ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Note 4 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Note 4 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อดีตหัวหน้าทีมดีไซน์ซัมซุงเผย ทำไมผลิตภัณฑ์ซัมซุงดีไซน์ออกมาห่วย

     Fast Company มีบทความตั้งคำถามว่าทำไมผลงานการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงถึงออกมาแย่ (ต้นฉบับใช้คำว่า "stink") เพราะว่าสัมภาษณ์ Kevin Lee ผู้บริหารที่เคยมีตำแหน่ง head of product strategy and user experience design ของ Samsung Design America (ปัจจุบันเขาอยู่กับ Visa)
     Lee อธิบายว่านักๆ แล้วซัมซุงจ้างบริษัทดีไซน์ระดับโลกมากมาย ผลงานต้นแบบที่นำมาเสนอหลายตัวน่าประทับใจมาก ซัมซุงไม่ได้ขาดแคลนไอเดียใช่ไหมดีไซเนอร์เก่งๆ แต่ปัญหาเป็นก็เพราะว่าไอเดียเหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขระหว่างการพัฒนาเป็น สินค้าแท้จริงๆ ด้วยวัฒนธรรมองค์กรแบบตะวันออก
     ปัญหาของซัมซุง (พร้อมด้วยบริษัทสายเอเชีย) ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นวัฒนธรรมแบบตะวันออกที่ไม่เน้นความขัดแย้ง เน้นความสมานฉันท์ ประนีประนอมให้ทุกฝ่ายในบริษัทสมประโยชน์ ดังนั้นซัมซุงจึงมีแนวโน้มที่จะดัดแปลงแก้ไขโครงการต้นแบบให้มีลักษณะรอมชอม มากขึ้น จนสูญเสียความโดดเด่นที่ดีไซเนอร์ระดับโลกคิดมาให้
     นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจของซัมซุงก็เน้นการขายสินค้าจำนวนมากๆ หลากหลายรุ่น แต่มีกำไรต่ำอยู่แล้ว วัฒนธรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ของซัมซุงจะเน้นการซอยรุ่นย่อย (SKU) มากมายๆ เพือจับตลาดผู้บริโภคทุกกลุ่ม ซึ่งสวนทางกับวัฒนธรรมการดีไซน์ของโลกตะวันตก ที่เน้นความเป็นปัจเจกของดีไซเนอร์ เต็มไปด้วยอีโก้ พร้อมกับมั่นใจว่างานดีไซน์ของตัวเองดีเยี่ยม (Lee เรียกอาการนี้ว่า Steve Jobs Syndrome)
     สิ่งที่เกิดขึ้นคือแอปเปิลกับซัมซุงมีรายได้พอๆ กัน แต่แอปเปิลมีอัตรากำไรดีกว่ามาก เพราะว่าเน้นส่วนต่างกำไรมาตั้งแต่ต้น กับแอปเปิลมีจำนวนรุ่นของสินค้าน้อยกว่ามาก
     ในบทความยังสัมภาษณ์ดีไซเนอร์จากโลกตะวันตกหลายคน ที่มีประสบการณ์รับจ้างทำงานให้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์จากเอเชีย (เช่น Sharp) พร้อมกับพบปัญหาคล้ายๆ กันว่าผู้บริหารฝั่งเอเชียจักต้องหาฉันทามติร่วมกัน เพราะว่าขอให้ปรับแก้ดีไซน์บางอย่างไม่ให้สุดขั้วเกินไป
     Lee แย้มว่าซัมซุงคงไม่รอบรู้เปลี่ยนแนวทางการทำงานแบบนี้ได้เร็วนัก ก็เพราะว่ามันกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รีวิว : Galaxy Note Edge มีดีมากกว่าแค่เพียงจอโค้ง

     ผมเองใช้ Galaxy Note 4 เป็นเครื่องหลักมาก่อน หลังจากได้ลองเล่นตัวจริงในงาน Mobile Expo ที่ผ่านมาแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมากว่าซื้อ Note Edge เถอะ ผมว่าคนที่บ้ามือถือเหมือนกันน่าจะรับรู้ถึงพลังงานบางอย่างได้ว่ามันน่าสนใจ โอเคงั้นลองมาดูว่ามันน่าสนใจจริงๆรึเปล่า
     จอโค้งทำให้จับเครื่องและใช้งานลำบาก ผมว่าคนที่คิดแบบนี้คงจะไม่เคยใช้งานมือถือหน้าจอ 5 นิ้วขึ้นไปแบบจริงจังสินะ ผมว่ามือถือที่หน้าจอใหญ่มันใช้งานมือเดียวในบางสถานะการณ์ได้ลำบากอยู่แล้ว เช่น ขับรถแล้วอยากโทรออก ปาดโน่นนี่ ซึ่งมักจะเป็นในที่ๆไม่น่าใช้ทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าบน Note 4 หรือ Note Edge เองมันมีโหมดช่วยใช้งานมือเดียวอยู่ด้วย


     หน้าจอของ Samsung Galaxy Note Edge มีขนาด 5.6 นิ้ว ซึ่งตามสเป็คแล้วดูเหมือนจะเล็กกว่า Note 4 นิดหน่อย ส่วนนึงเพราะจะถูกตัดออกไปเป็นจอโค้งด้านข้าง การใช้จอแบบ Super AMOLED ทำให้สีสันดูสดมาก (เป็นจุดเด่นของหน้าจอแบบนี้) แต่แอบตัดกระจกกันรอยขีดข่วนจาก Gorilla Glass 4 เป็น Gorilla Glass 3 ซะงั้น แน่นอนไม่ใช่ปัญหาเราติดฟิลม์กันรอยกันอยู่แล้ว


     หากมองจากด้านหน้าตรงๆขอบที่โค้งจะอยู่ทางขวามือและก็ไม่ได้โค้งแบบทิ้งดิ่งมาก ด้านบนของหน้าจอก็จะเป็นส่วนของกล้องหน้า ลำโพงสนทนาและเซ็นเซ่อร์ต่างๆ ด้านล่างเราจะเห็นเพียงปุ่ม Home เท่านั้นส่วนปุ่ม Recent และเป็น Back จะเป็นแบบทัชสกรีน


     สำหรับ Note Edge ใช้หูฟังแบบแจ็ค 3.5mm โดยจะวางเอาไว้ด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับในส่วนของด้านบนนี้จะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power (เปิด/ปิดเครื่อง) และช่อง Infrared port



     ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของปุ่ม Voloum เพิ่มและลดเสียง และตำแหน่งล่างสุดจะเป็นช่องต่อ Micro Usb ที่เก็บ S-Pen และรูเล็กๆเป็นช่องของไมโครโฟนเอาไว้คุยโทรศัพท์


     ด้านหลังของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องหลัง , LED flash, และตัว heart rate เซ็นเซ่อร์ที่อยู่ใกล้ๆกัน ใครที่ชอบออกกำลังกายน่าจะชอบลูกเล่นของ heart rate นี้นะ และสุดท้ายด้านล่างเป็นช่องลำโพง

ก่อนจะไปอ่านรีวิวเพิ่มเติมเรามาอัพเดต Spec กันก่อน

-  มาพร้อมแอนดรอยเวอร์ชั่น Android OS, v4.4.4 (KitKat)
-  ใช้ชิพเซ็ท Qualcomm Snapdragon 805 ซีพียูความเร็ว Quad-core 2.7 GHz Krait 450 / Adreno 420
-  ตัวเครื่องมีหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1600 x 2560 pixels (~524 ppi )
-  ใช้กระจกกันรอยแบบ Corning Gorilla Glass 3 และมีจุดขายที่เด่นก็คือการใช้หน้าจอ Curved edge screen ด้านข้าง
-  ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 151.3 x 82.4 x 8.3 mm และหนัก 174 g
-  ใช้ซิมแบบ Micro-SIM
-  มาพร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB และ ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ Micro SD ได้สูงสุด 128 GB
-  กล้องหลังความละเอียด 16 MP, 3456 x 4608 pixels มาพร้อมความสามารถอย่าง optical image stabilization, autofocus และ LED flash
-  กล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้าน
-  คุณสมบัติการถ่ายวีดีโอ 2160p@30fps, 1080p@60fps, 720p@120fps, optical stabilization, dual-video rec ส่วนของกล้องก็ 1440p@30fps
-  และสุดท้ายให้แบตความจุ 3000 mAh



     ถ้าพูดถึง Note Edge จริงๆมันก็แทบจะเหมือนกับ Note 4 ยกเว้นในส่วนของ Edge Panel Screen และลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามา ดังนั้นในหลายๆจุดที่เคยพูดไปแล้วบน Note 4 ผมอาจจะไม่พูดถึงนะครับ

     หน้าจอของ Note Edge อาจจะดูเล็กกว่า Note 4 นิดหน่อยเพราะส่วนโค้งที่เป็น Edge Panel Screen จะกินหน้าจอเข้ามานิดนึง หลายคนอาจจะสงสัยว่าหน้าจอมที่แปลกไปมีผลต่อการใช้แบตเตอรี่ยังไงบ้าง ก็ใช้ได้เหมือน Note 4 ก็คือประมาณ 1 วันเต็มพอดี ส่วนเรื่องกันรอยหน้าจอหากใครต้องการติดฟิลม์ตอนนี้มีขายแล้ว (จะติดมาถึงส่วนของจอโค้งๆด้วย) เคสก็มีให้เลือกทั้งแบบซิลิโคนใสหรือเคสฝาพับของแท้จากซัมซุง

     ผมเองชอบหน้าจอแบบ Super AMOLED อยู่แล้ว หน้าจอประเภทนี้จะให้สีสันที่จัดจ้าน การมีไอค่อนที่ Edge Panel Screen ไม่ได้ทำให้เรากดพลาดไปโดนมันมากเหมือนกับที่หลายๆคนกลัวกัน
     เราสามารถตั้งรหัสใช้งานด้วยลูกเล่นปลดล้อกผ่านนิ้วมือ (Finger Scan) ได้จะว่าไปลูกเล่นส่วนใหญ่ที่ Galaxy S5 หรือ Note 4 บน Note Edge ก็ขนมาทั้งหมด  (Accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer, UV, heart rate, SpO2)


จุดขายของ Note Edge ก็คือหน้าจอที่เรียกว่า Edge Panel Screen ซึ่งความสามารถหลักๆของหน้าจอนี้มีด้วยกัน 4 อย่าง

     1. เวลาปิดหน้าจอ มันเอาไว้โชว Status หากมีข้อความหรือสายเรียกเข้าแล้วเราไม่ได้อ่าน และยังใช้เป็นนาฟิกาใน Night Mode ได้

     2. เวลาเปิดหน้าจอ มันเป็นส่วนโชว์ชอทคัทแอพที่เราใช้งานบ่อยๆ แน่นอนว่าเราเลือกแอพเองได้ และถ้ามีใครโทรเข้ามาก็จะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ Edge Panel Screen ตรงนี้ เราสามารถเลือกรับสายหรือไม่รับสายผ่านขอบจอได้ทันที ในส่วนของ Edge Panel Screen เราสามารถใส่ได้หลายรูปแบบนอกจากชอทคัทแอพ เช่น อาจจะใส่ในส่วนของ Shealth หรือ Notification และอื่นๆ



     3. เวลาใช้งานแอพปกติทั่วไป มันก็จะทำงานเป็นส่วนของการโชว์ Status พวกข้อความเข้ามาและเบอร์โทรได้เช่นเดียวกัน เราแทบจะต้องไม่เสียอารมณ์เวลาท่องเว็บหรือเล่นเกมแล้วโดนบดบังหน้าจอด้วยการโทรเข้าหรือข้อความจากเพื่อนๆ

     4. เป็นทูลในแอพพิเศษบางตัว หาเราเปิดแอพที่รองรับการทำงานของ Edge Panel Screen ตรงส่วนนี้ก็จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือใช้งานแอพนั้นๆทันที เช่น แอพ Camera ตรงนี้ก็เอาไว้ปรับโหมดและถ่ายภาพ หรืออย่างในแอพ S-Note ส่วนนี้ก็เอาไว้เปลี่ยนปากกาหรือรูปแบบของสีนั่นเอง


เราสามารถปรับเปลี่ยนอะไรในส่วนของ Edge Panel Screen ได้บ้าง 

     ตัว Note Edge ออกแบบมาให้เราปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen ได้ แน่นอนมันคือข้อดีและในเครื่องก็มีให้เลือกใช้งานอยู่บ้างแล้ว หากใครอยากได้รูปแบบของ Edge Panel Screen ใหม่ๆก็สามารถเข้าไปดาวโหลดได้ที่ Samsung App หรือ Play Store

การปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen ทำได้ 3 ส่วนหลักๆ ก็คือ



     1. เลือกแถบของ Edge Panel Screen ได้ว่าอยากได้แบบไหน : เราสามารถเข้าไปเพิ่มหรือลดจำนวนแถบได้ที่เมนู Manage panels (แต่ละแบบเราสามารถ Edit การแสดงผลเพิ่มเติมได้)

     2. ปรับเปลี่ยนการแสดงผลในส่วนของแถบ Edge Panel Screen ที่หน้าจอล็อกสกรีน : การแก้ไขส่วนนี้เราเรียกว่า Express me เราสามรถเลือกรูปแบบที่จะโชวได้ เลือกเอฟเฟคได้ เขียนข้อความที่ตัวเองต้องการแบบไหนก็ได้ และแนน่อนว่าจะสร้างจากภาพของตัวเองที่มีในแกลอรี่ก็ได้เหมือนกัน ใครออกแบบสวยๆจะทำให้ Note Edge ของเราสวยจนหลายคนอิจฉาแน่ๆ



     3. เปลี่ยนข้อความของ Edge Panel Screen : เวลาเราเข้าไปใช้แอพแถบด้านข้างจะไม่ได้โชวในส่วนของ แอพชอทคัทหรือแถบข้อมูลอื่นๆเอาไว้ตลอดเวลา ตัวแถบนี้จะโชว์ข้อความเพื่อให้เรารู้ว่าส่วนบริเวณนี้คือ Edge Panel Screen นะ และข้อความเหล่านี้เราเลือกจะเขียนขึ้นเองใหม่ได้ / กลับกันหากอยากจะเรียกแถบชอทคัทหรือแถบช้อมูลอื่นๆเพียงแค่เอามือไปปาดตรงขอบเท่านั้นก็จะทำงานทันที

     ทั้งสามข้อด้านบนก็คือการใช้งานหลักๆ และปลีกย่อยที่แก้ไขได้อีกก็คือการเลือกโชว์ Edge Panel Screen ไปอยู่ทางซ้ายมือ การเปิดการทำงานให้โชวเป็นนาฟิกาแบบ Night Clock



     และถ้าสังเกตุให้ดีๆตรงแถบนี้หากเราปาดจากบนลงล่างมันจะมีไอค่อนเครื่องมือซ่อนอยู่อีก เช่น ลูกเล่นไม้บรรทัด , นาฟิกาจับเวลา , ลูกเล่นไฟฉาย หรือการอัดเสียงสนทนา

     Galaxy Note Edge สามารถเพิ่มหน้าจอในส่วนของหน้า Home ได้สูงสุด 8 หน้า สามารถใส่แถบด้านข้างของ Edge Panel Screen ได้ไม่อั้น แน่นอนว่าแอพที่เราจะเอามาใส่ในแถบหน้าจอด้านข้างนี้ก็ไม่อั้นเช่นเดียวกัน ใครชอบหน้าจอโล่งๆเพราะอยากจะโชวภาพสวยๆก็คงจะถูกใจแน่ๆ

ผลทดสอบคะแนนจากแอพ Antutu , Quadrant Standard และ MultiTouch Tester

     การมาพร้อมซีพียูและหน่วยความจำที่จัดเต็มเรียกได้ว่าเอามาเล่นเกมหรือใช้งานแอพได้ทุกอย่าง หน้าจอที่ดูแปลกกว่ารุ่นอื่นๆก็ไม่ใช่ปัญหาในการใช้งาน ผมลองทดสอบผลคะแนนจากแอพ Antutu มาให้ดูก็แล้วกัน (จริงๆเครื่องระดับนี้ผลคะแนนก็ไม่น่าสนใจมากไปกว่าการใช้งานว่าโดนใจรึเปล่าหรอก)




     ตามภาพสำหรับ Note Edge รองรับ มัลติทัชได้ 10 จุด คะแนนจากการทดสอบดูเหมือนจะน้อยกว่า Note 4 อยู่เล็กน้อย แต่อย่าลืมว่ามันคือผลต่างทางด้านตัวเลขเท่านั้น ยังไงซีพียูและหน่วยความจำของ Note Edge ก็เรียกได้ว่าจัดมาเต็มอยู่แล้ว สำหรับหน่วยความจำ 32 GB จะเหลือให้ใช้จริงๆประมาณ 25 GB ถ้าไม่พอก็เพิ่มผ่าน Micro SD Card ได้สูงสุด 128

มันคือ Galaxy Note 4 ที่ล้ำมากขึ้น



     อะไรที่ Note 4 มีเราก็มี ทั้งหมดนี้รวมไปถึงทุกความสามารถเช่น ลูกเล่นของ S-Pen แบบใหม่ลูกเล่นของ Air Command แบบใหม่ที่จะช่วยให้การใช้งานเราสะดวกมากขึ้น



Download booster , Ultra Power Saving และ Multi Window

     พูดถึงสามข้อด้านบนแล้วถ้าไม่ใส่มาให้ก็คงเป็นไปไม่ได้ Download booster จะช่วยให้การดาวโหลดไฟล์ของเราไวมากขึ้นมันจะสลับการดาวโหลดแบบต่อเนื่องให้เราตามความแรงของสัณญานระหว่าง Data มือถือ และ WiFi



     ส่วน Ultra Power Saving เป็นโหมดประหยัดพลังงานที่เริ่มมีให้ใช้ครั้งแรกบน Galaxy S5 มันจะทำให้เราสามารถยืดอายุของแบตเตอรี่ออกไปได้เยอะพอสมควร เอาไว้ใช้งานยามฉุกเฉิน เช่น หากเราปรับการใช้งานในโหมดนี้ตัวหน้าจอจะถูกปรับเข้าโหมดขาวดำ แต่เราก็ยังสามารถเล่น Social อย่าง Line , Facebook หรือคุยโทรศัพท์ได้ตามปกติ / แต่ถ้า Stand by เวลาแบตเหลือ 10% แล้วปรับเข้าโหมดนี้จะใช้งานได้ต่อไปอีก เกือบ 24 ชั่วโมง (ผมเคยทดลองจะใช้ได้ประมาณ 10-15 ชั่วโมง)

     และสุดท้าย Multi Window ที่ช่วยให้เราใช้งานหลายแอพได้ในหน้าจอเดียว คิดดูเราสามารถเปิดเว็บไปพร้อมกับการดูวีดีโอใหม่ๆบน Youtube ได้พร้อมกันมันจะมีความสุขแค่ไหน

กล้องและภาพถ่าย



     ถ้าชอบกล้องของ Note 4 อารมณ์ของภาพจาก Note Edge ก็ไม่แตกต่างกันมาก สเป็คของกล้องรุ่นนี้ให้กล้องหลังความละเอียดมาที่  16 MP, 3456 x 4608 pixels มาพร้อมความสามารถอย่าง optical image stabilization, autofocus และ LED flash ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้าน

     ลูกเล่นส่วนใหญ่ก็ยังจัดเต็มเหมือนเดิม เช่น Dual Shot, Simultaneous HD video and image recording, geo-tagging, touch focus, face/smile detection, panorama, HDR สำหรับมือใหม่เวลาถ่ายภาพทางซัมซุงเค้าจะมีโหมดที่เซ็ทอัพค่ามาให้แล้วให้เราเอาไว้ถ่าย และเราสามารถดาวโหลดเพิ่มเติมได้
     โดยโหมดพวกนี้ไม่ได้ติดตั้งมาให้ตั้งแต่ต้น เช่น Sport shot , Sound & shot , Animated photo , Surround shot , Food shot (โหมดถ่ายภาพอาหารแนะนำๆให้รีบโหลด) และสุดท้าย Sequence shot

     Galaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge CameraGalaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge Camera Galaxy Note Edge Camera

     ผมมีตัวอย่างภาพถ่ายบางส่วนจากกล้องของ Note Edge มาให้ชมกันนิดหน่อย (ไม่ได้แต่งภาพแค่ย่อเท่านั้น) กดดูที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้



บทสรุปของ Galaxy Note Edge 

     มันคือ Galaxy Note 4 เพิ่มจุดขายใหม่ที่เราเรียกว่า Edge Panel Screen ลงไป แน่นอนถ้ามีคือ Note 4 นั่นหมายถึงอะไรก็ตามที่ Note 4 มีมันก็มีในนี้ด้วย ในรีวิวผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง S-pen และการใช้งานซึ่งหลายคนคงจะพอรู้อยู่แล้วว่ามันทำอะไรได้บ้างและน่าสนใจแค่ไหน


     ถ้างบคุณไม่จำกัดผมเชียร์ Note Edge มากกว่า Note 4 นะ มันดูล้ำกว่าและใช้แล้วประทับใจกว่า มีเพียง 2 สิ่งเท่านั้นที่ทำเราไม่อยากได้มัน ข้อแรกคุณไม่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ระดับ 5 นิ้วขึ้นไป และข้อสองกำลังรอการมาของ Galaxy S6 แต่ผมชอบมือถือหน้าจอใหญ่ ผมสามารถใช้ปากกา (S-pen) ได้คุ้มค่าที่มีให้มา ยิ่งมีหน้าจอที่เราปรับแต่งได้ไม่ซ้ำใคร มันเลยทำให้ผมใช้เวลาไม่นานที่ตัดสินใจ

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S6 ที่ว่ากันว่า เหมือนจริงมากที่สุด

 อัพเดทสเปค ราคา ล่าสุด : เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S6 ที่ว่ากันว่า เหมือนจริงมากที่สุด
     แม้จะยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาแน่ชัดว่า Samsung Galaxy S6 ที่มีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 1 มีนาคมนี้นั้น จะมีดีไซน์เป็นอย่างไรกันแน่ แต่ล่าสุด ได้มีภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S6 เผยออกมาให้ชมกัน ซึ่งว่ากันว่า เป็นภาพเรนเดอร์ที่สวยที่สุด และน่าจะเหมือนของจริงมากที่สุดอีกด้วย
     โดยภาพเรนเดอร์นี้ เผยให้เห็นดีไซน์ของ Samsung Galaxy S6 แบบใหม่ ที่มีขอบตัวเครื่องโค้งมน ดูแล้วก็คล้าย iPhone 6 อยู่ไม่น้อยเช่นกัน ส่วน Samsung Galaxy S6 เครื่องจริง จะมีดีไซน์แบบนี้หรือไม่ ติดตามกันได้ 1 มีนาคมนี้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หลุดราคา Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S Edge แล้ว

หลุดราคา  และ Samsung Galaxy S Edge แล้วในยุโรป เริ่มต้นที่ 28,000 บาท
     มีข่าวอัพเดทแบบรายวันเลยก็ว่าได้ สำหรับ Samsung Galaxy S6 โดยหลังจากที่ทาง ซัมซุง ได้ประกาศจัดงานอีเวนท์ Samsung UNPACKED 2015 ในวันที่ 1 มีนาคมนี้
     ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัว Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S Edge มือถือขอบจอโค้งด้วยนั้น ล่าสุด ได้มีการเผยราคาของทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S Edge จากฝั่งยุโรปออกมาแล้ว โดยราคาเป็นดังนี้
ราคา Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ขนาด 32 GB : ราคา 749 ยูโร หรือประมาณ 28,000 บาท
- Samsung Galaxy S6 ขนาด 64 GB : ราคา 849 ยูโร หรือประมาณ 32,000 บาท
- Samsung Galaxy S6 ขนาด 128 GB : ราคา 949 ยูโร หรือประมาณ 36,000 บาท
ราคา Samsung Galaxy S Edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S Edge ขนาด 32 GB : ราคา 849 ยูโร หรือประมาณ 32,000 บาท
- Samsung Galaxy S Edge ขนาด 64 GB : ราคา 949 ยูโร หรือประมาณ 36,000 บาท
- Samsung Galaxy S Edge ขนาด 128 GB : ราคา 1049 ยูโร หรือประมาณ 40,000 บาท
     โดยจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่า ทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S Edge จะมีให้เลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB และ 128 GB
     ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,000 บาท แน่นอนว่า อยู่ในระดับที่แพงพอสมควร แต่โดยปกติแล้ว ราคามือถือของฝั่งยุโรป จะมีราคาที่สูงกว่า ฝั่งเอเชีย ทำให้ราคานี้ น่าจะเป็นราคาปกติของทางประเทศแถบยุโรปนั่นเอง
     ส่วน ราคา Samsung Galaxy S6 ในไทย แม้ว่าจะยังไม่มีประกาศออกมา แต่คาดว่า น่าจะไม่ต่างจาก ราคา Samsung Galaxy S5 ตอนเปิดตัว หรืออยู่ที่ราวๆ 23,900 บาท - gsmarena.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

เคาะราคา Samsung Galaxy A7 อย่างเป็นทางการ(เงินบาท)

เป็นอีกหนึ่งรุ่นของซัมชุงที่มีการพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องสำหรับ Samsung Galaxy A7 สมาร์ทโฟนดีไซน์พรีเมียมรุ่นต่อยอดตระกูล Galaxy A ที่มาพร้อมความความบางเพียง 6.3 มิลลิเมตรซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความบางที่สุดในตอนนี้จากทางค่าย Samsung นั้นคือบางกว่า Samsung  Galaxy A5 ที่บาง  6.7 มม.
Samsung Galaxy A7
Samsung Galaxy A7
สำหรับบ้านเรานั้นเพิ่งมีการเคาะราคาและวางจำหน่าย Samsung  Galaxy A5 อย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้(คนที่ซื้อ Samsung Galaxy A5 ไปแล้วว่าไงครับ?) อัพเดทล่าสุดนั้น Galaxy A7 อาจมีให้เห็นในงานThailand Mobile Expo 2015 ที่จะมีขึ้นในกลางเดือนหน้า
ส่วนราคาของ Samsung Galaxy A7 Duos ที่เคาะคือ  14,900 บาท เรียกว่ากระแทกใจคนที่ซื้อ  Samsung Galaxy A5 ก่อนหน้านี้ไปพอสมควร (Galaxy A5 ขาย 12,900 บาท)

ลักษณะเด่นของ Samsung Galaxy A7
  • เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ All-Metal Unibody (กรอบตัวเครื่องถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน ด้วยวัสดุแบบโลหะทั้งชิ้น) พร้อมความบางเฉียบเพียง 6.3 มิลลิเมตร
  • จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T628 MP6 (รุ่นหนึ่งซิม) หรือ Adreno 405 (รุ่
  • ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 32-bit Exynos 5430+M7450 (รุ่นหนึ่งซิม) หรือชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 (รุ่นสองซิม)
  • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
  • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels
มาดูกันระหว่าง Galaxy A5 และ Galaxy A7 ใครดีกว่ากัน
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

หลุด Samsung Galaxy S6 จะเปิดตัววันที่ 2 มีนาคม

ใครที่กำลังรอฟังข่าวของ  (ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6) เตรียมเฮดังๆ ได้เลยครับ เพราะล่าสุดนั้นรายงานอ้างอิงจากประเทศเกาหลีได้อัพเดทข่าวการเปิดอย่างไม่เป็นทางการว่า  Samsung Galaxy  มีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 2 มีนาคมนี้ในงาน MWC 2015
 Samsung Galaxy S6
สำหรับงาน Mobile World Congress 2015 นั้นเป็นงานใหญ่ประจำปีในสายธุรกิจด้านโทรศัพท์มือถือที่แบรนด์ชั้นนำต่างๆ ยกขบวนพาเหรดกันนำสมาร์ทโฟน - แท็บเล็ตรุ่นใหม่มาเปิดตัวให้เราได้เห็นกันเป็นที่แรกในโลกนั้นเองครับ

ในส่วนของการดีไซน์นั้นยังไม่ภาพที่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่าอาจเป็นภาพของ Samsung Galaxy S6 ทำให้ตอนนี้นั้นไม่สามารถระบุได้ว่าการดีไซน์ของ Galaxy S6 จะไปในทิศทางไหน 

เรื่องของสเปคนั้นคาดว่าหน้าจอของ Samsung Galaxy S6 จะมีความละเอียดระดับ Quad HD คือ 1440×2560 และอีกอย่างหนึ่งก็คือ Galaxy S6 จะใช้ระบบปฏิบัติการณ์และ CPU 64-bit

นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังไม่มีข้อมูลใหม่ออกมามากนัก ที่นอกเหนือจากข้อมูลของ AnTuTu benchmark เมื่อเดือนธันวาคม คือ จะมีกล้องหลังขนาด 16-20 ล้านพิกเซล , กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์กล้อง IMX240 แบบเดียวกับ Note 4 , แรม 3GB , และ Snapdragon 810 chip ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลจะมี 3 รุ่นให้เลือกคือ 32GB, 64GB และ 128 GB

อย่างไรก็ตามข้อมูลหลุดเหล่านี้ยังไม่ยืนยันจากทาง Samsung ทว่าจากไฟล์หลุดครั้งนี้ค่อนข้างมั่นใจว่า Samsung Galaxy S6 จะใช้หน้าจอ 1440×2560 และ CPU 64 bit ค่อนข้างแน่ โดยจะใช้โปรเซสเซอร์ Exynos 7420ที่มีชิปรองรับการใช้งาน 64 bit ร่วมกับ Snapdragon 810 และ Android 5.0 Lollipop แต่เป็นห่วงก็เพียง แรม 3GB ซึ่งถือว่ายังน้อยไปสำหรับ 64 bit

สุดท้ายก็ต้องรอการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ ในงาน Mobile World Congress ในระหว่างวันที่ 2-5 เดือนมีนาคม 2015 นี้  โดยในปีนี้นั้นงานจะจัดขึ้นที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน
ภาพประกอบ: via Bob Freking, Mesut G Designs, Hass T., handybus.de, Deepak Ahuja, 3g.co.uk], Jermaine Smit, 91mobiles.com, giztimes, Tobias Hornof, Jermaine Smit, Hasan Kaymak