ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาโน๊ตบุ๊ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาโน๊ตบุ๊ค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ถ้าเราซื้อคอมเครื่องใหม่ แล้วคอมเครื่องเก่าเราจะเอาไปทำอะไรกันดี ?

ถ้าเราซื้อคอมเครื่องใหม่ แล้วคอมเครื่องเก่าเราจะเอาไปทำอะไรกันดี ?
ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาของหลายๆ คนหรือเปล่า แต่อยากจะนำมาเสนอและคุยกัน เกี่ยวกับการที่เราจะทำอย่างไรกับเครื่องเก่าเมื่อซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มาแทนที่แล้ว เพราะบางคนอาจจะนึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดี ในบทความนี้เราก็จะมานำเสนอทางเลือกต่างๆ เกี่ยวกับ 5 แนวทาง ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีข้อแม้ว่าเครื่องเก่านั้นยังคงใช้งานได้ปกติดีอยู่ รวมไปถึงไม่เสียหายอะไรจนขนาดที่ว่าเปิดไม่ติดด้วยนะ

1. ขายทำทุน เก็บตังค์ไว้ทำอย่างอื่น
เชื่อได้ว่าหลายๆ คนอาจจะเลือกแนวทางนี้เป็นข้อแรก เพราะว่าอย่างน้อยๆ เรราก็ได้เงินกลับมาส่วนหนึ่งไม่มากก็น้อยจากการที่เราขายคอมเครื่องเก่า ซึ่งกรณีที่คอมเครื่องเก่าของเราไม่เก่ามากมายอะไร ก็ยังพอที่จะขายได้ราคาดีอยู่ อย่างในระดับสูงๆ ก็อาจจะเกิน 50% จากราคาเต็มที่ซื้อมาทีเดียว โดยถือได้ว่าได้ราคาขายต่อที่ค่อนข้างดี เงินก้อนนั้นเราสามารถที่จะมาชดเชยส่วนต่างที่ซื้อคอมเครื่องใหม่ไปได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นคอมที่เก่าหรือสเปกตกรุ่นไปแล้ว อาจจะได้ไม่ถึงหมื่นบาทหรือไม่กี่พันบาท ก็คิดเสียว่าดีกว่าไม่ได้อะไรกลับมาเลย เพราะอย่างน้อยๆ เก็บเครื่องเก่าไว้เชื่อคงไม่ได้ประโยชน์อะไรยังไงก็ไม่ใช้หยิบมาใช้งานอยู่แล้ว
2. เอาไว้เป็นเครื่องสำรอง ไว้ใช้ภายในบ้าน
กรณีนี้ในการที่เราซื้อคอมเครื่องใหม่ก็อาจจะมีแผนใช้งานกับคอมเครื่องเก่าอยู่แล้ว อย่างการนำไปใช้งานเป็นเครื่องสำรองอีกเครื่องภายในบ้าน อย่างการปล่อยไว้ให้เป็นตัวช่วยดาวน์โหลดต่างๆ รวมไปถึงเป็นเครื่องมีเดียอย่าง HTPC ไว้เปิดหนังหรือฟังเพลงโดยเฉพาะได้ หรือถ้าใครต้องการนำไปเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางภายในบ้านก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งอย่างน้อยๆ คนในครอบครัวของเราก็ยังได้ใช้งานบ้าง ดีกว่าไปขายให้ขาดทุนกว่าตอนที่ซื้อมา โดยบางคนก็จะคิดเป็นทิศทางนั้น
3. ให้พ่อแม่พี่น้องญาติๆ เอาไปใช้ งานต่อ
เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่ไม่อยากขายคอมเครื่องเก่า เพราะเราสามารถนำเครื่องเก่าของเรานั้นมาใช้งานให้เกิดประโยชน์กับคนรอบข้างได้ อย่างการให้พ่อแม่หรือน้องรวมถึงญาติๆ ไปใช้งาน ข้อดีแรก ก็คือเราสามารถนำคอมเครื่องเก่าของเราไปใช้งานให้เกิดประโยนช์ได้แล้ว ข้อต่อมาก็เป็นการประหยัดเงินด้วย เพราะว่าคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อคอมเครื่องใหม่ใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามมีข้อแม้อยู่ว่า คอมเครื่องเก่าที่เรายกให้คนอื่นนั้น ต้องอยู่ในสภาพดีใช้งานได้ปกติ ไม่ใช่ว่ากำลังเสีย หรือเอาของเสียให้เค้าไปซ่อม อันนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ
4. บริจาคเสียเลย ได้บุญกุศลด้วย
ทางเลือกนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่เป็นคนใจบุญและชอบเป็นผู้ให้ เพราะสามารถเลือกที่จะบริจาคคอมเครื่องเก่าของเราให้กับมูลนิธิหรือองค์กร รวมไปถึงโรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลนคอมพิวเตอร์ในการใช้งานได้ เพราะว่าทางนั้นต้องเอาไปใช้ให้ก่อเกิดประโยนช์สูงสุดอย่างแน่นอน หรือถ้าใครเลือกที่นำไปถวายวัดเพื่อนำไปใช้งานภายในวัดก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ก็มีข้อแม้คล้ายๆ ข้อที่แล้ว ว่าคอมพิวเตอร์ของเราที่นำไปถวายหรือบริจาคนั้นจำเป็นต้องเป็นเครื่องสภาพดี หรือไม่ได้เสียหายจนใช้งานใช้การไม่ได้ (เค้าต้องไปหาทางซ่อมเองอีก) ไม่งั้นแทนที่เราจะได้บุญแต่กอาจจะได้บาปไปแทนนะครับ
5. จับแยกชิ้นส่วน ไว้เป็นกรณีศึกษา
ปิดท้ายด้วยแนวทางที่เป็นประโยนช์แก่ตนเองและคนรอบข้างๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการลองศึกษาการทำงานของคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง จากคอมเครื่องเก่าที่เราไม่ได้ใช้งานอะไรแล้ว ทั้งจากการที่ไม่ได้นำไปขาย ไม่ได้เอาเป็นเครื่องสำรอง ไม่ได้ให้ใคร และไม่ได้นำไปบริจาคที่ไหน เพราะคอมเครื่องเก่าเรานั้นจะสามารถนำไปเป็นอุปกรณ์ให้การศึกษาเกี่ยวคอมพิวเตอร์ได้ อาทิเช่น การจับแยกชิ้นส่วนแล้วนำมาประกอบใหม่ให้เหมือนเดิม หรือโมดิฟายอัพเกรดต่างๆ ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงว่ามันจะเสียหายอะไร หรืออีกหลายๆ อย่างที่เราไม่กล้าที่จะทำกับคอมพิวเตอร์ปกติเครื่องใหม่มีประกัน รวมไปถึงจับแยกชิ้นส่วนแล้งเก็บไว้เป็นะไหล่ก็สามารถทำได้เหมือนกัน
คงเป็นแนวคิดให้ไม่มากก็น้อยนะครับ กับคนที่ไม่รู้ว่าจะเอาคอมเครื่องเก่าเครื่องเดิมนั้นไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดดี ยังไงแนะนำว่าให้เลือกตามความเหมาะสมของเราจริงๆ และทบทวนให้ดีหลายๆ รอบก่อนจะเลือกแนวทางนั้นไปปฏิบัติ เพราะถ้าตัดสินใจไม่ดีอาจะเกิดอาการเสียดายแฟนเก่า (คอมเก่า) ได้เหมือนกัน อย่างเช่น เราดันจับแยกชิ้นส่วนออกไปแล้ว อยู่ดีๆ น้องดันมีความจำเป็นต้องใช้คอม หรือไม่ดันให้คอมเก่ากับญาติใช้งานแล้ว แต่พอมานึกอีกทีว่าถ้าขายแล้วได้ราคา ก็อาจจะเฟลได้เหมือนกันนะครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

โบรชัวร์โปรโมชั่นโน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต มือถือ ปริ้นเตอร์ ในงาน Commart Summer Sale 2015

ก็ใกล้เข้ามา แล้วละครับกับงาน  ที่คงรูปแบบการจัดงานเน้นขายกันเหมือนเดิม ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-22 มี.ค.57 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยในบทความนี้ทางทีมงาน NotebookSPEC ก็ได้รวบรวมและนำเอาโปรโมชั่นเบื้องต้นจากหน้าเว็บของงาน Commart Summer Sale 2015 มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ ซึ่งจะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้นไปดูกันเลย

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

7 สิ่งที่ต้องทำ หลังโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ติดไวรัส

     ปัญหาการโน๊ตบุ๊ค ติดไวรัสในปัจจุบันอาจจะไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากติดไวรัสในปัจจุบัน น่ากลัวกว่าแต่ก่อนหลายเท่า เนื่องจากบางครั้งไวรัสที่เข้ามานั้นไม่ได้แค่โจมตีด้วยการลบไฟล์ เปลี่ยนชื่อหรือซ่อนไฟล์เท่านั้น
     แต่มีการพัฒนาด้วยการแทรกตัวเข้าไปอยู่ในจุดต่างๆ เพื่อหวังผลและจุดประสงค์ของไวรัสบางประเภท เช่น มัลแวร์ โทรจันหรือรูทคิท มีแนวโน้มที่จะเข้ามาฉกฉวยข้อมูลสำคัญที่มีอยู่ในเครื่องออกไปด้วย
     โดยบรรดาภัยคุกคามที่ทำให้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ติดไวรัสเหล่านี้ จะทำหน้าที่ในการเปิดช่องหรือประตูให้มีการส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ประวัติการเข้าเว็บไซต์ ข้อมูลส่วนตัว การเชื่อมโยงกับการธุรกรรมออนไลน์
     รวมไปถึงอาจเข้าไปในส่วนการทำงานหลักของระบบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งในด้านของการใช้งานและการใช้ชีวิต ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทำไม หลายๆ คนที่มีการทำงานในโลกออนไลน์และการทำธุรกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต พยายามที่จะมองหาโซลูชันดีๆ สำหรับการป้องกันภัยจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้
     ซึ่งสิ่งที่จะนำมาป้องกันก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่า Firewall จากระบบปฏิบัติการ เพื่อกลั่นกรองความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายหรือจากการเข้าใช้เครื่องลูกข่ายในองค์กร
     รวมถึงการติดตั้งแอนตี้ไวรัสหรือ Internet Security และหยุดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ อันก่อให้เกิดโน๊ตบุ๊ค ติดไวรัสให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางอย่างอาจทำได้ง่าย แต่บางอย่างก็ยากในการปฏิบัติอยู่มากทีเดียว
     อย่างไรก็ดีโอกาสที่ป้องกันแล้ว ยังติดไวรัสก็มี ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ หาทางแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมหรือกลับสู่สภาพเดิมให้ได้มากที่สุด ส่วนจะทำอย่างไรได้บ้างนั้น ก็ต้องแก้กันไปทีละอย่าง
อัพเดต Anti-Virus แล้วทำการสแกน
     เบื้องต้นให้เข้าไปดูระบบแอนตี้ไวรัสก่อนว่ามีการทำงานตามปกติหรือไม่ โดยให้เข้าไปดูในส่วนของ Auto Protect หรือยังมีการป้องกันตามที่ควรจะเป็นหรือเปล่า เพราะหากเป็นไวรัสทั่วไป หากระบบทำงานอยู่ อย่างน้อยก็จะทำหน้าที่ป้องกันได้ตามปกติ
     แต่ก็จะมีบางกรณีที่อาจทำให้ระบบไม่ทำงาน อย่างเช่น แอนตี้ไวรัสหมดอายุ, ถูกปิดหรือ Disable ไม่ทราบสาเหตุหรือโปรแกรมไม่ได้รับการอัพเดตมานาน ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ระบบไม่เปิดทำงานตามปกติ
     การแก้ไขก็เพียง ติดตั้งแอนตี้ไวรัสใหม่หรืออัพเดตให้มีความทันสมัย แล้วจึงทำการสแกนระบบใหม่ทั้งหมด โดยเป็นการสแกนแบบ Deep หรือสแกนแบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อค้นหา กักกันหรือลบทิ้ง เพื่อป้องกันโน๊ตบุ๊ค ติดไวรัส ต่อไป
ดาวน์โหลด Remove Tool
     หากเป็นไวรัสบางประเภท ไม่สามารถที่จะกำจัดด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัสพื้นฐาน ซึ่งอาจะเป็นไวรัสใหม่ๆ หรือมีพฤติกรรมที่สามารถหลุดรอดการตรวจจับของโปรแกรมได้ ก็อาจจะต้องพึ่งเครื่องมือที่เรียกว่า Remove Tools
     ในการตรวจจับและ Remove ไฟล์ไวรัสที่กำลังทำงานอยู่ในระบบนั้นเอง ส่วนใหญ่จะสามารถดาวน์โหลดเครื่องมือเหล่านี้ได้จากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ ไวรัสค่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Kaspersky, AVG หรือ AVAST เป็นต้น นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาไวรัสใหม่ๆ ที่เข้ามาคุกคามได้เป็นอย่างดี
ย้ายข้อมูลไว้ในที่ปลอดภัย
     ถ้าปรากฏว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจจะเกิดการติดต่อลุกลามไปยังจุดอื่นๆ ก็คงต้องมีการย้ายข้อมูลบางส่วน เป็นการสำรองไฟล์เอาไว้เพื่อความปลอดภัย อาจจะใช้เป็นการโยกไปยังไดรฟ์อื่นๆ ที่มีอยู่ในระบบหรือจะเป็นการใส่เอาไว้บนฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก    
     แต่ก็ต้องเป็นขั้นตอนที่ต่อจากการสแกนไฟล์ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังจุดอื่นๆ ต่อไป ซึ่งในกรณีที่ไดรฟ์หลักติดไวรัส ก็ควรจะต้องสแกนไดรฟ์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน หากต้องการความปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด
อัพเกรดแอนตี้ไวรัส
     ในกรณีที่ใช้แอนตี้ไวรัสฟรีหรือที่มากับระบบปฏิบัติการอาจไม่เพียงพอ ก็ควรจะต้องมองหาเครื่องมือดีๆ อย่างเช่น Anti-Virus ตัวใหม่หรือใช้เป็น Internet Security ในเคสที่มีการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์บ่อยครั้ง อย่างเช่น กรณีที่ต้องทำธุรกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น การซื้อขาย
     การโอนเงินผ่านระบบออนไลน์หรือสิ่งใดก็ตามที่มีการ Sign-In ด้วยการใส่ User และ Password ในการเข้าใช้งาน โดยในปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการอยู่มากมายเลยทีเดียว สนนราคาก็ไม่แพง เริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงพันกว่าบาท ขึ้นอยู่กับความสามารถและการให้บริการของแต่ละค่ายนั่นเอง ข้อนี้แนะนำเลยว่า เหมาะสมและคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยและสบายใจในการทำธุรกรรม
ตรวจสอบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอื่นๆ
     เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เพราะโอกาสที่คุณจะปลอดภัยหรือเกิดปัญหาขึ้นมาใหม่อยู่ที่ตรงจุดนี้ เพราะบางกรณีหลังจากที่สแกนไวรัสเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับไฟล์ในระบบ
     แต่ไวรัสยังมีค้างอยู่ในอุปกรณ์อื่นๆ เช่น แฟลชไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอก เมื่อนำเข้ามาต่อกับระบบแล้วไม่ได้สแกนให้ละเอียดอีกครั้งหรือมีการดึงไฟล์ ต่างๆ เข้ามาทันที ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดไวรัสซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ การสแกนอุปกรณ์ที่เป็น Storage ต่างๆ แบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะทำการ Copy/ Cut/ Paste หรือสิ่งอื่นใดเข้ามาในระบบหลัก เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องเสียเวลาในการแก้ไขอีก
เปลี่ยนพาสส์เวิร์ดในการล็อกอิน
     แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกันนัก แต่หากเป็นไปได้หรือไม่ยุ่งยากเกินไป ก็แนะนำว่าให้ทำการเปลี่ยน User name และ Password ใหม่หลังจากที่มีการสแกนและแก้ไขจากการติดไวรัสไปเรียบร้อยแล้ว
     เนื่องจากไวรัสบางประเภทอย่างเช่น โทรจัน แฝงตัวเข้ามาเพื่อเก็บข้อมูลบรรดา Keylogger แล้วจัดส่งไปยังผู้ไม่หวังดีปลายทาง เพื่อนำไปใช้หาประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการเปลี่ยนระบบล็อกอินบ่อยๆ หรืออย่างน้อย 3 เดือนครั้ง ก็จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าวไปได้มากทีเดียว
ฟอร์แมตติดตั้งระบบใหม่ เมื่อเกินเยียวยา
     แต่ถ้าในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขหรือสแกนได้หมด รวมถึงสงสัยว่าไวรัสยังคงอยู่ ก็อาจจะใช้วิธีสุดท้ายก็คือการฟอร์แมตหรือล้างฮาร์ดดิสก์ใหม่เพื่อความสบาย ใจในการใช้งาน ซึ่งข้อดีก็คือ อุ่นใจในการใช้งานมากขึ้นและยังได้ความเร็วในการทำงานกลับคืนมา ด้วยการเคลียร์สิ่งต่างๆ ออกไป
     นอกจากนี้ยังได้เริ่มติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ ที่มีการอัพเดตมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ ต้องเสียเวลาในการทำค่อนข้างนาน รวมถึงการติดตั้งไดรเวอร์และโปรแกรมลงไปใหม่ รวมถึงต้องเตรียมแบ็คอัพข้อมูลเอาไว้ด้วย เรียกได้ว่างานช้างเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคย
คำถาม : ติดตั้งแอนตี้ไวรัสมากกว่าหนึ่งตัว จะช่วยให้ปลอดภัยขึ้นหรือไม่
     การติดตั้งแอนตี้ไวรัสมากกว่าหนึ่งตัว อาจจะดูเหมือนว่าเป็นการช่วยกันสแกน และตรวจจับ เหมือนกับการมีแมวหลายๆ ตัวช่วยกันจับหนู แต่ในความเป็นจริง แอนตี้ไวรัสส่วนใหญ่มีการตรวจจับและรู้จักไวรัสในระดับที่ไม่ได้ต่างกันมาก นัก ดังนั้นการติดตั้งแอนตี้ไวรัสหลายๆ ตัว ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้มีความปลอดภัยมากขึ้นสองเท่า
     แต่กลายเป็นว่าเราจะต้องเสียพื้นที่และทรัพยากรเพิ่มขึ้นในการติดตั้งและใช้ งานแอนตี้ไวรัส ดังนั้นแล้วการเลือกแอนตี้ไวรัสที่มั่นใจได้เพียงตัวเดียวและหมั่นอัพเดตให้ มีความทันสมัยอยู่เสมอ น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรื่องเข้าใจผิดสุดฮา เกี่ยวกับโปรแกรมเมอร์

     โปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงมากพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์กว่าจะได้เป็นแบบนี้ แต่อีกมุมของคนที่ไม่รู้จักโปรแกรมเมอร์ดีพอคงจะคิดว่าโปรแกรมเมอร์สามารถเนตรมิตรได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

มาดูกันว่าสิ่งที่ใครหลายๆ คนเข้าใจผิดจะมีอะไรบ้าง

1.ซ่อมคอม ปริ้นเตอร์ได้ 

เป็นเรื่องที่คาใจสำหรับโปรแกรมเมอร์เมื่อได้ไปทำงานแล้วโดนเจ้านายสั่งให้ซ่อมคอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ที่เสีย ก็ใช่นะโปรแกรมเมอร์ทำได้ แต่เอ๊ะคนทั่วไปที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ก็สามารถซ่อมได้ใช่ไหม??

2.ใช้ Microsoft Office เป็น (Word, Excel, PowerPoint)

นั่นแหละฮ่ะท่านผู้ชม!! เราไม่เถียงว่า Microsoft Office โปรแกรมเมอร์จะใช้ไม่เป็น แต่ก็นะเป็นโปรแกรมเมอร์ต้องมานั่งแก้ไขไฟล์ Word, Excel, PowerPoint มันใช่ไหมละนั่น !!

3.ตกแต่งภาพด้วย Photoshop ได้อย่างสวยงาม

เอาแล้วไงละบอกแล้วว่าโปรแกรมเมอร์โดนมองว่าทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตกแต่งภาพด้วย Photoshop เป็นอีกงานหนึ่งของโปรแกรมเมอร์ แต่อย่าลืมนะโปรแกรมเมอร์แบ่งเขียนโค้ดตกแต่งภาพเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นแหละจะให้ตกแต่งภาพที่ดีก็ต้องฝั่งกราฟฟิกโน่นจ้า

4.เขียนโค้ดแป๊ปเดียว งานก็เสร็จ

เป็นปัญหาโลกแตกเลยทีเดียวกับเรื่องนี้ โปรแกรมเมอร์ทุกคนจะโดนเจ้านายสั่งงานให้ได้อย่างใจ เพียงเพราะคิดว่างานแค่นี้เขียนโค้ดแป๊ปเดียว หลับตาเดี๋ยวก็เสร็จ แต่ให้รู้ไว้เลยโปรแกรมเมอร์ต้องการเวลาและความใจเย็นนะจร๊ะ สมองจะแล่นตอนไหนก็ไม่รู้งานที่สั่งเสร็จแน่แต่ขอเวลาหน่อยจ้า

5.ชอบอยู่หน้าคอมตลอดเวลา

ใครว่ากันละ ว่าโปรแกรมเมอร์ชอบอยู่หน้าคอมตลอดเวลา บางทีเค้าก็อยากจะลุกไปพักสมองบ้างอะไรบ้างแหละ แต่ที่ไม่ลุกไปไหนคงจะเป็นเพราะไม่รู้จะไปไหนมากกว่า

6.ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว เด็กดีว่างั้น

บอกเลยว่าเข้าใจผิดอย่างแรง โปรแกรมเมอร์นี่แหละตัวดีเลย ก็คิดดูสิวันๆ เขียนแต่โค้ด ก็อยากจะไปเที่ยวลั้นลา ผ่อนคลายบ้าง

7.พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

แหนะ!! พูดกันไปโปรแกรมเมอร์ก็คนนะจร๊ะ จะพูดไม่รู้เรื่องได้ไง แค่อาจจะมีมุมที่ไม่เหมือนคนอื่นก็เท่านั้นเอง ก็อินดี้ๆ อะไรทำนองนั้นแหละ มันเป็นสไตล์

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394783/