังสือจะระเบิดหรือทำลายตัวเองภายใน 24 ชั่โมง ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก

แฟนนักอ่านของแพตเตอร์สันที่เหลือไม่ได้ถูกทอด ทิ้งให้เป็นเพียงคนอ่านธรรมดา เพราะแพตเตอร์สันเปิดโอกาสให้เข้าร่วมประสบการณ์กับเหตุการณ์นี้ได้ด้วยการ เข้าไปติดตามความคืบหน้าในการอ่านของ 1,000 คนแรกนั้นตามเวลาจริง และพยายาม "โขมยเวลา" ของพวกเขาผ่านเว็บไซต์ใหม่ที่จัดทัพขึ้นมา selfdestructingbook.com ซึ่งจะทำให้เวลาอ่านที่มีอยู่เพียง 24 ชั่วโมงของคนเหล่านั้นสั้นลงอีก

เท่าที่เข้าไปดูตอนที่กำลังเขียนบท ความนี้มีหนังสือที่ทำลายตัวเองไปแล้ว 115 เล่ม ที่กำลังอ่านอยู่ 111 เล่ม และมีเหลือให้อ่านได้อีกราว 500 เล่ม อยากเห็นตอนที่หนังสือมันทำลายตัวเองว่าจะทำออกมาแบบไหน มีเอฟเฟ็กต์อะไรชวนให้ตื่นเต้นหรือเปล่า แต่คงไม่มีโอกาสเพราะไม่ได้อยู่ในสหรัฐ

แพตเตอร์สันถือได้ ว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของนักเขียนที่เอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มารับใช้ ผสมผสานกับงานเขียนนิยายของเขา สร้างสรรค์ประสบการณ์การอ่านแบบใหม่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

พนันไฮเทคตลาดโต แอปพลิเคชันเสี่ยงโชคทำเงินพุ่งกระฉูด

การสำรวจล่าสุดพบว่าเม็ดเงินหมุนเวียนในแอปพลิเคชันกลุ่มเสี่ยงโชคหรือคาสิโนช่วงปี 2014 ที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2013 ที่น่าสนใจคือการเติบโตนี้มีแนวโน้มเป็นไปอย่างต่อเนื่องอีก 3 ปีนับจากนี้ โดยตลาดหลักของธุรกิจเกมโซเชียลคาสิโนคืออังกฤษ ไอรแลนด์ และออสเตรเลีย
การสำรวจที่ชี้ว่าปี 2017 จะเป็นปีที่รายได้จากแอปพลิเคชันการพนันดิจิทัลพุ่งกระฉูดนี้เป็นของบริษัทวิจัย Annie ซึ่งพบว่ายอดใช้จ่ายบนแอปพลิเคชันโมบายคาสิโนของผู้ใช้อุปกรณ์ iOS นั้นเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับสถิติเดือนพฤศจิกายน 2013 ถึงพฤศจิกายน 2014 โดยขณะนี้ เม็ดเงินหมุนเวียนในภาพรวมของแอปพลิเคชันคาสิโนคือ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า มูลค่าเม็ดเงินนี้คำนวณรวมเกมโซเชียลคาสิโนที่ส่วนใหญ่ผู้เล่นไม่ได้รับเงินจริง แต่ในประเทศอย่างอังกฤษและออสเตรเลียนั้นเริ่มมีการปรับให้บริการพนันด้วยเงินจริงแล้ว จุดนี้คาดว่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้มูลค่ารายได้ในตลาดเกมการพนันดิจิทัลเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2017
เม็ดเงิน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯนี้ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดแอปพลิเคชันโมบายเกมทั่วไปที่มียอดใช้จ่ายรวม 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2014 ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดเกมคอนโซลมียอดใช้จ่าย 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
การสำรวจของ App Annie ยังเจาะลึกลงไปอีกว่ารายได้จากแอปพลิเคชันกลุ่มไพ่นั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ต่อปี คำนวณรายได้รวมมากกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่แอปพลิเคชันกลุ่มเกมคาสิโนมีเงินสะพัดเพิ่มขึ้น 55% ราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแอปพลิเคชันกลุ่มเสี่ยงโชคลูกเต๋าและเกมการพนันอื่นๆ นั้นทำเงินรองลงไป
App-Annie-2
ทั้งหมดนี้ App Annie สรุปว่าตลาดแอปพลิเคชันคาสิโนสำหรับอุปกรณ์พกพานั้นน่าสนใจมากในนาทีนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มแอปพลิเคชันที่มีอัตราการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับแอปพลิเคชันกลุ่มอื่น โดยชาว iOS มีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกลุ่มเสี่ยงโชคนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% แถมยังทำเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% ถือว่ามีอนาคตสดใสเมื่อเทียบกับภาวะทรงตัวในหลายกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชัน
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ช้อปของออนไลน์ช่วงเทศกาลต่างๆคนไทยขึ้นครองแชมป์ ซื้อเร็วที่สุด



จากรายงานคาดการณ์เกี่ยวกับการซื้อสินค้าช่วงเทศกาลประจำปี 2557 ของ Adobe Digital Index ซึ่งสำรวจตรวจสอบธุรกรรมต่างๆหลายพันล้านรายการของทั่วทุกมุมโลก เปิดเผยว่าผู้บริโภคในประเทศไทยชื่นชอบการซื้อสินค้าทางออนไลน์ โดยเป็นผลมาจากการใช้งานอุปกรณ์พกพาต่างก็ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งจะกลายเป็นแพล็ตฟอร์มของการช้อปปิ้งแห่งใหม่



a การซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงเทศกาลของประเทศไทยนั้นเติบโตที่อัตรา 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย Adobe Digital Index คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะคิดเป็นสัดส่วนเกือบๆ 20% ของยอดขายของออนไลน์ตลอดทั้งปี ใกล้เคียงกับอัตราของการเติบโตของประเทศจีน และแซงหน้าประเทศอื่นๆ อย่างเช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย รัสเซีย และบราซิล

ขณะที่การซื้อสินค้าออนไลน์นั้นได้กลายเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในทั่วทุกประเทศ บรรดานักช้อปเริ่มขยายขอบเขตจากการดูและซื้อสินค้าผ่านทางคอมพิวเตอร์ไปสู่ "อุปกรณ์พกพา" กันมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสะดวกในการใช้เครื่องมือชำระเงินผ่านในทางอุปกรณ์พกพา เช่น Apple Pay และ PayPal

"แท็บเล็ต" ก็ยังคงได้ครองสัดส่วนมากที่สุดสำหรับการซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์พกพา โดยทางผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังที่จะใช้แท็บเล็ตในการหาซื้อสินค้าต่างๆมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยนิวซีแลนด์ตามมาเป็นอันดับที่สอง

อย่างไรก็ดี สมาร์ทโฟนกำลังตามมาอย่างติดๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและโปรค่าโทรที่ดีกว่า รวมไปถึงจุดเชื่อมต่อ WiFi ที่มีมากขึ้น นักช้อปจึงมองว่าโทรศัพท์มือถือคือช่องทางที่ดีและสะดวกสบายสำหรับการสั่งซื้อสินค้า โดยปัจจุบัน เกือบ 8% ของการซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหมดดำเนินการผ่านสมาร์ทโฟน

สตีเฟ่น ฮามิล กรรมการผู้จัดการของอะโดบีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ค้าปลีกต้องมีหน้าร้านแบบดิจิตอล (Digital Storefront) ที่ดึงดูดใจและใช้งานง่าย

"ในตอนก่อนหน้านี้ในประเทศไทยมีระดับการใช้จ่ายสินค้าทางออนไลน์ต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและอย่างต่อเนื่อง" ฮามิลกล่าว

"ในทุกๆวันนี้ เราจะสามารถเชื่อมต่อและซื้อสินค้าทุกชนิดทุกที่ทุกเวลาได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นไป เพราะหน้าจอโทรศัพท์มือถือมีขนาดใหญ่ขึ้น อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายขึ้น และการเชื่อมต่อข้อมูลบนอุปกรณ์โมบายล์ได้รับการปรับปรุงกันอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้าปลีกจะต้องก้าวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยจะต้องครอบคลุมอุปกรณ์พกพาที่หลากหลายชนิด"

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393045

ติดตามข่าวสารไอที คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค รุ่นใหม่ราคาประหยัด แนะนำวิธีการใช้งานและการแก้ปัญหาได้ที่ : http://hitech.sanook.com/computer

ด่วนที่สุด!! กฎใหม่เมื่อใครต้องการนำ Power Bank ขึ้นไปใช้บนเครื่องบิน


ตามที่ทาง บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) สอบถามแนวทางปฎิบัติเมื่อตรวจพบว่ามีแบตเตอรี่สำรอง ในรูปแบบ Power Bank กรมการบินพลเรือน พิจารณาว่าด้วยตามกฎกระทรวง กำหนดว่าเป็นวัตถุอันตรายและสัตว์ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลที่อยู่ในอากาศยาน พ.ศ. 2550 ข้อ 4 (4)



ซึ่งแบตเตอรี่สำรอง  ในรูปแบบของ Power Bank เป็นวัตถุและสารที่ผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่ได้ประจำอากาศยานสามารถพกพาไปกับอากาศยานได้โดยนำติดตัวหรือใส่ไว้ในสัมภาระ

จึงสรุปได้ให้เป็นแนวทางปฎิบัติเมื่อตรวจพบแบตเตอรี่สำรอง โดยไม่อนุญาตให้มีการนำแบตเตอรี่สำรองในรูปแบบ Power Bank ทุกชนิดที่ใช้ กับ มือถือ คอมพิวเตอร์ อื่นๆ ใส่ในกระเป๋าที่นำไปเช็คอิน ผู้โดยสาร หรือลูกเรือสามารถนำแบตเตอรี่สำรองไปใช้กับอากาศยาน



โดยพกพาหรือใส่ในกระเป๋าถือขึ้นอากาศยาน ไม่จำกัดจำนวนชิ้นได้ โดยต้องมีค่าความจุไฟฟ้าไม่เกิน 100Whหรือ 20,000mAh ผู้โดยสารหรือทาง ลูกเรือ1คน สามารถนำแบตเตอรี่สำรองไปใช้กับอากาศยานโดยพกพาหรือใส่ในกระเป๋าถือขึ้นไปบนอากาศยาน ที่มีค่าความจุไฟฟ้าระหว่าง 100-160 Wh หรือ 20,000-32,000 mAhได้คนละไม่เกิน2ชิ้น

และไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารหรือลูกเรือนำเอาแบตเตอรี่สำรองที่ได้มีค่าความจุไฟฟ้ามากกว่า 160Wh หรือ 32,000mAh ไปกับอากาศยานโดยพกพาหรือใส่กระเป๋าถือขึ้นไปบนอากาศยาน

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393037

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Google Drive รองรับการคลิกขวาที่ไฟล์เพื่อให้เปิดใช้งานได้ด้วยโปรแกรมในเครื่องได้เรียบร้อยแล้ว



Google Drive เพิ่มส่วนขยายใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดไฟล์ที่เก็บไว้บนกลุ่มเมฆด้วยโปรแกรมที่ติดตั้งเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของตนเองได้แล้ว
แต่เดิมนั้นการเปิดไฟล์งานบน Google Drive ผ่านเว็บบนเบราว์เซอร์จะจำกัดเพียงเปิดใช้งานด้วยโปรแกรมที่รันบนเบราว์เซอร์ได้เท่านั้น (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปิดได้แค่กลุ่มไฟล์เอกสารสำนักงานเท่านั้น) หากต้องการเปิดไฟล์ดังกล่าวด้วยโปรแกรมที่ติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์จาก Google Drive ลงมาที่เครื่องของตนเองก่อน ทว่าตอนนี้ Google Drive ได้ลดขั้นตอนจตรงนั้นลงโดยปรับเปลี่ยนให้ผู้ใช้คลิกขวาที่ไฟล์งานซึ่งจะมีเมนู "Open With" ปรากฏขึ้นมา แล้วให้เราเลือกโปรแกรมที่จะใช้เพื่อเปิดไฟล์ดังกล่าวได้จากแถบเมนูนั้นเลย
Google บอกว่าผู้ใช้จะสามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ใช้จำเป็นต้องติดตั้งแอพของ Google Drive สำหรับ Windows และ Mac รุ่นใหม่สุด (1.18) และได้ทำการซิงก์ไฟล์ที่จัดเก็บไว้กับข้อมูลในเครื่อง

ติดตามข่าวสารไอที โปรแกรมใหม่ๆ หรือดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ ได้ที่ : http://hitech.sanook.com/download

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ระวัง! 6 โปรแกรมอันตราย ที่ไม่ควรติดตั้ง

เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีประกาศเตือนถึงประชาชน เรื่องอันตรายที่ไม่ควรหามาติดตั้ง ซึ่งเป็นผลต่อยอดมาจากโปรแกรม Baidu IME ที่เป็นปัญหาไปเมื่อช่วงต้นปี 2014 โดย Baidu บริษัทโปรแกรมของจีน ได้เข้ามาเปิดสาขาในญี่ปุ่นและได้ปล่อยใช้งานโปรแกรมและแอพฯ สำหรับคอมพิวเตอร์และมือถือ
ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่าโปรแกรมเหล่านี้ มีการ Spy ข้อมูลการใช้งานของยูสเซอร์ และส่งไปยังกลุ่มเมฆเก็บข้อมูล ที่อยู่ในประเทศจีน อันเป็นการละเมิดสิทธิ เพราะข้อมูลที่ Baidu ทำการ Spy ได้นั้น ไม่ได้มีเฉพาะข้อมูลการใช้งาน แต่มันยังรู้ไปถึงข้อมูลส่วนตัวและรหัสผ่านต่างๆของคนนั้นๆ 
และตอนนี้นอกเหนือจาก Baidu IME แล้ว ทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังแจ้งเตือนประชาชน ถึง 6 โปรแกรมอันตราย ที่ไม่ควรติดตั้ง ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ เรามาดูกันว่ามีโปรแกรมอะไรบ้าง ส่วนมากก็มาจาก Baidu ทั้งนั้น
1.  Baidu PC faster ทุกรุ่น เชื่อว่าชาวคอมพิวเตอร์ทั้งหมดคงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าโปรแกรมตัวนี้ในยุคนี้ มันคือโปรแกรมป้องกันไวรัสฟรี และยังช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานของคอมพิวเตอร์คุณด้วย ทว่ามันทำงานมากเกินไปจากที่ควรจะเป็น มันจะแอบติดตั้งโปรแกรมที่เราไม่ต้องการ และยังลบโปรแกรมหรือรีจิสเตอร์ที่จำเป็นออก จนทำให้รีจิสเตอร์และโปรแกรมอื่นๆในเครื่องรวน สุดท้ายก็ต้องลงวินโดว์ใหม่
2.  Baidu Spark Browser โปรแกรมเล่นเน็ตของ Baidu ที่ยังคงแสบไม่แพ้โปรแกรมป้องกันไวรัส ถ้ามองดูเฉพาะฟีเจอร์ของมันแล้วก็ดูน่าสนใจดี แต่อันตรายของมันก็ยังเหมือนเดิมครับ คือมันเป็น Spyware ที่ดักของมูลการใช้งานของยูสเซอร์ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ประเทศจีน
3. Baidu pc app store โปรแกรมร้านรวมของสรรพสิ่งใน PC ทุกอย่างที่คุณต้องการ เพียงหาในโปรแกรมนี้ เพียงคุณบอกมันว่าอยากได้โปรแกรมอะไร มันก็จะค้นหามาให้คุณได้ แต่ในความสะดวกนั้นคุณก็ต้องแลกกับการที่มันทำตัวเป็นมัลแวร์ เกาะติดคอยล้วงข้อมูลและแทกแซงเครื่องคุณอยู่ตลอดเวลา
4. AppsHat คราวนี้ไม่ใช่ของ Baidu แล้ว มันเป็นโปรแกรมฟรีของ Somoto ที่ช่วยคุณหา android apps ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น แต่มันเป็นไวรัสชนิด Adware ชนิดหนึ่งที่จะคอยส่งโฆษณาสุดน่ารำคาญมาให้คุณดูเรื่อยๆ แถมลบมันออกไม่ง่ายด้วยนะ
5. Hao123 อันนี้แม้ไม่ใช่ชื่อ Baidu แต่มันก็เป็นของเครือ Baidu เหมือนกัน เจ้าตัวนี้จริงๆแล้วมันเป็นชื่อเว็บไซต์หนึ่ง ที่รวมลิงค์เว็บต่างๆเอาไว้ด้วยกันในเว็บเดียว เพื่อให้คุณท่องเว็บได้สะดวก เพียงเข้าหน้านี้ก็มีลิงค์เว็บต่างๆให้เลือกเยอะ แต่ก็เต็มไปด้วยโฆษณาจำนวนมาก และมันแอบแฝงเป็นไวรัสบังคับให้ตั้งหน้าเว็บมันเป็นโฮมเพจ ในโปรแกรมเล่นเน็ตของเราด้วยนะ แน่นอนว่าลบออกยากด้วย
6. 555..in.th เว็บรวมสารพัดลิงค์ ที่คล้ายๆกับ Hao123 แต่อันนี้ของไทยเราเอง มันเป็นไวรัสตัวหนึ่งที่จะมาบังคับใช้เราตั้งมันเป็นหน้าแรกโฮมเพจของโปรแกรมเล่นเน็ตที่เราใช้ และสร้างความรำคาญให้เรามาก หากเราไม่ต้องการจะใช้มัน แถมยังลบออกยากด้วยเช่นกัน
สรุปสาเหตุที่ญี่ปุ่นแบนโปรแกรมดังกล่าวนี้ ก็เพราะมันทำงานเหมือนเป็นไวรัสที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ใช้นั่นเอง ซึ่งมีหลายลักษณะ ทั้ง Malware, Adware, Spyware ก็แนะนำว่าไม่ควรหาโปรแกรมเหล่านี้มาใช้กันจะดีกว่าครับ ย้ำไม่ควร "ดาวน์โหลด" เด็ดขาดเพราะมันอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราโดนแฮกข้อมูลได้นะ ตามรายงานที่ว่าไทยเป็นประเทศที่โดนแฮกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก เพราะมีคนใช้โปรแกรมเหล่านี้อยู่ถึงสามล้านคน
Source: ข้อมูลจาก
• http://map.ipviking.com/
• http://www.japantimes.co.jp/news/2013/12/26/national/chinese-made-computer-input-system-banned-in-government-agencies/#.VEoRHBbsqVV
• http://pantip.com/topic/32757183

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทำไมต้องเป็น Windows 10?

ทำไมต้องเป็น "" 10 ?
เรียงลำดับเลขกัน 7 8 แล้วก็ต้อง 9 แต่ทำไม ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ที่ต่อจาก "วินโดวส์ 8" ไม่เป็นวินโดวส์ 9 แต่กลายเป็น "วินโดวส์ 10"
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ก็ได้เวลาในการสยบข่าวลือเกี่ยวกับชื่อใหม่ของวินโดวส์ว่าจะชื่ออะไร แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้ชื่อ วินโดวส์ 9 แล้วก็ได้คำเฉลยที่ว่า วินโดวส์ตัวใหม่ชื่อ "วินโดวส์ 10" ที่ไมโครซอฟท์ภาคภูมิใจนำเสนอ
ขอบคุณที่มาของภาพประกอบ: www.computerworld.com
เทอร์รี ไมเออร์สัน หัวหน้ากลุ่มระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ บอกว่าเดิมทีไมโครซอฟท์คิดจะใช้ชื่อระบบปฏิบัติการตัวใหม่ว่า "วินโดวส์ วัน" เพื่อให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ อย่างวันโน้ตและวันไดรฟ์ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ "วันไมโครซอฟท์" แต่ก็ถูกท้วงติงว่า
ชื่อนี้ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เคยใช้มาแล้วเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ก็เลยทิ้งชื่อ วัน ไป ที่สุดแล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่า ระบบปฏิบัติการตัวใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาในแบบเดิมๆ ก็เลยลงความเห็นว่า เอาชื่อ "วินโดวส์ 10" นี่แหละ
ไมเออร์สันบอกว่า วินโดวส์ 10 จะมอบประสบการณ์ที่ "ใช่" บนอุปกรณ์ที่ "ใช่" ในเวลาที่ "ใช่" เพราะวินโดวส์ 10 จะสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไปจนถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต่างจากปัจจุบันที่ไมโครซอฟท์จะมีระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง สำหรับแท็บเล็ตก็อีกรูปแบบหนึ่ง และสำหรับสมาร์ทโฟนก็อีกรูปแบบหนึ่ง
ส่วนเรื่องของรูปร่างหน้าตานั้น จากการสาธิตเบื้องต้นที่มีการแสดงให้นักข่าวได้ดูกันนั้น ก็พบว่า หน้าจอของการทำงานนั้น ไม่มีกรอบสี่เหลี่ยมมากมายมากองเหมือนกับวินโดวส์ 8 อีกแล้ว แต่จะมีปุ่มสตาร์ตเมนู เหมือนกับวินโดวส์ 7 และวินโดวส์รุ่นก่อนๆ เมื่อคลิกขึ้นมาถึงจะมีกรอบสี่เหลี่ยมของบรรดาโปรแกรมในเครื่องขึ้นมา เหมือนกับเอาวินโดวส์ 8 ไปรวมๆ อยู่กับวินโดวส์รุ่นเก่า แต่ทำให้การใช้งานเหมือนกับวินโดวส์รุ่นเดิมๆ
คาดว่าวินโดวส์ 10 จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้กันในปลายๆ ปี 2558 ตอนนี้ ต่อจากนี้ก็ค่อยๆ เก็บข่าวเกี่ยวกับวินโดวส์ 10 กันต่อไปว่าจะมีอะไรเด็ดๆ ให้ใช้กันจริงหรือเปล่า
เล่นข้ามจาก 9 ไป 10 อย่างนี้ ก็น่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แล้วคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ ล่ะตอนนี้ใช้วินโดวส์อะไรกันอยู่ครับ แล้วอนาคตจะเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์ 10 กันรึเปล่า..? (ตอนนี้เหมือนว่าจะมี Windows 10 ออกมาให้ดาวน์โหลดกันบ้างแล้วเหมือนกันนะ ถ้าใครอยากลองใช้งานก็สามารถไปหาดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย...ดีหรือไม่ยังไงก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ^^)
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

น้ำใจข้ามโลก..เด็กน้อยได้หน้าใหม่เพราะ Facebook

ฮือฮา แพทย์ลุ้นผ่าตัด เปลี่ยนชีวิต"เด็ก3ขวบสุดอาภัพ"ไร้ใบหน้า"-ชึ้"เคสยากที่สุด"(ชมภาพ)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลีย ได้เตรียมจะผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตให้แก่ด.ช.ยาห์ยา โซห์ร่า เด็กชายชาวโมร็อกโค วัย 3 ปี ซึ่งต้องเผชิญชะตากรรมอาภัพเป็น"เด็กไร้ใบหน้า"โดยไม่มีดวงตา และจมูก
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ ด.ช.อาภัพผู้นี้ ต้องเกิดมาในสภาพเป็น"เด็กไร้ใบหน้า"เนื่องจากมีความผิดปกติระหว่างคลอด และเมื่อโตขึ้น ไม่มีแพทย์รายใดสามารถรักษาเขาได้ ทำให้มีหญิงออสเตรเลียรายหนึ่ง
ซึ่งทราบเรื่องราวน่าสลดของเด็กชายยาห์ยา ทางเฟซบุ๊ค ได้ติดต่อกับแพทย์ในกรุงเมลเบิร์นของออสเตรเลีย เพื่อให้ช่วย เนื่องจากเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบโครงหน้า และเคยมีผลงานผ่าตัดแยกร่างฝาแฝดตัวติดกันมาแล้ว โดยล่าสุด บิดาของเด็กได้พาเด็กชายยายาห์มายังโรงพยาบาลแล้ว
ขณะที่นายแพทย์โทนี่ โฮลมส์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว เผยว่า ปัญหาใหญ่ของเขาก็คือ เขายังไม่รู้ว่าจะสามารถผ่าตัด ด.ช.ยาห์ยา ได้หรือไม่ เพราะเขาไม่รู้วิธีการทำงานของใบหน้าของเด็ก รวมทั้งการทำงานของระบบสมองของเขา และถือเป็นเคสผ่าตัดที่มีความยากอย่างยิ่ง หรือยากระดับ 90-90.5 จากทั้งหมด 100 เปอร์เซนต์
โดยเฉพาะความยากในการประกอบโครงหน้าให้แก่เด็กน้อยไร้ใบหน้าผู้นี้ และว่า ขั้นตอนขั้นแรก เขาจะต้องสร้างโครงกระดูกใบหน้าของด.ช.ผู้นี้ก่อน ก่อนจะผ่าตัดศัลยกรรมขั้นเริ่มต้นในช่วงก่อนสิ้นปีนี้

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1391993
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มาเพียบ! กองทัพ Android Wear นาฬิกาอัจฉริยะบุกงาน Thailand Mobile Expo 2014

มาเพียบ! กองทัพ  นาฬิกาอัจฉริยะบุกงาน Thailand Mobile Expo 2014
ใหม่ล่าสุดพร้อมกับทั่วโลกกับกองทัพนาฬิกาอัจฉริยะ Smartwatch สายรัดข้อมืออัจฉริยะ Smartband และกองทัพ Android Wear ระบบปฏิบัติการเพื่ออุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ที่สุดในโลกจาก Google ที่ยกทัพบุกงาน Thailand Mobile Expo 2014 ในวันที่ 2-5 ตุลาคมนี้ ภายในงานพบกับการอัพเดทเทรนด์ของอุปกรณ์พกพาที่ใหม่ที่สุด ล้ำก่อนใครได้ที่งานนี้เท่านั้น ภายในงานพบกับอุปกรณ์สวมใส่คับคั่งดังนี้
Samsung Gear S
samsung-gear-s
ไฮไลท์ของอุปกรณ์สวมใส่ไอทีภายในงาน Thailand Mobile Expo นั้นก็คือ Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นล่าสุดของ Samsung โดย Samsung Gear S นั้นเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED แบบโค้งขนาดใหญ่ 2 นิ้ว มาพร้อมเซนเซอร์แบบจัดเต็ม และกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 นอกจากนี้ Samsung Gear S นั้นยังมีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และยังสามารถโทรออกและรับสายได้ด้วยตัวเองผ่านทางนาฬิกา เพราะ Samsung Gear S นั้นสามารถใส่ซิมการ์ดและรองรับระบบ 2G และ 3G นั่นเองครับ ส่วนระบบปฏิบัติการของ Samsung Gear S นั้นยังคงใช้ Tizen แบบเดียวกันกับที่ Samsung Gear 2 ใช้อยู่นั่นเอง
มีลุ้นมาโชว์ตัวกับ Samsung Gear VR
Samsung Gear VR
นอกจากนี้ยังคาดว่าอาจจะได้เห็น Samsung Gear VR แว่นตาสุดไฮเทค ช่วยเปิดโลกเสมือนจริงแบบสามมิติ ที่ Samsung พึ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆพร้อมกันกับ Samsung Galaxy Note 4 สำหรับการทำงานของ Gear VR นั้นจะเป็นแว่นตาแบบสวมใส่ ภายในมีหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED สีสันคมชัด เมื่อใส่ Galaxy Note 4 ลงไปก็จะแสดงผลคอนเทนต์ในแบบสามมิติ เปิดโลกเสมือนจริงจากบรรดาพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่ของ Samsung ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณสวม GearVR ก็สามารถวิ่งเข้าไปดูห้องแล็บของ Tony Stark ใน Iron Man ได้ ซึ่ง Marvel ก็เป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Samsung ด้วย
รู้จักกับ Android Wear ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุดสำหรับนาฬิกาอัจฉริยะ
Android Wear
ไฮไลท์ในส่วนของ gadget แบบใหม่ล่าสุดภายในงาน Thailand Mobile Expo นั้นจะอยู่ที่นาฬิกาอัจฉริยะที่รันระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์สวมใส่จาก Google ที่เรียกว่า ‘Android Wear’ ครับ โดยระบบปฏิบัติการ Android Wear นั้นจะเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการอุปกรณ์สวมใส่ไอทีที่ Google พยายามผลักดันออกมานั่นเองครับ โดยรุ่นเด่นๆที่เปิดตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Wear นั้นก็มีมาโชว์ตัวที่งาน Thailand Mobile Expo ด้วย ดังนี้
Samsung Gear Live
Samsung Gear Live
นาฬิกาอัจฉริยะตัวแรกจากค่าย Samsung ที่รันระบบปฏิบัติการ Android Wear จาก Google มีการทำงานครบทุกฟีเจอร์ที่ Android Wear ควรจะเป็น นอกจากนี้ Samsung ยังได้ใส่เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจไว้บน Samsung Gear Live ด้วย ตัวนาฬิกามาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส Super AMOLED ขนาด 1.63 นิ้ว กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 และรองรับสมาร์ทโฟน Android ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.3 ขึ้นไป
Moto 360
Moto360_Macro_alt1_with text
นาฬิกาอัจฉริยะตัวแรกในซีรีส์ Android Wear ของ Google และได้รับความนิยมสูงสุดในซีรีส์ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเรียบหรู หน้าปัดกลม โดดเด่นกว่านาฬิกาอัจฉริยะรุ่นอื่นๆในท้องตลาด ทำให้ Moto 360 นั้นได้รับการจับตาจากเหล่าบรรดาผู้ชื่นชอบในเทคโนโลยีมากเลยทีเดียวครับ ซึ่ง Moto 360 นี้ก็มีมาให้สัมผัสตัวเป็นๆที่งาน Thailand Mobile Expo เช่นกันครับ
LG G Watch
LG G Watch
นาฬิกาอัจฉริยะจากค่าย LG ที่เปิดตัวพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Wear ซึ่งมาพร้อมกับมาตรฐานของนาฬิกาอัจฉริยะในยุคสมัยใหม่ มีหน้าจอทัชสกรีน IPS ขนาด 1.65 นิ้ว การทำงานนั้นรวดเร็ว กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์มากถึง 9 ตัว และยังรายงานการแจ้งเตือนต่างๆผ่านสมาร์ทโฟน Android ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.3 ขึ้นไปได้อีกด้วย
Pebble Steel
Pebble Steel
นาฬิกาอัจฉริยะจากโปรเจ็คหนึ่งที่ระดมทุนจนสำเร็จจาก Kickstarter และนี่คือนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นที่สองจาก Pebble ที่พึ่งเปิดตัวที่งาน CES 2014 และมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่เรียบง่ายและดูหรูหราขึ้นกว่ารุ่นแรก และยังใช้วัสดุระดับพรีเมียมทั้งอลูมิเนียมและกระจกกันรอย Gorilla Glass นอกจากนี้ Pebble Steel ยังสามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร และยังมีแอปพลิเคชั่นต่างๆที่ทำมารองรับกับ Pebble Steel อีกเพียบ
Huawei Talkband B1
Huawei-TalkBand-B1
 สายรัดข้อมืออัจฉริยะตัวล่าสุดจาก Huawei เปิดตัวครั้งแรกที่งาน MWC 2014 โดย Huawei TalkBand B1 นั้นถูกวางตัวเป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะ (smartband) มาพร้อมหน้าจอ OLED แบบโค้งขนาด 1.4 นิ้ว สามารถแจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญต่างๆได้เป็นตัวอักษร สามารถทำงานร่วมกันกับสมาร์ทโฟนผ่านทางบลูทุธ และ NFC ได้ และยังใช้เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพของการนอนหลับ และติดตามการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของ TalkBand B1 คือมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาสามารถถอดออกมาเป็นหูฟังบลูทุธได้ด้วย

Magellan Echo Running Watch

echo-family_5colors
นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับนักวิ่งตัวยง ภายนอกดูเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ตธรรมดาๆ แต่เมื่อทำการเชื่อมต่อเข้าสมาร์ทโฟนผ่านทางแอปพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Strava แล้วจะนาฬิกาเรือนนี้จะแปลงร่างเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลสำหรับการวิ่งได้เป็น อย่างดี นอกจากนี้ยังใช้ควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆผ่านทางตัวนาฬิกาได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเริ่มหรือหยุดกิจกรรมการวิ่ง, ปิดเพลง, ข้ามเพลง หรืออื่นๆอีกเพียบ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ข้อมูลการวิ่งของเราไปยัง Social Network ต่างๆได้
Prep Pad
Prep pad
เรื่องสุขภาพและอาหารการกินนั้นเป็นเทรนด์ของปีนี้เลยก็ว่าได้ จากโปรเจ็คที่ระดมทุนสำเร็จจากเว็บไซต์ Kickstarter เจ้าเครื่อง Prep Pad นวัตกรรมเพื่อความสมดุลของสุขภาพและอาหารจึงเกิดขึ้น เรียกให้เข้าใจกันโดยง่ายๆว่า Prep Pad นั้นคือเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะสำหรับอาหารการกิน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสายรัดข้อมือที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่าง Jawbone UP ได้ ซึ่งเมื่อนำ Jawbone UP มาใช้งานร่วมกันกับ Prep Pad แล้วจะสามารถสร้างสรรค์อาหารที่เหมาะกับชนิดของการออกกำลังกายของเราได้ อย่างสมดุลจากการทำงาร่วมกันของเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ, แอปพลิเคชั่น และ Jawbone UP จะช่วยเติมเต็มสารอาหารในส่วนที่ขาดหายไป และยังช่วยแยกแยะอาหารพวก junk food, มีไขมันมาก หรือมีแคลอรี่สูงเกินไปและเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายในชีวิตประจำ วันของเราได้ด้วย ฐานข้อมูลอาหารของ Prep Pad นั้นได้มาตรฐาน USDA จากประเทศสหรัฐอเมริกา
LG Lifeband Touch
lifeband-hero-960x300-
อุปกรณ์ wearable device ตัวแรกจาก LG เปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2014 โดย LG Lifeband Touch นั้นมีดีไซน์ที่สวยงามตามสไตล์การออกแบบในยุคหลังของ LG มาพร้อมหน้าจอ OLED แบบทัชสกรีน ตัวอุปกรณ์สามารถติดตามกิจกรรมฟิตเนสของเราๆได้ สามารถสวมใส่เพื่อบันทึกการออกกำลังกายต่างๆของเรา พร้อมทั้งเก็บสถิติในแต่ละวันร่วมกันกับแอปพลิเคชั่นเฉพาะของ LG ที่ชื่อว่า LG Fitness นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชั่นดังๆต่างๆบนสมาร์ทโฟนได้อีก เพียบ เช่น MyFitnessPal, RunKeeper เป็นต้น
Runtastic Orbit
get_and_go-6c52c93b6dffc4a3b42fcd46e85f1ecb
สายรัดข้อมืออัจฉริยะจากแบรนด์แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายชื่อดัง Runtastic สามารถทำได้ครบทั้งนับก้าวเดิน, วัดแคลอรี่, ติดตามคุณภาพการนอนหลับ, ตั้งปลุก และไฮไลท์เด็ดของ Runtastic Orbit คือความสามารถในการกันน้ำได้ลึกถึง 300 ฟุต เพราะฉะนั้นจึงสามารถนำไปใส่ว่ายน้ำได้ สามารถใช้งานได้ยาวหนึ่งสัปดาห์ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เด็ดๆจากการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นของ Runtastic ได้หลายแอปเลยทีเดียว
พบกับอุปกรณ์สวมใส่ Wearable Device ใหม่ล่าสุดระดับโลกได้ที่ Gadget Zone ที่งาน Thailand Mobile Expo 2014 ในวันที่ 2-5 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถ้าพลาดงานครั้งนี้คุณอาจจะต้องรอไปจนถึงปีหน้ากว่าจะได้สัมผัสนวัตกรรม ใหม่ๆแบบนี้ เพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ 
และเตรียมพบกับนวัตกรรมใหม่ๆที่จะยกพลมาบุกงาน Thailand Mobile Expo 2014 ในวันที่ 2-5 ตุลาคมนี้อีกเพียบ ที่คุณเห็นนี้ยังเป็นแค่น้ำจิ้มนะจะบอกให้

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

เปิดตัว Razer Blade แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมที่บางเฉียบที่สุดในโลก

เปิดตัว  แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมที่บางเฉียบที่สุดในโลก

          แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมที่บางเฉียบที่สุดในโลก โดดเด่นด้วย จอแสดงผลแล็ปท็อปที่มีความละเอียดสูงที่สุดในโลกขนาด 14 นิ้ว Razer Blade เป็นแล็ปท็อปที่มอบขุมพลังต่อลูกบาศก์นิ้วสูงที่สุดในโลก ผ่านการอัพเดตด้วย NVIDIA GTX 870M รุ่นใหม่

          RazerTM ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ความบันเทิงประกาศเปิดตัว Razer Blade รุ่นล่าสุดที่มีจอแสดงผลความละเอียดสูงสุดขนาด 14 นิ้วพร้อมใช้งานบนแล็ปท็อปจอแสดงผล แบบทัชสกรีน 3200x1800 ที่น่าทึ่งนี้โดดเด่นด้วยด้วยรายละเอียด 5.76 ล้านพิกเซล ที่ยอดเยี่ยมคมชัดเป็นประวัติการณ์และพิมพ์ข้อความได้ 262 พิกเซลต่อนิ้ว
          เทคโนโลยีแผงจอแสดงผล IGZO/IPS (Indium Gallium Zinc Oxide/In-Plane Switching) ที่ทันสมัยของ Razer ให้คุณภาพของสีสันและภาพที่เหนือชั้น ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราส่วน
          ของความต่างเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้ถึง 250 เปอร์เซ็นต์ด้วยจอ LED ที่ให้ความสว่างสูง สามารถปรับแสงขณะใช้งานนอกสถานที่ปรับมุมรับชมได้กว้าง รวมถึงปรับการตอบสนองและ การแพร่ภาพวิดีโอให้มีชีวิตชีวาขึ้น จอแสดงผล Razer Blade ลดการเปลี่ยนสีขณะเดียวกันก็เพิ่มสีสันในระดับสูงสุดเพื่อทำให้เกมดูสวยงามกว่าที่เคยมีมา
          Razer Blade ที่ผสมผสานความคมชัดแบบสุดขั้วพร้อมฟังก์ชันการทำงานขั้นเทพนี้ยังมี หน้าจอมัลติทัชแบบเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟ้า 10 จุด สามารถทำงานได้ไม่มีสะดุดพร้อม อินเทอร์เฟซสัมผัสแบบใหม่ใน Windows 8 คุณ Min-Liang Tan ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งร่วมของบริษัท Razer กล่าวว่า "Razer Blade จะเซตเบนช์มาร์กที่แล็ปท็อปทุกเครื่องต้องใช้วัดประสิทธิภาพ ตอนนี้ Razer Blade แล็ปท็อปเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและบางเฉียบที่สุดในโลกมา พร้อมกับจอแสดงผลโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้วที่ดีที่สุดในโลกครับ"
          นอกจากจะวัดความบางได้แค่ 0.7 นิ้วแล้ว Razer Blade ยังอัดแน่นด้วยขุมพลังต่อลูกบาศก์นิ้ว เหนือกว่าแล็ปท็อปรุ่นอื่นที่มีอยู่ในโลก Razer Blade แสดงเฟรมเรตมากถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าดีกว่าระบบคำนวณซ้ำก่อนหน้านี้ด้วย NVIDIA® GeForce® GTX 870M GPUรุ่นล่าสุด Razer Blade ทำงานด้วยโปรเซสเซอร์ 4th gen Intel® CoreTM i7 และใช้เทคโนโลยีจัดเก็บ ข้อมูลแบบโซลิดสเตตเพื่อเพิ่มความเร็วที่มากถึงสี่เท่า เร็วกว่าฮาร์ดไดร์ฟโน้ตบุ๊กรุ่นเก่า Razer Blade ที่สร้างไว้ในโครงอลูมิเนียมล้วนแสนทนทานนี้ โดดเด่นด้วย แทร็กแพดที่ออกแบบมา ให้ผู้ใช้ปรับแต่งเองและ คีย์บอร์ดระดับเล่นเกมแบบแบ็คไลท์ที่สามารถกดปุ่มพร้อมกัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้โดยได้รับการสนับสนุนจากซอฟต์แวร์ นวัตกรรมใหม่อย่าง Synapse 2.0
-เพิ่มเติม-
          คุณ Brian Choi ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ NVIDIA Sr. กล่าวว่า "แล็ปท็อป Razer Blade โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับพรีเมียมและประสิทธิภาพที่สุดยอด เราดีใจที่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและสวยงามดังกล่าวด้วยโปรเซสเซอร์กราฟิกตัวล่าสุดของเราได้ ด้วยแรงม้าของกราฟิกส์เกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นของปีที่แล้ว Razer Blade จึงเป็นหนึ่ง ในแล็ปท็อปเล่นเกมแบบพกพาที่น่าทึ่งที่สุดในโลกอย่างเห็นได้ชัดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว"
          สุดยอดแล็ปท็อปแบบพกพาประกอบไปด้วยหน่วยความจำ 1600 MHz DDR3L ที่รวดเร็ว 8GB และที่เก็บข้อมูลโซลิดสเตตแบบมาตรฐาน 128 GB รวมถึงทางเลือกสำหรับจัดเก็บข้อมูล 256 GB หรือ 512 GB นอกจากนี้ Razer Blade ยังมาพร้อมกับ Dolby® Home Theatre® v4 ที่โดดเด่นด้วยการตอบสนองคุณภาพเสียงอันลุ่มลึก ผ่านการปรับแต่งมาเพื่อมอบประสบการณ์ เสียงแบบโรงภาพยนตร์ Razer Blade มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นานถึงหกชั่วโมงและระบบ เชื่อมต่อไร้สาย 802.11ac ที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด
          Razer Blade ขนาด 14 นิ้วได้รวมไดร์ฟที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของ Razer เข้าไปด้วย ทั้งนี้เพื่อออกแบบแล็ปท็อปเล่นเกมให้ดีที่สุดในโลกสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานแบบสุดขั้ว รูปลักษณ์ที่บางเฉียบและหน้าจอความละเอียดสูงสุดสำหรับเล่นเกมทุกที่ทุกเวลา Razer เริ่มทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงแต่อย่างใด และด้วยแล็ปท็อป Razer Blade ขนาด 14 นิ้วนี้ ผู้ใช้จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เคยบนระบบที่ออกแบบ
มาให้พกพาได้เป็นเลิศ
Razer Blade พร้อมให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปที่ www.razerzone.com/blade
ราคา: เริ่มต้นที่ $2,199
กำหนดวางจำหน่าย: Razerzone.com - สั่งจองล่วงหน้าตอนนี้ จัดส่งสินค้าต้นเดือนเมษายน
ลักษณะเด่นของสินค้า:
• 14.0 นิ้ว QHD+ อัตราส่วน 16:9, 3200x1800
• แผงจอแสดงผล IGZO/IPS (Indium Gallium Zinc Oxide/In-Plane Switching)
• หน้าจอมัลติทัชแบบเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟ้า 10 จุดแบบ LED
• NVIDIA® GeForce® GTX 870M (3 GB GDDR5) และ Intel HD4600 Integrated Graphics
• 4th Gen Intel® CoreTM i7-4702HQ Quad Core processor
• หน่วยความจำออนบอร์ด 8 GB (DDR3L - 1600 MHz)
• Windows® 8.1 64-Bit
• 128 GB SSD พร้อมทางเลือกแบบ 256/512 GB SSD (SATA M.2)
-เพิ่มเติม-

• Intel® Wireless-AC 7260HMW (802.11a/b/g/n/ac + Bluetooth® 4.0)
• (3x) พอร์ต USB 3.0 (SuperSpeed)
• เอาท์พุทวิดีโอและเสียง HDMI 1.4a
• Dolby® Digital Plus Home Theatre Edition
• ลำโพงสเตอริโอในตัว
• แจ็คคอมโบหูฟัง/ไมโครโฟน 3.5 มม.
• อาร์เรย์ไมโครโฟน
• สนับสนุน 7.1 Codec (ผ่าน HDMI)
• เว็บแคมแบบ full-HD ในตัว (2.0 ล้านพิกเซล)
• อะแดปเตอร์จ่ายไฟ 150 W ขนาดเล็ก
• แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์แบบชาร์จใหม่ได้ 70 Wh ในตัว
• คีย์บอร์ดที่สามารถกดปุ่มพร้อมกันได้หลายปุ่มของ Razer (สามารถปรับแสงได้)
• สนับสนุน Razer Synapse 2.0
• อินเทอร์เฟซล็อกกันขโมย
• 13.6 นิ้ว (345 มม.) ความกว้าง x 0.70 นิ้ว (17.8 มม.) ความสูง x 9.3 นิ้ว (235 มม.) ความลึก
• 4.4 ปอนด์ / 2.03 กก.


  • Ads by Google
  • อยากได้ รถมือสอง สภาพดี?
  • รถบ้าน รถเต้นท์ สภาพดี ราคาถูก หารถมือสองทุกยี่ห้อที่ OLX Thailand
  • www.olx.co.th/รถมือสอง
  • Hitech Gallery

    Sony Xperia Z2 จ่อเข้าไทยปลายเดือนนี้

    Sony Xperia Z2 จ่อเข้าไทยปลายเดือนนี้
              โซนี่ เตรียมรุกตลาดสมาร์ทโฟนพรีเมียม เน้นดีไซน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน โดยจะนำ Sony Xperia Z2 ที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียเข้าตลาดไทย ปลายมีนาคมนี้

             ผู้บริหาร โซนี่ ไทย จำกัด บอกว่า  ปีนี้ โซนี่จะเน้นเรื่องอีโค ซีส เท็ม ที่สามารถนำอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มาเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อรองรับความสนใจของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น โดยจะนำสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม มาทำตลาดตอบโจทย์ผู้ใช้งานในระดับบน และเน้นเรื่องการดีไซน์ของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน
              สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวในงาน Sony mobile Southeast Asia and Oceania Public Announcement ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา โซนี่ ไทย จะนำเข้ามาจำหน่ายได้ประมาณช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ได้แก่ โซนี่ เอ็กซ์พีเรีย แซด 2 , เอ็กซ์พีเรีย แซด 2 แท็บเล็ต , เอ็กซ์พีเรีย เอ็ม 2 และ เอ็กซ์พีเรีย ที 2 อัลตร้า
    อ้างอิงจาก VoiceTV
    สนับสนุนเนื้อหา: Arip
    ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

    วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

    BURBERRY ถ่ายทอดงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอนผ่านแอพ WeChat (ชมคลิป)

    อือฮา!! BURBERRY ถ่ายทอดงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอนผ่านแอพ WeChat (ชมคลิป)

              เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาในงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอน BURBERRY ได้ร่วมมือกับ WeChat ในการถ่ายทอดแฟชั่นจากรันเวย์ส่งตรงถึงมือถือของผู้ติดตาม BURBERRY บน WeChat แอพลิเคชั่นฮิตที่มีผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนในประเทศจีนและอีกกว่า 100 ล้านคนจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยแอพลิเคชั่นนี่จะทำให้ผู้ที่ติดตาม BURBERRY สามารถโต้ตอบกับแอพลิเคชั่นได้ในแบบ Real time โดยจุดเด่นอยู่ที่ผู้ติดตามจะสามารถสั่งป้ายโลหะ “Made to” เพียงพิมพ์คำว่า Made to ตามด้วยชื่อของเรา ที่นี้เราก็จะมีป้ายชื่อของตนเองได้ไม่ซ้ำใคร คอนเทนท์นี้จะทำให้ผู้ติดตามสามารถแชร์ป้ายที่ได้รับใน WeChat ได้ทันทีหรือจะบันทึกลงโทรศัพท์ก็ได้เช่นกัน
              นอก จากนี้หากพิมพ์คำว่า look1 ส่งไป WeChat จะตอบกลับมาด้วยรูปภาพของลุคนั้นบนรันเวย์พร้อมรายละเอียดทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าและแอคเซสซอรี่ “WeChat ได้เปิดโลกใหม่ในพื้นที่ดิจิตอล – สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราคือการได้สื่อสารและบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ อย่างลึกซึ้งและมีความหมายยิ่งขึ้นโดยใช้แพลตฟอร์มนี้” คริสโตเฟอร์ เบย์ลี่ย์, Burberry Chief Creative Officer กล่าว นับได้ว่า WeChat เป็นแอพลิเคชั่นแรกที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้เบอร์เบอรี่สามารถโต้ตอบกับแบรนด์ ได้อย่างทันท่วงที
    โหลด WeChat มาเล่นกันได้ที่ลิงค์ด่านล่าง
     สำหรับ iPhone
     สำหรับ Andriod
     สำหรับ Windows Phone
    ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com