ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โน้ตบุ๊ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โน้ตบุ๊ค แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

3 เหตุผลที่ควรไปซื้อโน้ตบุ๊ค ในงาน Commart Summer Sale 2015

เหตุผลที่ควรไปซื้อ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค ในงาน Commart Summer Sale 2015
     เชื่อได้เลยว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนกำลังจดๆ จ้องๆ ที่จะซื้อ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค กันอยู่ใช่ไหมละครับ แต่ก็ยังไม่มั่นใจกันใช่ไหมละ ว่าจะซื้อโน้ตบุ๊คที่ไหนอย่างไรดีถึงจะได้ราคาที่โดนใจ และได้ของแถมเยอะที่สุด แจ๋วที่สุด
     ซึ่งโอกาสได้มาถึงเพราะเหลือเวลา อีกไม่ถึง วันแล้วละครับกับงาน Commart Summer Sale 2015 ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-22 มี.ค.57 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ในคราวนี้ได้ปรับรูปแบบมาเอาใจนักช็อปกันอย่างมากมายด้วยรูปแบบมาร์เก ตเพลส มากกว่าคอนเทนต์ในสัดส่วน 90% : 10% กันเลยทีเดียว บวกกับเหตุ อีก เหตุผลที่ควรไปซื้อคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค ในงาน Commart Summer Sale 2015 ซึ่งเมื่อเพื่อนๆ ได้อ่านรับรองว่าต้องอยากไปซื้อ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค ในงานกันอย่างแน่นอน

1 Commart ตรงกับช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี ลดราคาเยอะ
     ช่วงสิ้นไตรมาศที่ ข้ามมายังช่วงไตรมาศที่ ของทุกมักจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค อยู่เสมอๆ ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงนี้หลายๆ เจ้าก็จะนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ตัวเก่า ส่วนตัวเก่าก็จะนำมาจัดโปรโมชั่นลดราคากันแบบเยอะเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งกับงาน Commart Summer Sale 2015 ที่หลายๆ ดีเลอร์จะนำโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนมาลดราคา (ยกตัวอย่างเช่น Intel Core 4th Genneration Haswell พ่วงการ์ดจอ GeForce GTX 7xxM) หลักหลายๆพัน อาจจะมี พันไปจนถึงหมื่นบาทก็ไม่แปลกครับ ซึ่งนับเป็นโอกาสเหมาะมากที่จะซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นก่อน แต่ยังมีประสิทธิภาพที่สูงในราคาคุ้มค่ามากเป็นพิเศษ
     ส่วนเพื่อนๆ ที่ไม่อยากโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนในงาน Commart Summer Sale 2015 ทาง NBS รับรองได้เลยว่าในงานนี้จะมี โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค รุ่นใหม่ๆ (ยกตัวอย่างเช่น Intel Core Intel Core 5th Genneration Broadwell พ่วงการ์ดจอ GeForce GTX 9xxM) ให้เลือกซื้อหากันหลากหลายรุ่นกันอย่างจุใจแน่นอน แต่ในเรื่องราคาอาจจะลดได้ค่อนข้างน้อย แต่ถ้ามองในมุมของการซื้อก่อนใช้ก่อนรับรองถูกใจแน่นอน

2 Commart ผ่อนได้ 0% 24 เดือนได้ และลดจากป้ายได้อีกด้วยนะ
     Commart Summer Sale 2015 แน่นอนว่าต้องมีการชำระเงินในลักษณะของการผ่อนแบบ 0% เป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว แต่จะได้ เดือน 24 เดือนก็แล้วแต่สถาบันการเงิน ซึ่งในงานมีโปรโมชั่นนี้มาแน่ๆ กับทุกๆ แบรนด์และทุกๆ ดีเลอร์ครับ แถมส่วนใหญ่ยังมาพร้อมด้วยเครดิตเงินคืนหลักพันไปจนถึงหลักหมื่นเรียกว่า คุ้มค่าสุดๆเลยละครับสำหรับคนที่ชอบรูดปรื๊ด รูดปรื๊ดกันอยู่แล้ว ซึ่งหาจากหน้าร้านปกติตามพันทิป หรือ IT Mallต่างๆ ไม่ได้
     เช่นกันกับในเรื่องของการชำระเงินสดที่นอกเหนือจาก โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค จะลดราคาตามธรรมเนียมของงาน Commart Summer Sale 2015 การซื้อแบบเงินสดเองก็สามารถต่อราคาพิเศษจากป้ายได้ด้วยละครับ ซึ่งบางเจ้าต่อดี ต่อกล้าหน่อยๆมีลดให้จากราคาโปรโมชั่นอีกมากถึง 3-10% กันเลยทีเดียว หรือว่าง่ายคือ หมื่นลดเพิ่มอีกสูงสุด พันบาทกันเลยทีเดียวละครับ
3 Commart ของแถม ของแจกเยอะ กิจกรรมเยอะขนกลับกันหน้ามืด
     Commart Summer Sale 2015 เป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นงานใหญ่ระดับประเทศที่แน่นอนว่าแบรนด์ต่างๆ ก็ต้องไปจัดบูธ และกิจกรรมมากมายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าซื้อ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค ภายในงาน ขอเพียงกล้าขอเท่านั้นและรับรองของแถมมาเต็มสูบแน่นอนไม่ว่าจะเป็น แผ่นรองเม้าส์ แฟลดไดร์ฟ พัดลมระบายความร้อนโน้ตบุ๊ค หูฟัง เมาส์ไวเลส คีย์บอร์ด ชุดทำความสะอาด , Vocher ลดราคาต่างๆ เสื้อแบรนด์ กระเป๋าโน้ตบุ๊ค , External HDD , SSD หรือแม้แต่แรม 4GB-8GB ก็มีมาลด แลก แจก แถมกันในงานเลยละครับ หรือถ้าอยากได้แบบฟรีแนะนำให้ไปร่วมกิจกรรมจากทางบูธครับรับรองได้อะไรติด ไม้ติดมือกันมาไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ขอเพียงใจกล้าๆ หน่อย
     พอจะทำให้เพื่อนๆ มั่นใจกันบ้างไหมละครับกับ เหตุผลที่ควรไปซื้อ โน้ตบุ๊ค เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค อัลตราบุ๊ค ในงาน Commart Summer Sale 2015 บอกได้เลยว่าถ้าเพื่อนๆ อยากได้โน้ตบุ๊คถูก ของแถมเยอะแล้วละก็ขอแนะนำให้ไปงานนี้กันได้เลยนะครับรับรองโดนใจแน่นอน ส่วนโปรโมชั่นในงานทางทีมงาน NotebookSPEC จะมาอัพเดทในวันงานให้ดูกันเรื่อยๆ ครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

มาแล้ว!! MacBook ใหม่โน้ตบุ๊คที่ประหยัดพลังงานที่สุดใน 3 โลก

ผ่านไปแล้วครับสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple และสิ่งที่หลายๆ คนพูดถึงคงหนีไม่พ้น MacBook รุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่หมดจดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เรียกได้ว่างานนี้นั้นขโมยซีน Apple Watch ไปเต็มๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเล็กกะทัดรัดและเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาหรือเรื่องของสีใหม่
ทำให้ MacBook กลายเป็นเป้าหมายของใครหลายๆ คน มาดูเรื่องของดีไซน์ และการออกแบบ กันดีกว่าครับ
คือการสร้างสรรค์ใหม่ล้วนๆ
ตอนที่เราออกแบบ MacBook ใหม่ เราไม่ได้คิดแค่เรื่องความบางและเบากว่าเท่านั้นแต่ยังคิดไปถึงความสามารถที่มากกว่าและการใช้งานที่ง่ายกว่าที่เคยด้วย ซึ่งเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ เราจึงไม่สามารถแค่ลดขนาดตรงนี้นิด ลดน้ำหนักตรงนั้นหน่อยเพราะสิ่งที่เราเลือกที่จะทำคือการเริ่มต้นจากศูนย์ คิดค้นประดิษฐ์ส่วนประกอบสำคัญแต่ละส่วนขึ้นมาใหม่ โดยทั้งหมดจะมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวบนดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความล้ำลึก เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ต้องหลงรัก Mac ในรูปแบบใหม่อย่างถึงแก่นที่สุดเท่าที่เคยมี
คีย์บอร์ดขนาดเต็มๆที่ไม่ต้องใช้พื้นที่แบบเต็มๆเราเชื่อว่าคีย์บอร์ดขนาดเต็มๆ ที่ใช้งานได้สบายๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการใช้งานโน้ตบุ๊ค แต่การที่จะใส่ทั้งคีย์บอร์ดลงใน MacBook ใหม่ที่หรูหราและบางเฉียบให้ได้พอดีนั้นก็ทำให้เราต้องหันมาคิดทบทวนเกี่ยวกับส่วนประกอบและโครงสร้างของคีย์บอร์ดกันใหม่หมด
ดังนั้นในการสร้างคีย์บอร์ดใหม่ครั้งนี้ เราจึงได้ออกแบบแต่ละปุ่มขึ้นมาใหม่และก็ยังรวมไปถึงกลไกที่อยู่ใต้ปุ่มด้วยนี่จึงไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์ทั้งคีย์บอร์ดให้บางลง แต่ยังเพื่อการพิมพ์ที่สบายขึ้น แม่นยำกว่าและตอบสนองด้วยความรู้สึกที่ใช่จนคุณรู้สึกประทับใจด้วย 
จอภาพ Retina ในมิติใหม่หมด

วินาทีที่คุณเปิด MacBook ใหม่ขึ้นมา จอภาพ Retina ขนาด 12 นิ้วที่สวยงามพร้อมกระจกเต็มบาน แบบขอบจรดขอบก็จะเผยให้ทุกอย่างดูเด่นชัด ภาพทุกภาพเต็มอิ่มไปด้วยสีสันที่สมจริงในทุกรายละเอียดจนเหมือนจะลอยออกมาจากหน้าจอ
ในขณะที่แต่ละตัวอักษรก็คมกริบด้วยความละเอียดกว่า 3 ล้านพิกเซล ทั้งหมดนี้เจิดจรัสอยู่บนจอภาพ Retina ที่บางที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน Mac ทั้งยังได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถันเพื่อส่งมอบประสบการณ์การรับชมภาพที่ยอดเยี่ยมภายใต้ดีไซน์ที่กะทัดรัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ 
แทร็คแพด ลงลึกไปอีกขั้นสู่ความเหนือชั้นที่มากกว่ากับ Force Touch

MacBook ใหม่นี้มาพร้อมกับมิติใหม่แห่งประสบการณ์การใช้งานแทร็คแพด โดยแทร็คแพด Force Touch นั้นได้รับการสร้างสรรค์ทางวิศวกรรมมาเพื่อให้ตอบสนองต่อการคลิกได้อย่างรวด เร็วทันใจและสม่ำเสมอไม่ว่าจะกดตรงไหน ซึ่งภายใต้พื้นผิวที่เห็นก็ยังมีเซ็นเซอร์แรงกดที่สามารถรับรู้ถึงน้ำหนักใน การกดของคุณเพื่อให้คุณมีวิธีใหม่ๆ ในการโต้ตอบกับ Mac ได้
นอก จากนั้นคุณยังสามารถใช้การคลิกแบบกดค้างเพื่อเปิดใช้ความสามารถใหม่ๆ เช่น ค้นหาความหมายของคำศัพท์หรือดูตัวอย่างไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำได้ง่ายๆแค่คลิกแล้วกดค้างไว้บนแทร็คแพดเท่านั้นเอง อีกอย่างคือคุณยังจะได้พบกับการตอบสนองแบบสัมผัส
ซึ่งก็คือการสั่นจากแทร็คแพดที่ช่วยเพิ่มการรับรู้ทางสัมผัสให้กับสิ่งที่ คุณเห็นบนหน้าจอ ที่สำคัญ ความสามารถสุดล้ำเหล่านี้ยังทำงานควบคู่ไปกับคำสั่งนิ้ว Multi-Touch อันเรียบง่ายซึ่งผู้ใช้ Mac ต่างชื่นชอบและคุ้นเคยเป็นอย่างดีรับรองได้เลยว่าจากนี้คุณกับ Mac จะต่อกันติดอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าที่เคย โดยที่คุณไม่ต้องยกนิ้วขึ้นมาเลย

ครบเครื่องและพร้อมเสมอสำหรับโลกไร้สาย

MacBook ใหม่ได้รับการออกแบบมาสำหรับโลกไร้สายที่มีแต่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นได้อย่างสบายๆ จะว่าไปแล้วก็คือ อะไรก็ตามที่คุณทำด้วยโน้ตบุ๊ค ตอนนี้ก็สามารถทำผ่านระบบไร้สายได้ด้วย ซึ่งงานนี้ต้องขอบคุณซอฟต์แวร์ Apple
ที่ดึงเอาศักยภาพของเทคโนโลยีไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth ล่าสุดมาใช้ได้แบบเต็มๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณก็สามารถท่องเว็บ ถ่ายโอนไฟล์ จัดระเบียบรูปภาพ ฟังเพลง และอื่นๆ อีกมากมายได้โดยที่ไม่ต้องยึดติดกับอะไรอีกต่อไป 

สถาปัตยกรรมแบบไม่ต้องใช้พัดลม
MacBook ใหม่คือโน้ตบุ๊ค Mac เครื่องแรกที่ไม่ต้องมีพัดลม นั่นเป็นเพราะว่าชิพ Intel Core M ใช้กำลังไฟแค่เพียง 5 วัตต์ จึงทำให้เกิดความร้อนน้อยลง และไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมหรือท่อความร้อนอีกต่อไป ในขณะเดียวกันแผงวงจรก็จะถูกวางไว้ที่ด้านบนสุดของแผ่นกราไฟต์แบบ "แอนไอโซโทรปิก" แทน
ซึ่งวิธีนี้จะช่วยไล่ความร้อนที่เกิดขึ้นออกไปด้านข้าง ซึ่งในระหว่างนั้น Mac ของคุณก็ยังคงทำงานได้อย่างเงียบสนิท นอกจากนี้ MacBook ใหม่ยังถูกออกแบบขึ้นมาให้ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมด้วยคุณสมบัติต่างๆ ใน OS X เช่น Timer Coalescing, App Nap และ Safari Power Saver คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าทุกๆ งานที่คุณทำจะใช้กำลังไฟที่พอเหมาะกับแต่ละงานจริงๆ ไม่มากเกินเหตุและไม่น้อยเกินไป
แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทั้งวัน ในดีไซน์ใหม่หมด
ที่ ผ่านมาเรารู้ดีว่าไม่ว่าตัวเครื่องจะเล็กกะทัดรัดแค่ไหน ใครๆ ก็ยังวางใจโน้ตบุ๊ค Apple ในเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน แต่พอมาเป็นตัวเครื่อง MacBook ใหม่ที่บางเฉียบนี้ การที่จะให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ตลอดทั้งวันเหมือนเคยคงเป็นไปไม่ได้เลย ถ้ายังคงใช้แบตเตอรี่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบเดิมๆ
ด้วย เหตุผลนี้เราจึงพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาเองโดยเฉพาะ เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทุกมิลลิเมตรที่มีให้คุ้มค่าที่สุด และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือแบตเตอรี่ในดีไซน์ไล่ระดับที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ซึ่งไม่เพียงใส่ลงใน MacBook ใหม่ที่บางเฉียบได้อย่างลงตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนในโน้ตบุ๊คอีกด้วย
กลไกแบบปีกผีเสื้อ
คีย์บอร์ดทั่วไปที่ใช้กลไกแบบกรรไกรมักมีแนวโน้มที่บริเวณขอบของปุ่มจะหลวมและโยกง่าย ซึ่งทำให้ขาดความแม่นยำในการพิมพ์ในกรณีที่กดโดนจุดอื่นที่ไม่ใช่จุดกึ่งกลางของปุ่ม ยิ่งกับคีย์บอร์ดที่บางขนาดนี้เราก็ยิ่งจำเป็นต้องลดอาการโยกเยกของปุ่ม มิเช่นนั้นถ้าไม่ได้กดตรงกลางปุ่มก็อาจส่งผลให้ฝาปุ่มไปชนกับด้านล่างก่อน
ซึ่งทำให้กดแล้วพิมพ์ไม่ติด ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงออกแบบกลไกการทำงานขึ้นใหม่หมดในรูปแบบปีกผีเสื้อที่มีความกว้างกว่ากลไกแบบกรรไกรและประกอบรวมอยู่ในชุดเดียวกัน ทั้งยังทำมาจากวัสดุที่แข็งกว่า ทำให้ปุ่มมีความมั่นคงยิ่งขึ้นและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม รวมถึงใช้พื้นที่ในแนวตั้งน้อยลงด้วย สรุปได้เลยว่าดีไซน์สุดล้ำนี้ทำให้ปุ่มมั่นคงขึ้น ตอบสนองได้สม่ำเสมอ และเพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์ไม่ว่าคุณจะกดโดนตรงจุดไหนของปุ่มก็ตาม 

การออกแบบปุ่ม
ปุ่มที่ได้รับการออกแบบใหม่บน MacBook ใหม่นี้มี ผิวสัมผัสที่ใหญ่ขึ้น โครงสร้างที่บางลง และส่วนโค้งที่ลึกกว่า จึงช่วยให้พื้นที่กดบนปุ่มรับกับปลายนิ้วของคุณได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถค้นหาและกดปุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้อาจจะดูเป็นอะไรที่เล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างขณะใช้งานจนคุณรู้สึกได้ และยิ่งมาผสานกับกลไกแบบปีกผีเสื้อด้วยแล้ว ดีไซน์ใหม่นี้ยังทำให้การควบคุมขณะที่พิมพ์เป็นไปได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย

แสงที่ส่องจากใต้ปุ่มอย่างแม่นยำ
ตอนที่เราตั้งใจว่าจะออกแบบคีย์บอร์ดให้บางขนาดนี้ หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่เราคำนึงถึงก็คือ จะทำอย่างไรให้แสงที่ส่องจากใต้ปุ่มเกิดขึ้นได้โดยใช้พื้นที่น้อยลง และในขณะเดียวกันก็ต้องมีรูปลักษณ์และความรู้สึกที่ดูสะอาดตาและพิถีพิถันขึ้นด้วย เพื่อให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ
เราจึงย้ายแถวไฟ LED รวมถึงแผงนำแสงซึ่งทำหน้าที่กระจายแสงทั่วทั้งคีย์บอร์ดออกไป แล้วแทนที่ด้วยไฟ LED ข้างใต้ปุ่มแต่ละปุ่มแทน โดยไฟ LED เหล่านี้ได้ถูกปรับตั้งให้มีความสว่างที่สม่ำเสมอ ดังนั้นทุกปุ่มและทุกตัวอักษรจึงดูคมชัดทั้งๆ ที่อาศัยแสงไฟแค่เพียงเล็กน้อยจากรอบๆ ฝาปุ่มเท่านั้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลของการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั่นเอง
3 ล้านพิกเซล 0.88 มิลลิเมตร ทั้งเฉียบคมทั้งบางเฉียบ
จอภาพ Retina ขนาด 12 นิ้วบน MacBook ใหม่ ไม่เพียงแต่จะคมชัดไร้ที่ติ แต่ยังบางเฉียบราวกับกระดาษ ซึ่งจะว่าไปแล้วจอภาพที่บางเพียง 0.88 มิลลิเมตรนี้ ยังถือว่าเป็นจอภาพ Retina ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน Mac อีกด้วย ส่วนหนึ่งก็คือกระจกที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษนั้น มีความบางอย่างเหลือเชื่อจากขอบจรดขอบเพียง 0.5 มิลลิเมตรเท่านั้น และเรายังลดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ของจอภาพเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดูกะทัดรัดและกลมกลืนยิ่งขึ้นด้วย 

ในการถ่ายทอดประสบการณ์ของจอภาพ Retina อันงดงามบน MacBook ใหม่ที่เรียบหรูนี้ เราจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรม ในทุกระดับชนิดที่ลงลึกไปถึงพิกเซล ด้วยเหตุนี้ เราจึงออกแบบพิกเซลใหม่เพื่อสร้างรูรับแสงที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้แสงลอดผ่านได้มากกว่าเดิม ซึ่งวิธีนี้ส่งผลให้เราสามารถใช้ LED Backlight ที่ ประหยัดไฟมากกว่าจอภาพ Retina บนโน้ตบุ๊ค Mac รุ่นอื่นๆถึง 30% ขณะที่ยังคงความสว่างสดใสไว้เหมือนเช่นเคย 

แทร็คแพด Force Touch เพิ่มแรงกดขึ้นอีกนิด ก็ทำอะไรได้อีกเยอะ
ถ้ามองจากภายนอก แทร็คแพด Force Touch ใหม่อาจดูเหมือนแทร็คแพดอื่นๆ ทั่วไป แต่ถ้ามองลึก ไปถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้พื้นผิวนั้นแล้วละก็ บอกได้เลยว่าไม่เหมือนอะไรที่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน ตั้งแต่เซ็นเซอร์แรงกดที่จะคอยตรวจจับว่าคุณกดแรงแค่ไหน
และเมื่อไหร่ที่คุณกดตรงไหนก็ตามบนพื้นผิวแทร็คแพด Taptic Engine ใหม่ก็จะตอบสนองต่อการคลิกด้วยการรับรู้ที่คุณรู้สึกได้ หรือแม้แต่การคลิกที่เคยเป็นแค่ฟังก์ชั่นของกลไกธรรมดาๆ ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายสิ่งที่คุณจะสามารถทำได้ผ่าน Force Touch ทั้งนี้ก็เพราะความสามารถในการตรวจจับของแทร็คแพด Force Touch นั้น
จะทำให้คุณสื่อสารกับ MacBook ได้ว่าคุณอยากให้ทำอะไรตามแรงกดที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยนั่นเอง สิ่งนี้จึงทำให้คุณสามารถโต้ตอบกับแอพต่างๆ ได้หลากหลายแบบบนพื้นผิวแทร็คแพดเดียวกัน ยิ่งกว่านั้น แทร็คแพดก็ยังสื่อสารกับคุณด้วยการตอบสนองแบบสัมผัสที่คุณจะรู้สึกได้จริงๆ อีกด้วย คงไม่ผิดหากจะบอกว่า ทั้งหมดนี้ทำให้ MacBook ของคุณทำอะไรได้มากขึ้นและใกล้ชิดกับคุณมากกว่าที่เคย

Taptic Engine
แทร็คแพดแบบดั้งเดิมนั้นใช้กลไกที่ดูคล้ายกับไม้กระดานกระโดดน้ำหรือที่เรียกว่า “Diving Board” ซึ่งต้องใช้เนื้อที่ข้างใต้เวลาถูกกดลงไป รวมถึงทำให้การคลิกในส่วนที่เป็นพื้นผิวใกล้กับคีย์บอร์ดเป็นไปได้ยากกว่า แต่ถ้าเป็นแทร็คแพด Force Touch นี้
เซ็นเซอร์แรงกดจะคอยตรวจจับการคลิกทุกแห่งบนพื้นผิวแทร็คแพดของคุณ ซึ่งทำให้แทร็คแพดตอบรับกับการกดนั้นแม้ว่าวิธีที่คุณกดลงไปจะเป็นแบบเดียวกับที่คุณใช้บนแทร็คแพดที่คุณคุ้นเคยก็ตามและด้วย Taptic Engine ที่เป็นการตอบสนองแบบสัมผัสยังทำให้คุณไม่เพียงแต่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอเท่านั้น แต่ยังรู้สึกไปพร้อมกันได้ด้วย
โดยแทร็คแพดจะส่งการตอบสนองในแบบที่คุณจะรู้สึกได้ที่ปลายนิ้วเมื่อคุณทำงานบางอย่าง เช่น ใส่คำอธิบายใน PDF เป็นต้น

Force Touch
นอกเหนือจากคำสั่งนิ้ว Multi-Touch ง่ายๆ ที่คุณอาจคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น การเลื่อน การปัด การหนีบนิ้วและการหมุน Force Touch ยังเปิดมิติใหม่ให้กับประสบการณ์การใช้งาน Mac ด้วย โดยคุณสามารถกำหนดความไวต่อการสัมผัสได้เอง ซึ่งจะช่วยให้คุณปรับได้ว่าแรงกดระดับไหนจึงจะถือเป็นคำสั่งคลิก แถมแทร็คแพดยังสามารถบอกได้แม้กระทั่งว่าคุณคลิกด้วยนิ้วโป้งหรือนิ้วอื่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนิ้วไหนก็จะปรับระดับความไวให้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

โปรเซสเซอร์
ภายใน MacBook ใหม่นั้น คุณจะพบกับโปรเซสเซอร์ Intel Core M “Broadwell” รุ่นที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นชิพตัวแรกที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 14 นาโนเมตรนั่นหมายความว่าชิพจะอัดแน่นไปด้วยทรานซิสเตอร์มากกว่ารุ่นเก่าเพื่อความหนาแน่นที่สูงขึ้น และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่า โดยโปรเซสเซอร์ Core M นี้ ถือว่าลงตัวอย่างเหมาะเจาะกับ MacBook ใหม่ ด้วยคุณสมบัติประหยัดพลังงานที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่จำเป็นต่อการทำงานในแต่ละวันนั่นเอง

แผงวงจร
สำหรับ MacBook ใหม่นั้น เราสามารถนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้เมื่อตอนที่สร้างสรรค์อุปกรณ์ที่บางแต่ทรงพลังมาแล้วอย่าง iPhone และ iPad มาใช้ พร้อมกับต่อยอดองค์ความรู้เหล่านั้นให้ก้าวล้ำกว่าเดิม ซึ่งเราก็ทำสำเร็จ โดยเราได้จัดเรียงโปรเซสเซอร์, Flash Storage และหน่วยความจำลงบนแผงวงจรที่เล็กที่สุดแต่อัดแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีใน Mac ไว้ได้อย่างพิถีพิถัน

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำ
แม้จะย่อขนาดชิ้นส่วนภายใน แต่ MacBook ใหม่ก็ยังคงความจุที่มากพอสำหรับจัดเก็บไฟล์และเปิดใช้แอพพลิเคชั่นที่คุณต้องใช้ทุกวันไว้ได้อย่างน่าประทับใจ โดย MacBook มาพร้อมหน่วยความจำออนบอร์ด LPDDR3 ขนาด 8GB ความเร็ว 1600MHz ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน ซึ่งเมื่อมาผสานพลังกับ Flash Storage ความจุ 256GB หรือ 512GB2 ด้วยแล้ว คุณก็จะได้พบกับโน้ตบุ๊คที่บางและเบาจนต้องทึ่ง พร้อมประสิทธิภาพที่เร็วทันใจ 

พกง่ายเหลือเชื่อ กับพอร์ตที่น่าทึ่งเพียงพอร์ตเดียว
ในการสร้างสรรค์โน้ตบุ๊คที่ทั้งบางและเบาอย่าง MacBook ใหม่นี้ เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพ ในทุกรายละเอียด เรียกว่าลงลึกไปถึงวิธีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงและการต่อปลั๊กไฟ
ซึ่งงานนี้ก็ทำให้เราได้มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่หลอมรวมฟังก์ชั่นสำคัญๆ ที่คุณต้องใช้ประจำทุกวันเอาไว้ในพอร์ตอเนกประสงค์เพียงพอร์ตเดียว หรือที่เรียกว่า USB-C โดยพอร์ตแบบใหม่ที่น่าทึ่งนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ชาร์จไฟ ถ่ายโอนข้อมูล USB 3 เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกและอุปกรณ์ต่อพ่วงได้อย่างรวดเร็ว
รวมถึงส่งสัญญาณภาพที่รองรับการเชื่อมต่อกับ พอร์ต HDMI, VGA และ Mini DisplayPort ซึ่งทุกความสามารถนี้รวมอยู่ในดีไซน์ที่เสียบได้ทั้งสองด้านและมีขนาดเล็กเพียงหนึ่งในสามของพอร์ต USB ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 

โน้ตบุ๊คที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก3

ในแต่ละมิติของ MacBook ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Retina และแบตเตอรี่แบบไล่ระดับ ไปจนถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยของ OS X ต่างก็ได้รับการปรับปรุงให้ประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
จึงกินไฟเพียง 10.10 kWh ต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเกินกว่าข้อกำหนดการใช้พลังงานขั้นต่ำของ EPA จนผ่านการรับรองมาตรฐาน ENERGY STAR 6.1 อีกอย่างคือ เนื่องจากแบตเตอรี่ใน MacBook ใหม่ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟบ่อยๆ ปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากการใช้งานในแต่ละวันจึงน้อยลงด้วย
สเปกของ MacBook Retina 12 คร่าวๆ มีดังต่อไปนี้

- ขนาดหน้าจอ 12 นิ้ว Retina Display ความละเอียด 2304 x 1440 พิกเซล
- ตัวเครื่องบางเพียง 13.1 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 0.9 กิโลกรัม
- มาพร้อม TrackPad และคีย์บอร์แบบใหม่
- แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องในการท่องเว็บ 9 ชั่วโมง, เล่นวีดีโอได้นาน 10 ชั่วโมง
- ใช้ชิป Intel Core M ความเร็ว 1.1GHz และ 1.2GHz
- ไม่มีพัดลมในตัวเครื่อง
- ตัวเครื่องมีสีทอง, เงิน และเทา เหมือนกับ iPhone
- รองรับ USB-Type C เพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น (ยังมีช่องหูฟังต่างหาก)
- ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท สำหรับรุ่น Core M 1.1GHz , Intel HD Graphics 5300, แรม 8GB, SSD 256GB
- ส่วนรุ่น Core M 1.2GHz, Intel HD Graphics 5300, แรม 8GB, SSD 512GB ราคา  54,900 บาท
- สามารถอัพเกรดเป็น Core M 1.3GHz ได้อีก
-  เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการ 10 เมษายนนี้ทั้งในส่วนของ Online Store และหน้าร้าน iStudio

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395137/