ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OPPO แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OPPO แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดสรุปงาน Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน และยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO และ Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT และบริษัทคู่ค้า จัดงาน "Thailand Mobile Expo 2015" ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อวันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดงาน"Thailand Mobile Expo 2015" ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน และยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้เนื่องจากสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีราคาสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจะเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับราคาไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     และการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีสำหรับคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจะได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบและความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องจริงภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     และสำหรับพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม และได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน CES 2015 เมื่อช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device และ Drone ที่น่าจะเติบโตขึ้นไปได้อีก และเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน "Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End" ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

[รีวิว] OPPO N3 มือถือรุ่นใหม่กล้องหมุนได้ 206 องศา

[รีวิว] OPPO N3 มือถือกล้องหมุนได้ รุ่นต่อยอด ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่หมุนได้ 206 องศา พร้อมความปลอดภัยอีกขั้น ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ
ถ้าหากถามถึง สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ที่น่าจับตามองมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ คงจะต้องมีชื่อของ OPPO N3 กันอย่างแน่นอน
โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ คือรุ่นสานต่อของ OPPO N1 ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของ มือถือกล้องหมุนได้ นั่นเอง ซึ่ง OPPO N3 ถือว่า ล้ำหน้ากว่า OPPO N1 ในหลายๆ จุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED คมชัดมากขึ้นกว่าเดิม
สามารถหมุนใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้ โดยหมุนได้ถึง 206 องศาระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง สามารถจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ, อุปกรณ์สั่งงานแบบไร้สายที่มีชื่อว่า O-Click Control, หน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (1080p), หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.3 GHz และ ระบบปฏิบัติการ Color OS
นอกจากนี้ ยังชาร์จแบตเตอรี่ได้ไวขึ้น ด้วยเทคโนโลยี VOCC ด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้นานถึง 2 ชั่วโมง หรือชาร์จเพียง 30 นาที แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นถึง 75% และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย
เรียกได้ว่า OPPO N3 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่อัดแน่น ครบครันทุกการใช้งาน กับราคาเปิดตัวที่ 19,990 บาทซึ่งจะคุ้มค่าต่อการใช้งานหรือไม่ ในวันนี้เราจะมาพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันกับบทความ รีวิว OPPO N3 โดยทีมงาน techmoblog ครับ
สเปค OPPO N3
• จอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi)
• หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Qualcomm Snapdragon 801 MSM8974AA chipset) ความเร็ว 2.3 GHz
หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 330 GPU
• RAM ขนาด 2 GB
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB
• รันระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat)
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED โดยโมดูลกล้อง สามารถหมุนได้ 206 องศา และใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้
• แบตเตอรี่ Li-ion 3000 mAh
• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
>> สเปค OPPO N3 อย่างละเอียด คลิกที่นี่
รีวิว OPPO N3 : ดีไซน์ และการออกแบบ
OPPO N3 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi) ซึ่งถือว่า มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า OPPO N1 ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.9 นิ้ว เล็กน้อย แต่มีข้อดีคือ สามารถพกพาได้สะดวกมากขึ้น และมีน้ำหนักที่เบากว่า โดยน้ำหนักของตัวเครื่อง OPPO N3 อยู่ที่ 192 กรัม
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน, Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม และลำโพงสำหรับสนทนา ซึ่งสามารถหมุนกล้องด้านหลัง มาเป็นกล้องด้านหน้าได้ ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED โดยตัวกล้องสามารถหมุนได้ถึง 206 องศา บุด้วยหนังเทียม ทำให้ดูหรูหราไปอีกระดับ
ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส 3 ปุ่มหลัก ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ
Skyline Notification 2.0 แสงแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นเมื่อได้รับการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น มีสายที่ไม่ได้รับ, มีข้อความที่ไม่ได้อ่าน, แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ และเมื่อมีการชาร์จแบตเตอรี่
สำหรับขอบตัวเครื่องบน OPPO N3 นั้น ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม อัลลอยด์ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน โดยด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล และพอร์ต microUSB
OPPO N3 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว โดยช่องซิมการ์ดที่ 1 รองรับซิมการ์ดแบบ microSIM ส่วนช่องซิมการ์ดที่ 2 รองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และเป็นช่องสำหรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ด้วย (รองรับสูงสุด 128 GB) ซึ่งจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ (ถ้าหากเลือกใส่ microSD Card ก็จะไม่สามารถใส่ซิมการ์ดได้)
ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา และลำโพงเสียง
กรอบด้านหลังของ OPPO N3 เป็นวัสดุผิวเรียบลื่น ประกอบไปด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, โลโก้ OPPO และระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือด้วยกัน ส่วนกล้องด้านหลังนั้น สามารถหมุนสลับไปเป็นกล้องด้านหน้าได้
O-Click รีโมตสำหรับควบคุมการสั่งงานบน OPPO N3 โดยถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก พร้อมช่องสำหรับใส่สายคล้อง หรือคล้องกับพวงกุญแจ ช่วยให้สามารถพกพาได้สะดวกขึ้นนั่นเองครับ
ส่วนคุณสมบัติของ O-Click ก็ได้แก่ เป็นรีโมตในการควบคุมการถ่ายรูป ทั้งการหมุนกล้อง และการชัตเตอร์, กด O-Click สองครั้งเพื่อให้โทรศัพท์ดัง และมีระบบแจ้งเตือน เมื่อสมาร์ทโฟนอยู่นอกสัญญาณของ O-Click
ข้อควรทราบ: “เครื่อง OPPO N3 ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ออปโป้ เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394101/

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

รีวิว OPPO R5 “ความบางเฉียบที่ทำให้บัตรเครดิตในมือมันสั่นไปหมด“

ต้องบอกว่าตอนที่เห็นรูป  ที่โฆษณาอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินแล้วบอกได้คำเดียวว่า "บัตรเครดิตในมือมันสั่นไปหมด"เพราะรูปร่างหน้าตา(ในโฆษณา) มันถูกจริตอย่างแรง บอกตามตรงว่าแพ้ความบางเฉียบเรียบหรูที่ OPPO นำมาเป็นจุดขายของเจ้ารุ่นนี้
หลังจากกลับมาเปิดหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของ OPPO ก็พบว่า R5 ไม่ได้มีแค่ความบาง 4.85 มม. เพียงอย่างเดียว  แต่ทาง OPPO ยังใส่คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจเข้ามาด้วย เช่นเทคโนโลยีที่ทำให้ชาร์จแบตได้เต็มเร็วขึ้น ถ่ายรูปได้สนุกขึ้น หน้าจอสีสด ฯลฯ
สมาร์ทโฟนบางที่สุดในโลกเมื่อเทียบด้วยเหรียญ 10 บาท
โดยส่วนตัวแล้ว เวลาจะซื้อมือถือสักเครื่อง สิ่งที่จะพิจารณาก็ไม่พ้นรูปร่างหน้าตา กล้อง ความจุแบตเตอรี่ การแสดงผลของหน้าจอ ส่วนความ "ลื่นปรื๊ด" หรือการเชื่อมต่อ คิดว่าแต่ละแบรนด์น่าจะไม่ต่างกันเท่าไรนัก เนื่องจากเทคโนโลยีเท่าทันกันหมด
สเปค OPPO R5
  • จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 423 ppi)
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core ARMv8 Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615)
  • ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (Android 4.4.2 KitKat)
  • เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ 3D-Welded Aluminum Alloy ความบางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร
  • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
  • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels
เดี๋ยวเรามาดูกันว่าเมื่อนำมาใช้งานจริงแล้ว OPPO R5 ค่าตัว  15,990 จะตอบโจทย์ได้ดีแค่ไหน
แรกสัมผัส "สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก"(ดีไซน์ และ การออกแบบ)
เริ่มกันที่เรื่องของรูปลักษณ์และหน้าตากันก่อนตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ล้อมกรอบด้วยโลหะขัดเงา พอมาเห็นตัวจริงแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะงานประกอบทำออกมาได้ประณีต พิถีพิถันดีมาก สรุปสั้นๆ เลยว่ามันเป็นสมาร์ทโฟนที่หน้าตาดีอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือ สามารถพกพาได้สะดวก
สำหรับ OPPO R5 จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 423 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
ด้านหน้าส่วนบน : จะประกอบไปด้วยกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels 
ด้านหน้าส่วนล่าง : จะมีปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัส ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ
ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด โดยซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM
ด้านขวาของตัวเครื่อง : จะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับของเสียง ต่อด้วยปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ 
ด้านบนของตัวเครื่องจะไม่มีปุ่มใดๆ ครับราบเรียบ 
ด้านล่างของตัวเครื่อง : จะมีไมโครโฟน และช่องแบบ microUSB สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ หรือการโอนถ่ายข้อมูล
ส่วนด้านหลังของตัว เครื่องจะมาในโทนสีขาวตัดสีบรอนซ์เงิน ดูเรียบหรูสะอาดตา แต่ฝาหลังไม่สามารถเปิดออกได้ ซึ่งภายในจะมีแบตเตอรี่ Li-Ion Polymer 2000 mAh
พร้อมด้วยจะมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.0 ไฟแฟลชในตัว (LED Flash) ในตัว
หลังจากได้ลองใช้งานจริงมาเกือบๆ เดือน ก็พบว่าวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมอาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง เพราะอุณหภูมิของตัวเครื่องจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศภายนอก เวลาอยู่ในห้องแอร์ ตัวเครื่องก็จะเย็นเฉียบ ยิ่งช่วงนี้อากาศตอนเช้าๆ ค่อนข้างหนาว เผลอเอาท้องแขนไปโดนตัวเครื่องก็มีสะดุ้งเหมือนกัน
ด้วยความบางของตัวเครื่องประกอบกับวัสดุเป็นอะลูมิเนียมและโลหะ การรันแอพพลิเคชั่นหนักๆ ระยะหนึ่งจะทำให้ตัวเครื่องเริ่มร้อนขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่าทาง OPPO จะใส่เทคโนโลยี Cool element เพื่อควบคุมความร้อนของตัวเครื่องมาด้วย แต่ก็ยังถือว่ามันร้อนจนรู้สึกได้
อย่าเพิ่งจินตนาการว่ามันร้อนจนแทบจะระเบิดนะ เอาเป็นว่ามันอุ่นๆ ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับเอาไปใช้แทนถุงน้ำร้อนเวลาคุณผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนได้
นอกจากนี้ ด้วยความบางของตัวเครื่องที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว ทำให้หยิบจับได้ไม่ค่อยถนัดนักสำหรับคนมือเล็กๆ ยิ่งถ้าวางไว้บนโต๊ะ จะหยิบฉวยขึ้นมาก็น่าจะต้องระวังนิดนึงสำหรับคนไว้เล็บยาว 
พูดถึงรูปร่างหน้าตาของตัวเครื่องกันไปพอสมควรแล้ว ทีนี้มาพูดถึงการใช้งานกันบ้างดีกว่า คงจะไม่เจาะลึกทุกรายละเอียด แต่จะเน้นไปที่ฟีเจอร์หลักๆ ที่ชอบ เพราะแต่ละคนก็ใช้งานต่างกัน ขอเล่าเฉพาะที่ได้ใช้จริงจนถึงตอนนี้จะดีกว่า
OPPO R5 ชาร์จแบตเต็มเร็วมาก
จากข้อมูลที่ค้นหาได้ตามอินเทอร์เน็ต OPPO R5 ตัวนี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยี   VOOC mini Rapid Charger เอ่อ...เป็นคำศัพท์จำยากที่เราไม่ต้องรู้ก็ได้ เอาเป็นว่าหลังจากได้ใช้งานจริง ก็พบว่า เจ้าเทคโนโลยีนี้มันช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จแบตนานๆ เมื่อต้องรีบออกไปทำธุระนอกบ้าน
สำหรับคนที่พกโมบายส์บูสเตอร์เป็นประจำ อาจจะไม่เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้เท่าไรนัก แต่โดยส่วนตัวแล้วถือว่าเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมาก จิ้มทิ้งไว้แค่ 30 นาทีแบตก็เกือบ 100% (จากที่เหลือแค่ 5% ) แล้วก็ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้แบบไม่ต้องพกแบตสำรอง
ขอเดาว่าทางผู้ผลิตตั้งใจจะใส่นวัตกรรมนี้มาเพื่อลบจุดอ่อนในเรื่องแบตเตอรี่ความจุ 2000 mAh ที่ถูกติติงพอสมควรในโลกโซเชียล  
ด้วยความที่ไม่ใช่คนประเภทเทคโนโลยีจ๋า ก็เลยไม่รู้ว่าไอ้ 2000 mAh นี่มันเยอะหรือน้อยแค่ไหน ยังไง แต่เอาเป็นว่าถ้าวันไหนแชทมาก ทวิตมาก แบตมันก็หมดเร็วเหมือนกัน (ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดา) 
ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวแล้ว เวลาจะซื้อมื้อถือสักเครื่อง แทบไม่ได้สนใจว่าผู้ผลิตเขาจะใส่ความจุแบตเตอรี่มาเท่าไร ด้วยไลฟ์สไตล์ของเราๆ ท่านๆ ในปัจจุบันนี้ แบตเยอะแค่ไหนก็ไม่พอ เดี๋ยวก็อัพรูป เดี๋ยวก็แชท เดี๋ยวก็เซลฟี่ เดี๋ยวก็อัดคลิป ฯลฯ
ถึงต้องพกพาวเวอร์แบงค์กันคนละอันสองอัน ซึ่งมันก็เป็นทางเลือกที่ดี
คนชอบถ่ายรูปต้องปลื้มกับลูกเล่นของ OPPO R5
ถ้าจะถามว่าชอบอะไรใน OPPO R5 เครื่องนี้มากที่สุด ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า "กล้อง"ไม่ใช่เพราะว่าให้มา 13 ล้านพิกเซล แต่ที่ปลื้มสุดๆ คือลูกเล่นที่ใส่เข้ามาในโหมดถ่ายภาพ แถมยังไม่ใช่ลูกเล่นไก่กาใส่เข้ามาให้เก๋ๆ เท่านั้น แต่มันสามารถเอามาใช้งานจริงได้ดีและเนียนสุดๆ
เมื่อเข้ามาที่โหมดถ่ายภาพ จะมีแอพพลิเคชั่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ แต่ส่วนตัวแล้วที่ใช้บ่อยๆ และชอบมากเป็นพิเศษก็จะมีดังนี้
Slow shutter หลายๆ คนคงจะเคยเห็นรูปถ่ายที่มีไฟรถพุ่งเป็นลำแสงยาวๆ บนถนน หรือรูปไฟเย็นที่ถูกกวัดแกว่งไปมาจนเป็นรูปร่างหรือตัวอักษรสวยๆ โดยรูปภาพสไตล์นี้สามารถใช้โหมด Slow shutter สร้างขึ้นมาได้
Panorama เป็นฟีเจอร์ที่ทำออกมาได้เนียนและใช้ง่ายมากๆ ยืนหมุนตัว 1 รอบ ก็ได้รูปพาโนราม่าสวยๆ ออกมาแล้ว
Beautify สำหรับคนชอบถ่ายรูปเซลฟี่ แนวฟรุ้งฟริ้ง จะต้องชอบโหมดนี้ เพราะมีฟิลเตอร์มาให้เลือกเสร็จสรรพตั้งแต่ตอนถ่ายรูป ไม่ต้องเอามาใส่ฟิลเตอร์ในแอพอื่นๆ อีกหลายรอบ
นอกจากโหมดถ่ายภาพที่ว่ามา ก็ยังมีอีกหลายๆ อันที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ อย่างที่บอกว่าคนชอบถ่ายรูปจะต้องปลื้มกับลูกเล่นที่มากับ OPPO R5 เพราะมีทั้งโหมด Expert สำหรับมืออาชีพที่อยากปรับแต่งรูรับแสงเอง จากข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์ ระบุว่าเปิดรูรับแสงได้กว้างสุดถึง 2.0 จะชัดลึกชัดตื้น ก็เลือกได้ ปรับแต่งได้ตามใจชอบ
สำหรับคนที่ชอบทำภาพเคลื่อนไหวไฟล์ .gif ก็ทำได้เองแบบง่ายๆ เพียงกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียวเท่านั้น หรืออยากจะทำภาพถ่ายซ้อนกัน ก็ไม่ต้องเอารูป 2 รูปไปจัดการในแอพแต่งรูป เพราะ R5 มีโหมดถ่ายภาพแบบ Double exposure หรือถ่ายแบบซ้อนภาพมาให้ด้วย
ลองมาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล บน OPPO R5 ครับ
สรุป
ถ้าจะให้ฟันธงแบบชัดๆ ว่า OPPO R5 เป็นมือถือที่ควรซื้อหรือไม่? ขอตอบแบบชัดๆ ว่าสำหรับคนชอบความเนี้ยบเรียบหรูดูดีมีระดับ แต่ไม่อยากซื้อมือถือราคาเกิน 20,000 เจ้านี่แหละ เกิดมาเพื่อคุณ
ในแง่ของการใช้งาน ถือว่ามันทำหน้าที่ได้ดี สมราคา ลูกเล่นต่างๆ ที่ให้มาจะทำให้คุณใช้มันได้อย่างสนุกขึ้น ด้วยพื้นที่อันจำกัดตรงนี้ คงจะบอกได้ไม่หมดว่า R5 มีอะไรให้เล่นอีกบ้าง เอาเป็นว่าใครอยากลองก็ไปยืนเล่นที่ร้านขายมือถือน่าจะดีกว่า แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบ และจะแนะนำให้คนอื่นลองรับ OPPO R5 ไว้พิจารณาเหมือนกัน
ขอจบการรีวิว OPPO R5 ไว้เพียงเท่านี้  ขอไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตแพร๊บบบบบบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งแรกกับการ พรีวิว OPPO N3 พร้อมราคาอย่างเป็นทางการ

ในที่สุด "ออปโป้ ไทย" ก็ได้ฤกษ์ดีอย่างเป็นทางกันในการเปิดตัว  และ OPPO R5 ในเมืองไทยหลังจากที่เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา OPPO N3 และ OPPO R5 ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศสิงคโปไปแล้ว
และทีมงาน Sanook! Hitech ก็ได้มีโอกาศเดินทางไปร่วมงานที่ขอบอกว่ายิ่งใหญ่เป็นงานแรกของปีเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ณ Paragon  Hall Siam Paragon ภายใต้ชื่องาน OPPO SEE BEYOND N3IR5 นั้นเอง
โดย บรรกาศภายงานนั้นต้องขอชมว่าทาง ออปโป้ ไทย จัดได้อย่างอบอุ่นมากๆ ครับมีบูธให้ทดลองเล่น  OPPO N3 และ OPPO R5 ถึง 6 บูธ โดยแต่ละบูธจะมีเจ้าหน้าที่ค่อยแนะนำพร้อมทั้งสาธิตฟังก์ชั่นต่างๆ ของ  OPPO N3 และ OPPO R5  อย่างใกล้ชิด เรียกว่าตามประกบเป็นต่อๆ กันเลยทีเดียว
และพิเศษสุดด้วยนักร้องหนุ่มหล่ออย่าง โดม ปกรณ์ลัม ที่เดินทางมาสแครชแผ่น ให้เราฟังกันสดๆ อีกด้วย
OPPO R5 สมาร์ทโฟนที่สุดของความบางและแกร่ง 4.85 มิลลิเมตร ที่มีประสิทธิภาพที่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็น Octa-core 64 Bit ตัวแรกจาก Qualcomm Snapdragon  และหน้าจอ AMOLED กว้างถึง 5.2 นิ้ว เพื่อให้ได้สีและแสงที่คมชัดสูงสุด อัตราการสะท้อนต่ำและอัตราความต่างระหว่างแสงสูงสุด
พร้อมทั้งมีระบบควบคุมอุณหภูมิให้เย็นอยู่เสมอด้วยระบบ Cool Element เพื่อรักษาประสิทธภาพในการทำงาน ช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งานของโทรศัพท์ให้นานขึ้น OPPO R5 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุด PI 2.0 plus ด้วยโหมดถ่ายภาพ Ultra HDให้ภาพถ่ายคมชัดถึง 50MP พร้อม Flash Shot ใช้เวลาในการโฟกัสสูงสุดเพียง 0.18 วินาที
จับภาพได้อย่างรวดเร็วทันใจมากับดีไซน์ตัวเครื่องทำด้วยสเตนเลสสตีล พร้อมทั้งออกแบบให้มีความโค้งมนเพื่อผิวสัมผัสที่เรียบแต่แข็งแกร่ง เข้ากับส่วนโค้งเว้าของมือราวกับถุงมือและยังคงเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ R ตรงที่ความเรียบหรู ดูสะดุดตา พร้อมทั้งเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้งานที่สะดวกสบาย
คุณสมบัติเด่นของ OPPO R5 ( ออปโป้ R5 )
  • จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 423 ppi)
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core ARMv8 Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615)
  • ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (Android 4.4.2 KitKat)
  • เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ 3D-Welded Aluminum Alloy ความบางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร
  • กล้อง ดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels
คุณสมบัติเด่นของ OPPO N3 ( ออปโป้ N3 )
  • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 403 ppi)
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 801)
  • ความ เร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.2 KitKat)
  • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 2 GB
  • รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
  • เซ็น เซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (Fingerprint Sensor : Touch Access) ที่รองรับได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือที่แตกต่างกัน พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัสในแอปพลิเคชันต่างๆ
  • กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (Schneider Kreuznach Certified) ซึ่งสามารถหมุนได้ 206 องศา พร้อมระบบหมุนอัตโนมัติตามโหมดของการถ่ายภาพ (Motorized Rotating Camera)
สำหรับ OPPO N3 นั้นทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ทำการทดลองเล่นและแอบเก็บภาพบางส่วนจากภายในงานเพื่อนำมา พรีวิว ฝากแฟนๆ กันนิดหน่อย ส่วน  OPPO R5 นั้นก่อนหน้านี้ทางทีมงานได้เครื่องมาเล่นแล้ว สามารถเข้าไปอ่านรีวิวได้ที่  รีวิว (Review) OPPO R5 สมาร์ทโฟนที่บางเฉียบที่สุดจาก ออปโป้ บนดีไซน์สุดหรู
นอกจากนี้คุณยังสามารถ เช็คสเปค Oppo N3 และ  Oppo R5 ได้ที่ลิงค์นี้

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านไปติดตามรีวิว OPPO N3 พร้อมกันดีกว่าเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแบบฉบับ Sanook! Hitech ว่าจะน่าเล่นและเสียเงิน  19,990 บาท แล้วจะคุ้มมากน้อยแค่ไหน?
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์
OPPO R5 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.2 นิ้ว แบบ AMOLED Capacitive Touchscreen ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล หรือระดับ Full HD นั่นเอง โดยกระจกหน้าจอเป็นแบบ Corning Gorilla Glass 3 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน นอกจากนี้ ยังมีมุมมองกว้างถึง 180 องศา ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
OPPO N3 สมาร์ทโฟนที่ไม่เหมือนใคร สามารถถ่ายภาพออโต้พาโนรามาได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้งอย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ให้ภาพที่ละเอียดคมชัดถึง 16 ล้านพิกเซล มีโหมด Ultra HD เก็บรายละเอียดภาพได้มากถึง 64 ล้านพิกเซล
OPPO N3 ยังมีความพิเศษของเลนส์ที่ได้ออกแบบร่วมกับ Schneider Electric ผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ด้วยความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพได้คมชัดสูงสุดถึง 64 เมกะพิกเซล ให้คุณภาพความคมชัดที่เหนือกว่าโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ
และตัวกล้องยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สามารถควบคุมการหมุนของเลนส์ได้ถึง 3 วิธี ด้วยการสัมผัสผ่านหน้าจอผ่าน Touch Access และ O-Click อีกทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Pure Image หรือ PI2.0 Plus ก่อนที่จะกดชัตเตอร์ โดยระบบนี้จะช่วยปรับแสง โฟกัส และตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ไม่แพ้กล้องมืออาชีพ 
OPPO N3 รุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร มีขนาดหน้าจอที่กว้าง 5.5 นิ้ว หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
ด้านซ้ายตัวเครื่องมีนั้นมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดและปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผลครับ
ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องนั้นมีปุ่มสำหรับปรับเสียง ขึ้น-ลง และด้านข้างเป็นส่วนของช่องสำหรับเสียบหูฟัง
มาดูในส่วนของตัวเครื่องด้านบนกันหน่อยครับ ส่วนนี้เป็นตำแหน่งของกล้องที่เคยบอกไปข้างต้นแล้วว่าเพิ่มความพิเศษตรงที่กล้องหมุนอัตโนมัติได้มากสุดถึง 206 องศา ด้วยฟังก์ชั่น Free-stop ทำ ให้สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุม
แตกต่างจากการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ รวมไปถึงฟังก์ชั่นจับโฟกัสอัตโนมัติ เพียงเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการ กล้องจะสามารถเลื่อนโฟกัสตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ ทำให้ถ่ายภาพและวิดีโอออกมาคมชัดยิ่งขึ้น
ลำโพงสำหรับสนทนา และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
ด้านล่างของตัวเครื่องมีส่วนของลำโพงและไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา
อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น เปิดเครื่องใช้งานพร้อมการทดสอบฟังก์ชันเบื้องต้น  ต้องออกตัวก่อนว่าด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัดเลยได้แค่ส่วนของ ฟังก์ชันโทรศัพท์ และ กล้องดิจิตอล เท่านั้นครับ
 
ฟังก์ชันโทรศัพท์ก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย พร้อมด้วยตัวเลขขนาดใหญ่ และยังสามารถดูบันทึกการโทรทั้งหมดได้
 
ทดลองเล่นกล้องด้านหน้า และด้านหลัง ส่วนต่อมาทีหากไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะนั้นคือเรื่องของกล้องนั้นเอง
มาดูส่วนด้านบนของ N3 ที่ถือเป็นจุดขายกันครับนั้นคือ กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (Schneider Kreuznach Certified) ซึ่งสามารถหมุนได้ 206 องศา พร้อมระบบหมุนอัตโนมัติตามโหมดของการถ่ายภาพ (Motorized Rotating Camera) ด้านบนของตัวเครื่องไม่มีปุ่มทำงานใดๆ ครับ
 
และนอกจากนี้ Oppo N3 ยังมีอุปกรณ์เสริมอีกชิ้น ที่เรียกว่า O-Click รีโหมตบลูทูธ ที่สามารถใช้บังคับคับกล้อง สั่งถ่ายภาพ ควบคุมการเล่นเพลงได้ เรียกว่าถูกใจคนรักเสียงเพลงและสาวที่นิยมถ่าย Selfie อย่างแน่นอน
สรุปความพึงพอได้(ของทีมงาน) หลังจากได้ทดลองเล่นแบบรวดเร็วภายในงาน พูดได้คำเดียวว่า Oppo N3 ครบเครื่องเรื่องถ่ายภาพจริงๆ และยิ่งได้ทดลองถ่ายภาพด้วยแล้ว ยิ่งประทับใจ
แต่นี้เป็นการทดลองเล่นแบบผ่านๆ ยังพูดได้เต็มปากจริงๆ ว่ามันดีหรือไม่ คงต้องรอให้ได้เครื่องมาเล่นอีกครั้ง จะได้มีเวลาศึกษานานขึ้นครับ
สำหรับราคาของ OPPO N3 ได้ถูกเคาะที่ 19,990 บาท และได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนราคาของ OPPO R5 ได้เคาะที่ 15,990 บาท ส่วนเรื่องกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้น ทางทีมงานSanook! Hitech ได้ลองสอบถามเจ้าหน้าที่แล้ว คำตอบที่ได้คือ จะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ครับ