ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Review แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Review แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รีวิว Phantom 2 Vision เครื่องบินถ่ายวิดีโอขนาดจิ๋วที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับการเก็บภาพ

20140403_201325
          เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้เราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่การถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอที่นอกจากเราสามารถที่จะเก็บภาพที่ความละเอียดสูงๆ ได้แล้ว ในยุคนี้ที่ระบบไร้สายและเทคโนโลยีฝั่งซอฟต์แวร์ก้าวล้ำมากๆ เราก็สามารถที่จะเก็บภาพในมุมสูงหรือมุมกล้องเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระอีกด้วย วันนี้เราลองมาดูอุปกรณ์ที่จะช่วยในเรื่องดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจ นั่นก็คือเจ้า Phantom 2 Vision นั่นเอง
          ต้องออกตัวก่อนว่าทีมงาน thumbsup เราจะไม่วิเคราะห์กันเรื่องตัวฮาร์ดแวร์ เพราะคุณผู้อ่านสามารถอ่านได้ตามเว็บบอร์ดทั่วไป หรือใน YouTube ก็มีคลิปให้ดูอยู่มากมาย หรือถ้าใครอยากดูเว็บคนขายในไทยอย่างเป็นทางการก็เข้าไปดูกันได้ที่ Phantom Thailand แต่วันนี้เราจะมาเขียนเล่าให้อ่านกันในมุมมองของคนใช้งานที่ไม่เคยเล่นมาก่อนเลย เผื่อผู้อ่านจะได้เห็นภาพชัดขึ้นครับ
          เริ่มแรกหลังจากที่เราได้รับตัวเครื่องจากทีมงาน Phantom Thailand มาทดลอง ก็ได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “dji-vision” ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดทั้งบน iOS และ Android โดยเจ้าแอปพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวสั่งบังคับการหันกล้อง, เป็นตัวแสดงภาพสดๆ รวมถึงเป็นตัวสั่งงานการถ่ายรูปและวิดีโอ โดยมันจะต้องทำงานร่วมกับตัวรีโมทคอนโทรลหลักที่ทำหน้าที่บังคับตัวเครื่องบินทั้งทิศทางและการขึ้น-ลงของเครื่อง
IMG-20140406-WA0026
          เมื่อเอาทั้งสมาร์ทโฟนและรีโมทคอนโทรลมารวมกันจึงจะเป็นตัวบังคับอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในการทำงานนั้น ตัวบังคับหลักจะใช้สัญญาณวิทยุในการบังคับเครื่องบิน ในขณะที่สมาร์ทโฟนจะบังคับผ่านสัญญาณ WiFi ที่เชื่อมกับตัวรับส่งบนเครื่องบินอีกทีหนึ่ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟนจับสัญญาณ WiFi ให้ได้ก่อน มิเช่นนั้นหากสัญญาณไม่ล็อคแล้ว การบังคับจะทุลักทุเลและเสี่ยงต่อการพาเครื่องบินไปสู่จุดจบมากๆ
          หลังจากเชื่อมสัญญาณทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถมองเห็นภาพจากกล้องบนเครื่องบินผ่านตัวแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ทันทีแบบ real-time และนี่จะเป็นตัวช่วยให้การบังคับง่ายขึ้นอย่างมาก พอจะเริ่มใช้งาน เราต้องดูให้ชัดว่าสัญญาณไฟบนตัวเครื่องเป็นสีเขียวหรือยัง ซึ่งนั่นหมายถึงสัญญาณถูกเชื่อมและล็อคไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว จากนั้นก็เริ่มนำเครื่องขึ้นได้ทันทีโดยโยกคันโยกทั้ง 2 ลงด้านล่างพร้อมๆ กัน แต่สิ่งที่สำคัญก็ต้อง เราต้องหันตัวเครื่องให้มุ่งไปยังทิศเดียวกับที่เรายืน ไม่หันหน้าเข้าหาคนบังคับเด็ดขาด เพราะทิศจะผิดเพี้ยนและมือใหม่อาจจะงงได้ง่ายๆ
IMG-20140406-WA0011
เมื่อเครื่องขึ้นแล้ว เราจะเห็นไฟด้านล่างที่คอยกระพริบทำให้เราเห็นได้ง่ายๆ ว่าเครื่องอยู่ที่ไหนและสัญญาณยังดีอยู่หรือไม่
IMG-20140406-WA0004
จากนั้นก็บังคับขึ้นลง ซ้ายขวา ได้ตามใจปรารถนาเลยครับ
IMG-20140406-WA0010
          และภาพต่อไปนี้คือผลลัพธ์ที่ได้จากการพา Phantom 2 Vision ไปเที่ยวหัวหินมา โดยพื้นที่ในภาพคือโรงแรม Amari ที่บังเอิญต้องมาเป็นฉากสำหรับการทดสอบแบบจำเป็น ซึ่งทีมงานเราต้องการถ่ายภาพเพื่อการทดสอบการใช้งาน Phantom เท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการถ่ายภาพบุคคลหรือสถานที่เพื่อเหตุผลอื่นใดทั้งสิ้นครับ
D2014Apr06065058DJI00040
 ภาพจากกล้องบนตัวเครื่องก่อนการ take off
D2014Apr06065158DJI00044
ถ่ายย้อนมองตัวคนบังคับ โดยถ่ายริมทะเลแบบมีลมเบาๆ ตัวเครื่องบินก็ถือว่าค่อนข้างเสถียร ไม่เป๋ตามลม
D2014Apr06070016DJI00060
ส่งมันออกไปกลางทะเลเลย ระยะประมาณ 50 เมตรจากฝั่ง คนบังคับลุ้นระทึกมากเพราะเพิ่งเคยเล่นครั้งแรก
D2014Apr06070044DJI00062
ถ่ายย้อนกลับเข้าฝั่ง ซึ่งถ้าใช้ระบบอัตโนมัติ หากคนบังคับปล่อยมือ มันจะอยู่กับที่ สามารถปล่อยมือได้
D2014Apr06103022DJI00064
ย้ายสถานที่ทดสอบมาภายในพื้นที่โรงแรม ได้ภาพสีสดใสมากๆ
D2014Apr06103248DJI00077
ลองลดระดับลงไปเพื่อเก็บภาพระยะใกล้ขึ้น
D2014Apr06104104DJI00079
คราวนี้ลองไต่ระดับขึ้นไปให้สูงกว่าตัวตึกเลย
D2014Apr05232812DJI00034
ทดลองใช้งานตอนกลางคืนดูบ้าง ซึ่งก็สามารถเก็บภาพมาได้ค่อนข้างดีแม้ในสภาพแสงน้อยมากๆ
จากการทดลองเล่นมา สิ่งที่ได้สัมผัสก็คือ
  • ตื่นเต้นและเพลินมาก เราสามารถเก็บภาพในมุมที่ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีอื่นๆ และนี่เป็นทั้งการถ่ายรูปและเล่นเครื่องบินบังคับไปพร้อมๆ กัน
  • บังคับไม่ยากเลย ถึงจะดูมีหลายปุ่ม และต้องบังคับหลายแกน แต่พอใช้งานจริงมันค่อนข้างง่าย ใช้เวลาฝึกไม่นานก็บินได้แล้ว (สำหรับโหมดอัตโนมัติ)
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ไม่นานนัก ประมาณ 20 – 30 นาทีต่อแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็ม 1 ก้อน
  • รูปที่ได้คุณภาพค่อนข้างดี แต่ได้มาแบบมีเลนส์ไวด์ติดมาด้วย
น่าเสียดายที่รอบนี้เราไม่ได้ทดลองการถ่ายวิดีโอมาด้วยเพราะฝีมือคนบังคับยังอ่อนหัดนัก แต่คุณผู้อ่านที่สนใจลองดูภาพที่ได้ในคลิปนี้ได้ครับ
          และสำหรับใครที่สนใจก็ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปค ความสามารถ และโปรโมชั่นกันในเว็บได้ที่ Phantom Thailand หลังจากนี้ไป ถ้าใครได้เล่นแล้วมีรูปหรือวิดีโอมุมกล้องสวยๆ ก็เอามาแบ่งกันดูบ้างนะครับ
สรุปปิดท้าย
          ในแง่ของการเป็นอุปกรณ์ช่วยการถ่ายภาพและวิดีโอ มันช่วยให้เราสามารถเก็บภาพสวยๆ ในมุมที่น่าตื่นเต้นได้มากกว่าเดิม รวมทั้งช่วยเก็บในมุมที่ไม่มีวิธีอื่นในการเข้าถึงได้ด้วย ซึ่งนั่นจะทำให้เราสามารถเข้าถึงพื้นที่ใหม่ๆ ได้ดี และไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิงเท่านั้น ในแง่ของการรายงานข่าว, การเก็บข้อมูลพื้นที่, การรายงานสภาพอุบัติเหตุหรือภัยต่างๆ ก็อาจจะทำได้ดียิ่งขึ้นและคนทั่วๆ ไปก็สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนั้น หากเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ก็สามารถที่จะยกระดับคุณภาพงานให้แตกต่างจากการถ่ายภาพเดิมๆ ได้ด้วย อย่างไรก็ดี ในการใช้งานอุปกรณ์ประเภทนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็ได้แก่ความปลอดภัยทั้งของตัวผู้บังคับ ผู้ที่อยู่ใกล้เคียง รวมไปถึงการก่อให้เกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ในพื้นที่ใช้งาน และที่สำคัญที่สุดไม่แพ้กันก็คือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบถ่ายในพื้นที่หรือเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้เช่นกัน อย่างไรก็ต้องใช้วิจารณณาณในการใช้งานกันด้วยนะครับ
          ขอขอบคุณทีมงาน Phantom Thailand ที่ให้ยืมอุปกรณ์มาทดสอบ และขอขอบคุณโรงแรม Amari หัวหินที่ให้เราทดลองเล่นได้ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะไล่ให้เราเก็บเพราะอาจจะรบกวนแขกท่านอื่นๆ (อันนี้ขอบคุณเผื่อไว้เฉยๆ ครับ :D )
แหล่งที่มา: thumbsup.in.th

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปลั๊กไฟขั้นเทพ! เน้นความปลอดภัยไปกับ Hubble

ปลั๊กไฟขั้นเทพ! เน้นความปลอดภัยไปกับ Hubble

ช่วงนี้ข่าวไฟช๊อต ไฟไหม้กำลังเป็นที่พูดถึงหนาหู อาจจะทำให้หลายๆคนเริ่มระแวงเวลาจะเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จึงขอนำเสนอนวัตกรรมปลั๊กไฟคุณภาพสูงที่กล้าการันตีความปลอดภัยให้คุณด้วยสวิตช์เปิด/ปิด 2 ชั้น และสายไฟยาวถึง 5 เมตร เป็นทองแดง 100% ด้วย!!! ไปดูหน้าตากันดีกว่าค๊า
ดีไซน์ดูเรียบหรู งานเนี๊ยบ ตัวรางปลั๊กจะเป็นพลาสติก(ABS) ที่ทนความร้อนสูงและไม่ติดไฟ เห็นถึงความปลอดภัยได้ชัดเจน สำหรับรุ่นนี้จะมี 4 ช่องเป็นทองแดง 100% และยังเคลือบนิกเกิลกันสนิมเพื่อเพิ่มความสวยงามให้ด้วยค่ะ มาพร้อมกับ Master Switch ที่ควบคุมระบบการเปิด/ปิดทั้งหมด และ Individual Switch ที่สามารถเลือกเปิด/ปิดได้เฉพาะจุด เพิ่มความปลอดภัยเป็น 2 เท่าเลยค๊า
เพิ่มความสะดวกสบายให้คุณไปอีกขั้นด้วยการเชื่อมต่อกับสาย USB ไว้ใช้กับ iPad , IPhone หรือจะใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนอื่นๆก็ได้ค่ะ โดยแต่ละช่อง USB ก็จะจ่ายกระแสไฟได้ถึง 5V 2,100 mA ซึ่งทำให้สามารถชาร์จ iPad ได้สบายๆเลยค๊า
ฝนตกฟ้าร้องไม่ต้องปลดปลั๊ก ไม่ต้องปิดทีวีอีกต่อไปแล้ว เพราะปลั๊กไฟ hubble จะมี Surge Protection ที่สามารถลดแรงปะทะจากฟ้าผ่าเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ ซึ่งสามารถดูดซับกระแสไฟได้มากถึง 6,000 Amp ทำให้ไม่เกิดไฟกระชาก หายห่วงเลยฮ๊าฟฟฟ
ด้วยสายไฟขนาด 3x0.75 mm² มีความยาวตั้งแต่ 3 เมตร ถึง 5 เมตร ทำจากทองแดง 100% จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก รับไฟสูงสุดถึง 2,500 วัตต์ และถ้าเมื่อเราใช้ไฟเกินก็จะมีระบบเบรกเกอร์ตัดไฟให้อัตโนมัติค๊า ส่วนสวิตช์ไฟก็จะเป็นแบบ LED Switch ทั้งใหญ่และแน่น (อย่าคิดไปไกลนะ...!!) ตัดปัญหาเรื่องสวิตช์เด้งหรือสวิตช์ค้างออกไปได้เลย และยังเพิ่มความสวยงามด้วยสวิตช์ใสและหลอดไฟ LED สีส้มนวลส่องสว่างในตอนที่เปิดใช้สวิตช์นั้นๆด้วยจ้า ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และเรียบหรูของ hubble แล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำเอารางปลั๊กไฟ hubble ขึ้นมาโชว์ หรือจับคู่วางกับเฟอร์นิเจอร์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทำงาน/โต๊ะข้างเตียง ไม่ต้องแอบไว้ตามซอกหรือใต้โต๊ะอีกต่อไป
ไม่เพียงเท่านี้ hubble ยังเพิ่มสีสันสดใสเพื่อให้เหมาะกับทุกสไตล์การตกแต่งห้องของคุณๆ ด้วย hubble Tint ที่มีมาให้เลือก 4 สีตามไลฟ์สไตล์ ได้แก่ สีขาวนวล, สีเหลืองเลมอน, สีส้มจี๊ด, และสีน้ำตาลชอคโกแลต มีสายยาว 3 เมตร รับไฟสูงสุด 2,500 วัตต์
แพ็คเกจของ hubble Tint ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการผลิตจากกระดาษ เพื่อลดการใช้พลาสติก เป็นการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมโลกช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย เอาโล่ดีเด่นไปเลยจ้า เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับปลั๊กไปของ hubble ปลอดภัยแถมยังรักษ์โลกอีกด้วย ส่วนเรื่องราคา บอกได้เลยว่าของถูกและดีมีอยู่จริง!!! สำหรับปลั๊กไฟ hubble สวิตช์ 2 ชั้น ราคา 580 บาท และปลั๊กไฟ hubbleTint (ปลั๊กไฟสี) ราคา 319 บาท สถานที่จัดจำหน่าย อาทิ Loft ทุกสาขา/ร้าน Soft World/ห้างตั้งฮั่วเส็งทุกสาขาและศูนย์รวม IT และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และนวัตกรรมที่มีดีไซน์ของ hubble ได้ที่ www.hubblestore.com และwww.facebook.com/hubblethai นะค๊า เครดิต: TechXcite

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

InstaSecond บันทึกวินาทีที่ดีที่สุดของแต่ละวันลง Instagram

InstaSecond บันทึกวินาทีที่ดีที่สุดของแต่ละวันลง Instagram

แอปฯดีๆ ที่สรรหามานำเสนอกัน คราวนี้ก็ด้วยความที่ว่าผมเป็นมนุษย์ที่ชอบเล่น Instagram อยู่ไม่น้อยก็เผอิญไปเจอะเข้ากับแอปฯตัวหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า InstaSecond ซึ่งดูจากชื่อแล้วตอนแรกนึกว่าอยู่ในตระกูลแอปฯ Insta... ทั้งหลาย (InstaPlaceInstaWeather และInstaFood) แต่ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะเพราะ InstaSecond ของเรามีคอนเซปต์ที่ต่างจากแอปฯแต่งรูปอัพลง IGเจ้าอื่นๆอยู่พอสมควร ส่วนจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยจ้า!!!
โดยแอปฯ InstaSecond มาพร้อมแนวคิดที่ว่าในหนึ่งวันธรรมดาๆนั้นประกอบขึ้นมาจากเวลาถึง 86400 วินาที ซึ่งในแต่ละเสี้ยววินาทีนั้นอาจจะมีเหตุการณ์ประทับใจผ่านเข้ามาในชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่เราจะเลือกที่จะบันทึกช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ประทับใจในภายหลังกันหรือเปล่า นั่นจึงเป็นที่มาของแอปฯ InstaSecond ที่จะบันทึกภาพประทับใจของคุณพร้อมบันทึกช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้คุณได้ย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาดีๆที่จะไม่หายไปจากความทรงจำเหล่านี้ครับ :)
ทั้งนี้สำหรับ InstaSecond เปิดให้ผู้ใช้งานทั่งฝั่ง iOS และ Android ได้ดาวน์โหลดไปใช้งานและแบ่งปันช่วงเวลาดีได้แบบฟรีๆกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะว่าไปแล้วหน้าตาอินเตอร์เฟซของ InstaSecond นั้นถ้าใครที่ชอบเล่นแอปฯแต่งภาพแนว Insta... ทั้งหลายก็น่าจะคุ้นเคยกับการใช้งานกันได้ไม่ยากครับ เริ่มต้นมาก็จะมีออปชั่นให้ท่านเลือกว่าจะถ่ายภาพขึ้นมาใหม่หรือจะเลือกรูปจากใน Gallery ของเรามาแต่งเองก็ทำได้ฮะ (ปล. InstaSecond ที่ผมใช้ทดสอบนั้นเป็นของ Android บน Samsung Galaxy S4 ฮะ)
สมมติว่าได้รูปมาแล้วระบบก็จะให้เราทำการ crop ภาพเลือกส่วนที่ต้องการจะนำมาตัดต่อเป็นภาพสวยๆกันได้ จะหมุนภาพในทิศทางไหนก็ได้ตามสะดวกตรงนี้เลยครับ
เสร็จแล้วก็มาถึงหัวใจของแอปฯ InstaSecond ตัวนี้นั่นก็คือการเลือก caption และ font สวยๆมาประกอบภาพตามสไตล์ Typography ยุคนี้ ซึ่งแอปฯ InstaSecond มี Theme ให้เลือกอยู่ถึง 4 แบบคือ Cool, Classic/Vintage, Modern และ Happy Smile ซึ่งสามารถเลือกได้จากการกดปุ่ม More หรือปัดหน้าจอจากทางด้านขวาครับ
โดยในแต่ละ Theme ของ InstaSecond ก็จะมี Skin สำหรับใส่ให้กับภาพของเราอยู่อีกหลายแบบทีเดียวซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ด้วยการปัดที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอครับ (ปล. ส่วนด้านซ้ายเป็น Location สำหรับเช็คอินสถานที่นั้นๆครับ)
เอาละครับในที่สุดผมก็เลือกได้ Skin สวยๆที่ต้องการมาใส่ให้ในภาพของผมแล้วใน InstaSecond แล้ว ทีนี้ยังไงต่อดีละ 555+
ถ้าเราเลือกที่ไอคอนรูปปากกาก็จะเป็นการตั้งชื่อให้กับภาพด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละท่านกันแล้วฮะ :)
เอาละครับเสร็จแล้วก็ได้เวลาแชร์กันเสียที โดยทุกท่านสามารถกดที่ปุ่มลูกศรมุมขวาบนของหน้าจอก็จะเป็นการแชร์ภาพที่เราตัดต่อจากแอปฯ InstaSecond ไปยังแอปฯอื่นๆไม่ว่าจะเป็นการบันทึกลงเครื่องตัวเองเก็บไว้ดูคนเดียวสวยๆหรือจะแชร์ออกไปยังแอปฯ Social Network อื่นๆเช่น Facebook, Twitter หรือที่เน้นสุดๆคือInstagram ก็สามารถแตะแชร์ออกไปได้ง่ายๆจากตรงนี้เลย
นอกจากนี้ InstaSecond ยังมีระบบ Hashtag ที่จะช่วยใส่ tag ให้ภาพของเราได้เวลานำไปโพสต์ออกทาง Social ต่างๆ ที่สำคัญก็คือ tag เหล่านี้ยังจะช่วยให้เรากรองดูได้ด้วยว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นมีใครทำอะไรที่ไหนเหมือนกับเราอยู่นั่นเอง ดูสนุกดีไปอีกแบบครับ :)
อันนี้ผมลองแชร์รูปจาก InstaSecond ต่อไปยัง Instagram ก็จะสามารถนำไปตัดต่อเพิ่มเติมพร้อมกับอัพโหลดผลงานให้ทุกคนได้ชมกันต่อได้แบบไม่มีจังหวะสะดุดเลยทีเดียว ส่วนใครที่ให้ InstaSecond ใส่ tag ให้ก็มีหน้าที่ไป paste ใส่อย่างเดียวสบายแฮดีแท้
เอาเป็นว่าใครสนใจอยากทดลองใช้งานแอปฯ InstaSecond กันดูก็สามารถดาวน์โหลดไปเล่นกันได้ตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้เลยครับ แล้วที่สำคัญอยากจะบอกว่าแอปฯ InstaSecond ดาวน์โหลดกันได้ฟรีอีกต่างหาก งานนี้ชาว IG ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะฮ้าฟฟฟ :D

ดาวน์โหลด InstaSecond สำหรับ iPhone ได้จากลิงค์นี้

ดาวน์โหลด InstaSecond สำหรับ Android ได้จากลิงค์นี้

เครดิต: ป๋าเอก TechXcite