ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ apple แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ apple แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

Apple ทำกันได้ ผลิตอุปกรณ์ประหยัดพลังงานออกมา แต่ลดปริมาณแบตเตอรี่เพื่อให้ระยะเวลาในการใช้งานเท่าเดิม!!

แกะเครื่อง iPad mini 4 พบแรม 2GB และแบตเตอรี่ความจุน้อยกว่าเดิม !

     iPad mini 4 แท็บเล็ตรุ่นเล็กจาก Apple ที่ได้ประกาศเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 6s ล่าสุดทีมงาน iFixit ได้เครื่องมาแกะแล้วพบว่าภายในมีความจำแรมขนาด 2GB และแบตเตอรี่ความจุน้อยกว่าเดิม
iPad mini 4 Tear Down 1
     iPad mini 4 มีหน้าจอขนาด 7.9 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ LED-backlit กับเทคโนโลยี IPS ภายในใช้ชิปประมวลผล Apple A8 SoC รุ่นที่ 2 สถาปัตยกรรม 64‑bit กับชิปประมวลผลความเคลื่อนไหว M8 โดยมีเลนส์กล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล และเลนส์กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
iPad mini 4 Tear Down 2
     จุดน่าสนใจคือขนาดความจำแรม 2GB LPDDR3 SDRAM เพิ่มจากเดิม 1GB ซึ่งก็เท่ากันกับ iPad Air 2 และพบว่าแบตเตอรี่ของ iPad mini มีพลังงานไฟฟ้า 19.1 Wh ขนาดความจุ 5124 mAh ซึ่งน้อยกว่าแบตเตอรี่ของiPad mini 3 ที่มีแบตเตอรี่ขนาดความจุ 6471 mAh
     สำหรับคะแนนในการแกะซ่อมได้ 2 เต็ม 10 คะแนน ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งซ่อมยาก นั่นคือซ่อมยากมาก

คอนเฟิร์ม!! iPhone 6s Plus มีแบตเตอรี่ขนาด 2,750 mAh น้อยกว่าเดิมเล็กน้อย

      หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้ว่า iPhone 6s และ 6s Plus จะมีขนาดของแบตเตอรี่ลดลงเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้ก็มีเว็บไซต์ไต้หวัน AppleClub [Google Translate] ได้ออกมาเผยรูปแบตเตอรี่ iPhone 6s Plus ตัวจริง
      โดยความจุของแบตเตอรี่ของ iPhone 6s Plus อยู่ที่ 2,750 mAh ซึ่งน้อยกว่า iPhone 6 Plus (2,915 mAh) เล็กน้อย อย่างไรก็ตามแอปเปิลก็ยังยืนยันว่าจำนวนชั่วโมงที่สามารถใช้งานไอโฟนได้จะ ยังคงเท่าเดิม ถึงแม้ความจุแบตเตอรี่จะน้อยลง
iphone 6s plus battery
      ส่วน iPhone 6s นั่นก็มีข่าวออกมายืนยันเหมือนกันว่าแบตเตอรี่น้อยลงเช่นกัน อยู่ที่ 1,715 mAh โดย iPhone 6 มีความจุ 1,810 mAh
      สาเหตุที่ทำให้ใช้งานได้นานเท่าเดิมอาจจะมาจากชิป A9 ตัวใหม่ที่คาดว่าจะประหยัดพลังงานมากขึ้น แถมใน iOS 9 ยังมีโหมดประหยัดพลังงานมาให้อีกด้วย

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

สงสัยไหมว่าทำไม Apple ไม่พูดถึง iPad mini 4 ? (พร้อมสรุปสเปค ราคา และวันวางขาย)

      ถ้าพูดถึง iPad ตัวใหม่ที่ทาง Apple ไม่ได้ออกมานำเสนอต่อก็มีอยู่ 2 ตัวด้วยกันนะครับ นั่นคือ iPad mini 4 และ iPad Air 3 (รุ่นต่อจาก iPad Air 2 ซึ่งตัวนี้ไม่ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มา) เนื่องจากเหตุผลบางประการซึ่งจะมาอธิบายให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ

      iPad mini 4 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่ Apple ไม่ถึงพูดถึงบนเวทีงานเปิดตัว iPhone 6s โดยบอกเพียงราคาและวันวางจำหน่ายเท่านั้น มาดูกันว่าแท็บเล็ตจอเล็กรุ่นใหม่นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
 ตัวเครื่อง ดีไซน์ และหน้าจอแสดงผล
      iPad mini 4 ถอดแบบมาจาก iPad Air 2 ทั้งหมด แล้วลดขนาดลงมา ซึ่งมีความบางเพียง 6.1 มม. น้ำหนัก 304 กรัม (รุ่น Wi-Fi + Cellular) มีหน้าจอแสดงผลขนาด 7.9 นิ้ว ความละเอียด 1536 x 2048 พิกเซล เท่าเดิมกับ iPad mini 3 แต่เสริมหน้าจอด้วยการเคลือบสารกันแสงสะท้อน และเป็นจอภาพแบบ Full Lamination เหมือนกับ iPad Air 2
 ชิปประมวลผล
       อัปเกรดไปใช้ชิป A8 ตัวเดียวกับ iPhone 6 สถาปัตยกรรม 64 บิต ซีพียู Dual-core 1.5GHz เร็วขึ้น 1.3 เท่า และกราฟิกเร็วขึ้น 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับ A7 บน iPad mini 3 นอกจากนี้ก็มาพร้อมโปรเซสเซอร์ร่วม M8 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว
 กล้องถ่ายรูป
      กล้องหลังของ iPad mini 4 ไปใช้ตัวเดียวกับ iPad Air 2 คือความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย 5 ชิ้นเลนส์ ค่ารูรับแสง f/2.4 มีโหมดโหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง และสามารถบันทึกวิดีโอสโลว์โมชั่นได้ จากเดิมบน iPad mini 3 มีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล และไม่รองรับโหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลเท่าเดิม รองรับโหมดโหมดภาพถ่ายต่อเนื่องเช่นกัน
 การเชื่อมต่อ
      iPad mini 4 รองรับWi‑Fi (802.11a/b/g/n/ac), สองช่องความถี่ (2.4GHz และ 5GHz), Bluetooth 4.2, 3G, 4G LTE และใช้ซิมขนาด Nano SIM (รองรับ Apple SIM) ส่วนเซ็นเซอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ บารอมิเตอร์ สำหรับวัดความดันบรรยากาศ จากเดิม iPad mini 3 ไม่มีเซ็นเซอร์ตัวนี้
      จะเห็นว่า iPad mini 4 เรียกได้ว่าเป็น iPad Air 2 แต่ขนาดเล็กลง ทำให้ Apple ไม่พูดถึงสเปคและฟีเจอร์ใด ๆ เพราะไม่มีอะไรใหม่ ในขณะที่ iPad mini 3 ยกเลิกจำหน่ายบน Apple Online Store เรียบร้อยแล้ว โดยจะวางจำหน่ายเฉพาะ iPad Pro, iPad Air, iPad Air 2 และ iPad mini 3 ส่วน iPad Air 3 ก็ไร้วี่แววตามคาดเพื่อปูทางให้กับ iPad Pro รุ่นใหม่แทนนั่นเอง

iPad mini 4
iPad mini 4 เริ่มวางจำหน่ายแล้วในสหรัฐอเมริกา มีราคาดังนี้
  • รุ่น Wi-Fi ความจุ 16GB ราคา $399 หรือประมาณ 14,400 บาท
  • รุ่น Wi-Fi ความจุ 64GB ราคา $499 หรือประมาณ 18,000 บาท
  • รุ่น Wi-Fi ความจุ 128GB ราคา $599 หรือประมาณ 21,600 บาท
  • รุ่น Wi-Fi + Cellular ความจุ 16GB ราคา $529 หรือประมาณ 19,100 บาท
  • รุ่น Wi-Fi + Cellular ความจุ 64GB ราคา $629 หรือประมาณ 22,700 บาท
  • รุ่น Wi-Fi + Cellular ความจุ 128GB ราคา $729 หรือประมาณ 26,400 บาท
สำหรับประเทศไทย เตรียมวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ครับ รอติดตามกันต่อไป
ที่มา : Apple
เนื้อหาข่าว: http://hitech.sanook.com/1398965/

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ถ้ายังไม่อยากหงุดหงิด ก็อย่าพึ่งคิดอัพ iOS 9

      หลังจาก Apple ปล่อยอัพเดต OS บน iDevice ทั้งหลายอย่าง iOS 9 นั้นทำให้หลายคนบอกว่ามันควรจะติดตั้งกับเครื่องทันที จนแย่งกันทำให้นอกจาก Server จะล่มแล้ว ยังมีปัญหากวนใจตามมาอีกจนหงุดหงิดกันไปตาม ๆ กัน และทำไมถึงต้องบอกว่า ถ้าไม่อยากหงุดหงิด อย่าพึ่ง  เพราะอะไร Sanook! Hitech รวบรวมมาบอกเล่าให้ฟันกันในบทความนี้
OS ใหม่กับปัญหาที่แอบซ่อนอยู่
      ถ้าใครเคยเห็นนักพัฒนาทำงาน และปล่อยของออกมาเร็วตามกำหนด คุณอย่าพึ่งคิดว่ามันจะดีที่สุด เพราะบางครั้งการปล่อยออกมาแล้วคิดว่ามัน OK สุด อาจจะมีปัญหาตามมา เช่นเดียวกับ iOS 9 ที่ปัญหาหลัก ๆ ที่เจอนั้น ส่วนมากจะเกิดในเรื่องการใส่รหัสผ่านที่มีอาการช้าโดยประมาณ, รวมถึง Apps ที่ยังไม่เสถียรกับระบบปฏิบัติการนี้ ซึ่งคุณใช้ไปอาจจะหลุดออกเองได้ง่ายเช่นเดียวกัน ถ้านึกภาพไม่ออกแล้ว ต้องย้อนไปช่วยการอัพเดต iOS 6 มา 7 ครั้งนั้นผมว่าเลวร้ายที่สุดครับ ส่วนอุปกรณ์ที่ควรโหลดนั้นผมมองว่า iPhone 6 ขึ้นไปยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าต่ำกว่า iPhone 6 อาจจะมีปัญหามากกว่านั้น
อีกไม่นานก็ออก iOS 9.1 ที่เสถียรกว่าแน่นอน
     หลังจากที่ iOS9 ออกแค่ไม่กี่วัน ยังมีข่าวของการพัฒนา iOS9.1 ออกตามมาค่อนข้างติด ๆ เหมือนจะรู้โดยทันทีว่าจะต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด หรือไม่ก็ยังใส่ของเล่นที่ไม่ครบ หรือแก้ปัญหาความเสถียรของ Apps ที่เปิดให้โหลดก็เป็นได้
บางคนโหลดยังใช้เวลาหลายชั่วโมง
     เป็นกระแสที่เกิดบนโลกออนไลน์อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ใช้ iPhone หรือ iPad ทั้งหลายที่มีการอัพเดตนานหลายชั่วโมง บางก็ 10 ชั่วโมงขึ้นไป บ้างก็ 7 ชั่วโมง (ส่วนตัวผู้เขียนโดนนานสุด 8 ชั่วโมงครึ่ง ใน iPod Touch) ถือว่านานกว่าอัพเดตของมือถือยี่ห้ออื่น ๆ ซะอีก แต่ถ้ามันหยุดโหลดไปดื้อ ๆ แล้วถ้าคุณพยายามติดมัน อาจจะเกิดความเสียหายได้มากกว่า
     ฉะนั้นแล้วบางครั้งการอัพเดต OS ใหม่กับบางอุปกรณ์ก็ยังไม่มีความจำเป็นในตอนนี้ มันแค่เรียกกระแสว่ามีของใหม่และได้ใช้งานจริงมากกว่า สุดท้ายขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าต้องการ OS ใหม่เร็วมากน้อยแค่ไหนครับ แต่ถ้าเป็นผมเอง ขอดูไปสักเดือนนึงก่อนดีกว่าแล้วค่อยติดตั้งลงครับ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ชมคลิปวีดีโอตัวอย่างการใช้งาน iPhone 6s และ Apple Pencil กันก่อนขายจริง...

        ไหนๆ ก็ผ่านวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของทาง apple มาแล้ว เพื่อนๆ คงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าแต่ละอย่างที่เปิดตัวมานั้นมีการใช้งานจริงยังไงบ้าง ทำอย่างไร และจะดูดีสวยงาม หรูหราขนาดไหนลองไปชมกันได้เลยครับ


        เริ่มต้นเรามาดูพระเอกที่ทุกคนต่างเฝ้ารอเจ้า iPhone 6s ที่ออกมาใหม่กันก่อนดีกว่าว่ามันจะมีวิธีการใช้งาน และหน้าตาอย่างไรกันบ้าง

คลิปแนะนำการใช้งาน iPhone 6s

ที่มา: TechCrunch
        ถัดมาก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก iPad Pro ที่รอมาเนิ่นนาน...ซึ่งผู้ที่ทดลองการใช้งานก็คงจะหนีไม่พ้น TechCrunch เจ้าเดิมนั่นเอง ^^
คลิปแนะนำการใช้งาน iPad Pro

ที่มา: TechCrunch

        เมื่อดู iPad Pro กันไปแล้วคราวนี้มาดูสิ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาพร้อมกันอย่าง Apple Pencil กันบ้างดีกว่าว่าการตอบสนองการใช้งานโดยรวมแล้วจะเป็นยังไง ลื่นไหลขนาดไหน ลองไปชมกันเลยละกันครับ

คลิปแนะนำการใช้งาน Apple Pencil

ที่มา: TechCrunch
        และที่เด่นๆ อีกอย่างนึงที่ทำให้เหล่าสาวกทึ่งกันถ้วนหน้านั่นคือ Apple TV ที่ในงานเปิดตัวก็ได้เรียกเสียงฮือฮาออกมาได้มากมาย ทั้งความสามารถที่เพิ่มเติมเข้ามาอย่างการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การเล่นเกมโดยใช้รีโมทพิเศษที่ใช้แทนจอยสติ๊กในการควบคุม ไม่พูดมากละเอาเป็นว่าไปดูกันดีกว่า

คลิปแนะนำการใช้งาน Apple TV



ที่มา: TechCrunch

        เป็นยังไงบ้างครับ คลิปด้านบนเป็นเหมือนการพรีวิวการใช้งานคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันก่อนที่จะวางขายในไทยนั่นเอง...ใครเล็งอะไรไว้ก็เตรียมตัว เตรียมเงินไว้ให้ดีนะฮะ ที่สำคัญควรศึกษาการใช้งานนให้เข้าในนะครับ เพราะราคาแต่ละชิ้นค่อนข้างสูง อยากให้เพื่อนๆ ใช้กันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ ^^

บทความโดย: Mr. บอมบ์

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

10 สิ่งที่ Apple ย้อมแมวชาวบ้านแล้วบอกว่า “นี่คือของใหม่“ (จากสาวกแอนดรอยด์)

      นวัตกรรมนั้นมีหลากหลายมากในปัจจุบัน แต่มันก็ต้องมีเรื่องที่ให้กัดกันเล่น ๆ อยู่เรื่อยไป ไม่เว้นแม้กระทั่ง  ผู้ผลิตสินค้าคอมพิวเตอร์เจ้าของ iPhone, iPad และอื่น ๆ ที่ต้องออกมาหาเรื่องว่าฉันมีก่อน มาดูกันว่า สิ่งที่ Apple โม้ว่าฉันพึ่งคิดได้ แต่ความจริงนั้น มีคนทำได้ก่อนหน้าตั้งชาตินึงจนเรียกว่า ย้อมแมว จะมีอะไรบ้าง?

RAM 2GB ใน iPhone 6s


      สิ่งแรกที่ต้องพูดกันก่อนกับ RAM ของเครื่องที่ iPhone 6s จะให้มาที่ 2GB แต่ดูชาวบ้านก่อน ไม่ว่าจะเป็น LG G4, Galaxy Note 5, Huawei P8 และรุ่นท็อปในตอนนี้ ต่างก็ใช้ RAM 3-4GB ออกมาเป็นแถว แล้วและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ส่วน iPad Pro ต้องยกให้เขาไปเพราะ RAM 4GB ตอนนี้บน Tablet ยังไม่มีออกมาสักเท่าไหร่ (ส่วนตัวผมคิดว่าระบบปฏิบัติการของ iOS เค้าสามารถจัดสรรทรัพยากรได้ดีกว่านะครับ สังเกตุง่ายได้จากเอาเครื่องทั้งแอนดรอยด์ และไอโฟนมาวางข้างกัน จากนั้นทดสอบเข้าเล่นเกมเดียวกัน ใช้งานต่างๆ เหมือนกัน จะพบว่าไอโฟนก็สามารถทำงานได้โดยที่ไม่มีการหน่วงเลยเหมือนกับแอนดรอยด์ทั้งที่มี RAM น้อยกว่าเท่าตัว หรือหลายเท่าเลยทีเดียว!!)
หน้าจอ 3D Touch
      อันนี้ต้องพูดเลยเพราะว่าความจริงนั้น Huawei Mate S เปิดตัวด้วยจอที่สามารถกดได้หลายระดับหรือเรียกว่า Force Touch มาก่อน ซึ่ง Apple เรียกว่า 3D Touch เหตุเพราะว่าวีดีโอการสาธิตแสดงภาพเหมือน 3D และไม่อยากให้ไปซ้ำกับเทคโนโลยี Force Touch ใน Touch Pad ของ Macbook ซึ่งเอาเถอะ (ไหนๆ ก็จะทำหน้าจอที่รองรับแรงกดได้ทั้งทีจะทำตามคนอื่นเค้าทื่อๆ ได้ยังไงจริงป่ะ อิอิ มันก็ต้องมี Adapt กันบ้างสิฮะ...แต่ถ้าจะให้อธิบายถึงข้อแตกต่างระหว่าง Force Touch กับ 3D Touch มันก็มีหลายอย่างอยู่นะครับ ส่วนเรื่องที่ว่าอันไหนใช้งานได้ง่ายกว่า ดีกว่าก็ต้องให้ผู้ใช้งานจริงเป็นคนบอกเองละกันเนอะ ผมมิบังอาจไปฟันธงหรอกครับ ><)
Retina Flash
      ถ้ากล้องหน้ามืดไป จะทำอย่างไร Apple บอกว่า ก็ใช้ Retina Flash ช่วยก็จบเรื่อง แต่ช้าก่อนท่าน ถ้าท่านจะบอกว่าเทคโนโลยีนี้ใหม่แล้วล่ะก็ ขอบอกว่า มันไม่ใหม่นะครับ เจ้าแรกที่ทำต้องยกความดีให้ LG ซึ่งมีเทคโนโลยีเพิ่มกรอบความสว่างของภาพ โดยมีตั้งแต่ LG G3 แล้วครับ และ G4 ก็พัฒนาให้เก่งขึ้นกว่าเดิมและเนียนขึ้นอีก (Retina Flash ในที่นี้ขอขยายความให้เข้าใจนิดนึงนะครับ มันคือการใช้หน้าจอที่สว่างๆ เพื่อช่วยในการถ่ายภาพนั้นเอง ซึ่งของทาง apple ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานควบคู่กับการถ่ายรูปกล้องหน้า โดยจะมีเซ็นเซอร์รับแสง ณ ขณะนั้นแล้วทำการประมวลผลค่าแสงออกมาแล้วส่งต่อไปยังส่วนควบคุมความสว่าง และสีของหน้าจอเพื่อให้ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด สวยงามที่สุด ส่วนใน LG นั้นจะเป็นการถ่ายภาพไปก่อนจากนั้นก็ค่อยเอาไปปรับค่าแสง และอื่นๆ ในซอฟต์แวร์อีกทีนึงนั่นเอง...)
Apple Pencil
      เย้ และแล้ว Apple ก็มีดินสอกับเขาสักที อันนี้คงเป็นคำที่สาวกคงพูดกันออกมาในวันเปิดตัว iPad Pro แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงเทคโนโลยีปากกาเขียนได้นั้นมีมาตั้งนานแล้ว ซึ่งต้นตำรับที่แท้จริง แน่นอนว่าจะต้องเป็น Samsung ถ้าใครจำ Galaxy Note รุ่นเล็กยันตัวใหญ่ อย่าง Note 10.1 2014 Edtion หรือ Note Pro 12.2 ที่หลายคนลืมไปแล้ว มันก็มี และความแม่นยำไม่ต่างกันเลย ที่เขียนได้เพราะความฉลาดของปากกาที่เรียกว่า S Pen นั่นแหล่ะ และดีกว่าที่ไม่ต้องชาร์จไฟด้วย ขณะที่ Apple ต้องชาร์จไฟอยู่ ข้อนี้กัดก้อนเกลือคำพูดจากท่าน ศาสดา Steve Jobs แท้ๆ (นอกจากเรื่องที่ต้องชาร์จไฟแล้วตัวดินสอของ apple เองยังสามารถรับรู้แรงกดได้เยอะมากทีเดียว สังเกตุได้จากทีเซอร์เปิดตัวนั่นเอง สามารถเขียนเส้นหนัก เบาได้อย่างกับใช้ปากกา หรือพู่กันนั้นๆ จริงๆ เลยแถมการตอบสนองยังรวดเร็วแม่นยำ แทบจะไม่มีอาการหน่วงขณะเขียนเลยทีเดียว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือทาง apple ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง iPad Pro ออกมาซึ่งมันมีขนาดจอที่ใหญ่กว่า iPad ในขนาดปกติพอสมควร การนำปากกาเข้ามาก็ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นนั่นเอง...)

Smart Keyboard (เหมือน Microsoft Surface เลย)
      ต่อจาก Apple Pencil ก็จะมีเรื่องของ Smart Keyboard กันต่อ ซึ่งหน้าตานั้นถ้าดูดี ๆ มันจะเหมือนกับ Microsoft Surface 3 Pro ของ Microsoft ประมาณว่า ฉันใหญ่แล้วฉันต้องมี Keyboard แยกร่างออกมาบ้าง นี่เหรอที่เรียกว่าของใหม่ แต่ประโยชน์มันก็มีที่ สามารถพิมพ์ข้อความได้สะดวกขึ้น ว่าแต่ ทำไมไม่มีให้เลือกตั้งนานแล้วล่ะ (เนื่องจาก Concept ของ iPad ตามความตั้งใจเดิมของท่านศาสดาเค้าว่าไว้ iPad คือสิ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ใช้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์เสริมอะไรเยอะแยะ พกพาไม่สะดวก แต่ในปัจจุบันนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปแล้วล่ะเนอะ...)
Spilt View (มันคือ Multi Tasking ของ Android นี่แหล่ะ)
      การใช้งาน 2 หน้าจอพร้อมกัน ที่เริ่มใช้ได้ใน iPad Air 2 และ iPad Pro เป็นครั้งแรก ทำให้ iOS ก้าวข้ามการใช้งาน 1 Apps ไปได้อย่างมากและเพิ่มความสะดวกสบาย นั่นคือคำพูดของคนที่เป็นสาวก แต่ทั่วไป Android ทำได้มานานแล้ว และหน้าจอสลับ Screen Android ก็ทำได้มานานเช่นเดียวกัน (อันนี้แหละเป็นสิ่งที่สาวกบ่นอยากได้มานานแล้ว หลังจากที่เห็นฝั่งหุ่นกระป๋องทำได้ ทีนี้ก็จะไม่ต้องสลับ App ไปมาระหว่างการใช้งานอีกต่อไปแล้ว ในตอนงานเปิดตัวนะ ผมตะโกนดังๆ เลยว่า "ในที่สุด iOS มันก็ทำได้สักทีเว้ยเฮ้ยยย!!")
Hey Siri
      เป็นคำสั่งที่สามารถเรียกใช้งาน Siri ได้ทันที ถูกติดตั้งใน iOS 9 เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับเทคโนโลยีเรียกคำสั่งจาก Google Now เพียงแค่พูดว่า OK Google มันก็จะทำงานตามคำสั่งเสียงของเราแล้ว สรุปว่านี่จะบอกว่า Siri ก็ทำได้แล้วสินะ (ก่อนที่ iOS 9 จะมามันก็ทำได้อยู่นะ แต่ต้องเข้าไปตั้งค่าแล้วก็จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเสียสายชาร์จอยู่เท่านั้น พูดว่า "หวัดดี สิริ" มันก็เข้าเมนูรับคำสั่งเสียงได้เลย...แต่ที่ apple เอามาชูเป็นจุดเด่นใน iOS 9 อาจะเป็นเพราะว่าเค้าดูถึงความสะดวกในการเรียกใช้งานมากว่านะครับ ^^)
กล้องที่หลัง 12 ล้านพิกเซล/หน้า 5 ล้านพิกเซล + ถ่ายวีดีโอ 4K
      กล้องของ iPhone 6s นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ความละเอียดมากขึ้น โดยกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลังสามารถถ่ายวีดีโอระดับ 4K ได้ แถมมี OIS ในตัว เรียกเสียงกรี้ดลั่นจากสาวกได้มากมายในงานพอสมควร แต่ช้าก่อนครับมาดูคู่แข่งอย่าง Galaxy Note 5 ที่ให้กล้อง 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น และรองรับการถ่ายวีดีโอ 4K หรือจะเป็น LG G4 ก็ทำได้มาตั้งแต่ช่วงมิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว เอิ่ม พูดไม่ออกเลยอะดิ (นับเป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ทาง apple ยอมปรับทิศนคติเกี่ยวกับกล้องของไอโฟน เพราะเดี๋ยวนี้ทางฝั่งแอนดรอยด์เค้ามาเน้นเรื่องกล้องได้แจ่มมากมายจริงๆ โดยเฉพาะซัมซุง แอลจี หัวเหว่ย ออปโป้ เป็นต้น)
iPhone 6s กับบอดี้ อะลุมิเนียมเกรด 7,000
      "เรื่องการหักงอของ iPhone 6s จะเกิดขึ้นน้อยลงเพราะเราใช้บอดี้ที่แข็งแรงเกรดอะลุมิเนียม 7,000 ที่แข็งแรงขึ้นน้ำหนักเบาลงแต่ยอมหนาสักหน่อยนะ" ครับใช่มันแข็งแรงจริง แต่หารู้ไม่ ที่ Samsung ชิงตัดหน้าเปิดตัว Galaxy Note 5 และ Galaxy S6 edge + ก็เพราะว่า เขาใช้ชิ้นส่วนแบบเดียวกันนี่แหล่ะ เพราะคงกลัวเครื่องหักเหมือนกันล่ะนะ (เป็นเพราะทาง Apple ต้องการปรับขนาดของ iPhone ให้เล็กลงมากเกินไปจึงอาจจะลืมเรื่องของความแข็งแรงของตัวเครื่อง จึงเป็นปัญหาอย่างที่รู้กันใน iPhone 6 แต่ใน iPhone 6s ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุใหม่แข็งแรงกว่าเดิม ส่งผลให้ตัวเครื่องหนากว่าเดิม และหนักกว่าเดิมนิดหน่อย ซึ่งผมว่ามันก็ไม่ได้กระทบอะไรกับการใช้งานเลยนะ เพราะว่ามันแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามันเพิ่มขึ้นมา)
Live Wallpaper + Live Photos
      การถ่ายภาพเคลื่อนไหวนั้นทำได้สนุกและเต็มที่กว่าเดิมด้วยการกดค้างที่หน้าจอสามารถบันทึกวีดีโอสั้นได้และนำไปแสดงผลกับอุปกรณ์ Apple ได้ เทคโนโลยีนี้เหมือนกับ HTC Zoe และอีกสิ่งคือ Wallpaper ที่ขยับได้นั้น Android มีมาให้ตั้งแต่ Android 4.0 แล้วนะครับ (อันนี้ค่อนข้างเห็นด้วยครับว่าในแอนดรอยด์มีให้ใช้งานก่อนหน้านี้แล้วจริงๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่จะต้องมีการก้าวหน้าเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานคงจะต้องลองทดสอบด้วยตัวของท่านเองแล้วล่ะครับว่าของใครจะดีกว่ากัน แต่ถ้ามันแย่กว่าของทางฝั่งแอนดรอยด์ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ!!)

      ทั้งหมดที่ผมนำมาบอกกันในวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก แต่คงไม่มีใครบอกให้คุณผู้อ่านได้รู้ เช่นเดียวกับผู้ผลิตบางรายที่ใส่เทคโนโลยีนี้มา แต่ไม่ได้บรรยายคุณสมบัติทำให้ Apple นำไปพัฒนาใหม่ แล้วเอามาเล่าจนทำให้เกิดความสนใจนั่นเอง แสดงให้ถึงพลังการ Present ของ Apple ที่พิชิตใจคนได้มากอยู่จนทำให้ผลิตภัณฑ์ของเขาขายดีจนถึงตอนนี้นั่นเอง

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

iPhone 6s vs Huawei Mate S นวัตกรรมหรือนวัตก๊อป

      แบรนด์ยักษ์ใหญ่อันสามของโลกได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Mate S ตัวเครื่องอลูมิเนียมไร้รอยต่อ หน้าจอ 5.5 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Force Touch และตัวเครื่องสีชมพู
     ซึ่งใช้ชื่อว่าโรสโกลด์ (Rose Gold) ตามมาด้วย Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 6s Plus สุดเซอร์ไพรส์ด้วยหน้าจอ 5.5 นิ้วพร้อมเทคโนโลยี Force Touch ที่ใช้ชื่อใหม่ว่า 3D Touch อีกทั้งตัวเครื่องก็มีสีโรสโกลด์ (Rose gold) เหมือนกันอีกด้วย
Huawei Mate S Rose Gold
     Huawei Mate S ยืนยันว่ามาก่อนโดยการทวีตข้อความตัว เครื่องสีโรสโกลด์นั้นมีสีชมพูตั้งแต่หัวจรดท้ายรวมถึงด้านหน้าด้วย ในขณะที่ iPhone 6s มีสีชมพูเฉพาะด้านหลัง ส่วนด้านหน้าก็ยังเป็นสีขาวเหมือนเดิม งานดีไซนืนี้ไม่เพียงแต่วัสดุตัวเครื่อง ยังมีขนาดหน้าจอ เทคโนโลยีบนหน้าจอ และสีตัวเครื่อง ก็เหมือนกันหมด
camera_large-600x446
     มาดูที่กล้องถ่ายรูปของ Huawei Mate S ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ผลิตโดย Sony มีระบบกันภาพสั่นไหว OIS มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สี่สี RGBW ซึ่งเพิ่มส่วนของ White pixels มาช่วยปรับปรุงความคมชัดของภาพ ทำให้ภาพที่ได้นั้นคมชัดขึ้น เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีกว่า และสว่างกว่าระบบ RGB แบบเดิม ในขณะที่ iPhone 6s Plus ก็มีกล้อง 12 ล้านพิกเซล และใส่เทคโนโลยีแบบที่ล่าวมาทั้งหมดด้วยเช่นกัน
     Huawei Mate S เปิดตัวก่อน iPhone 6s ประมาณ 1 สัปดาห์ แบบนี้ Apple จะเรียกว่านวัตกรรมหรือการก็อปปี้ ก็คงต้องแล้วแต่ความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคนแล้วล่ะครับ ^^

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

ปลากัดไทยดังไปทั่วโลกเมื่อ Apple ชูเป็นวอลเปเปอร์ใหม่ใน iPhone 6s

      สำนักข่าวไทย 10 ก.ย. – ปลากัดไทยดังทั่วโลก  ดึงเป็นวอลเปเปอร์โชว์ใน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รวมทั้งบนกล่องที่จะวางขายปลายเดือนนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสวยงามภูมิใจ คาดส่งผลดีต่อยอดขาย
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเปิดตัว iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าภาพที่ปรากฏเป็นภาพพื้นหลังหรือวอลล์เปเปอร์ของ iPhone รุ่นใหม่ เป็นภาพปลากัดไทยซึ่งมีหลากหลายสีสันสวยสดงดงาม ทั้งเป็นวอลเปเปอร์ที่เป็นภาพนิ่ง และไดนามิกวอลเปเปอร์ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว โดยแสดงอยู่หลายภาพในหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple รวมทั้งยังจะปรากฏอยู่บนกล่องของ iPhone รุ่นใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่ายไปทั่วโลกด้วย
apple-iphone-6s-live-_2362
ผู้บริหาร Apple กล่าวบนเวทีเปิดตัว iPhone 6s : ภาพจาก TheVerge.com
      ภาพปลากัดไทยอย่างน้อย 5 ตัว ถูกเลือกให้ปรากฏอยู่ในหน้าจอ iPhone ในหลายบริบทที่แตกต่างกันไป แต่ถือได้ว่าปลากัดกลายเป็นวอลเปเปอร์ลายหลักของ iPhone รุ่นใหม่ และเป็นแบบ exclusive เฉพาะ iPhone รุ่นใหม่นี้เท่านั้นเนื่องจากไม่พบว่ามีปรากฏในระบบปฏิบัติการ iOS 9 เวอร์ชั่นที่ใช้กับ iPhone รุ่นอื่น ๆ แต่อย่างใด
Screen Shot 2015-09-10 at 15.13.27
      ทั้งนี้ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ iPhone เป็นภาพในลักษณะที่คล้ายกับผลงานของช่างภาพอิสระชาวไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่ว โลกจากการถ่ายภาพปลากัด คือ นายวิศรุต อังคทะวานิช มีผลงานได้รับการตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ระดับโลกหลายฉบับ อย่างไรก็ตาม นายวิศรุต ปฏิเสธที่จะออกความคิดเห็นในเรื่องนี้
      สำหรับปลากัดที่กลายมาเป็นแบบในวอลเปเปอร์ของ iPhone รุ่นใหม่นี้ เป็นปลากัดสายพันธ์ฮาล์ฟมูน (Halfmoon betta) จัดเป็นปลากัดเกรดสูง มีราคาตัวละหลักพันบาท ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างประเทศ เนื่องจากมีความสวยงาม ลักษณะของหางกาง 180 องศาเหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว โดยเป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากเยอรมนีแต่พัฒนาสีสันให้สวยงามโดยเกษตรกรชาวไทย และส่งออกจนโด่งดังไปทั่วโลก
      น.ส.สิรินุช ฉิมพลี เจ้าของฟาร์มปลากัดสิรินุชเบตต้าฟาร์ม เปิดเผยว่า รู้สึกปลื้มใจ ดีใจ ภูมิใจแทนประเทศไทย และพี่น้องเกษตรกรชาวไทย ผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ที่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือระดับโลกอย่าง iPhone เห็นความสำคัญและความสวยงามของปลากัดไทย ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตปลากัดส่งออกมากที่สุดในโลก และพันธุ์ฮาล์ฟมูนนี้ก็เป็นพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมส่งออกเป็นสัดส่วน มากที่สุด
      “เชื่อว่าการที่ iPhone ได้ใช้ภาพปลากัดไทยในครั้งนี้ จะมีผลกับยอดขายปลากัดของเกษตรกรไทย เป็นการโปรโมทปลากัดไทย ทำให้คนรู้จักปลากัดไทย เป็นผลดีสำหรับวงการผู้เลี้ยงปลาสวยงาม” น.ส.สิรินุช กล่าว
Screen Shot 2015-09-10 at 15.10.05       แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทีมงานที่มีส่วนในการผลิตผลงานครั้งนี้เปิดเผยว่า เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัท Apple จากสหรัฐส่งทีมงานชุดใหญ่มาจากต่างประเทศเพื่อถ่ายทำภาพปลากัดไทยทั้งเป็น ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยมีคนไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นทีมงานด้วยจำนวนหนึ่ง แต่ทุกคนจำเป็นต้องทำสัญญาปกปิดข้อมูลนี้เป็นความลับ
      นักวิเคราะห์ต่างประเทศคาดว่า iPhone 6s และ iPhone 6s Plus อาจจะจำหน่ายได้มากกว่า 50 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ หลังจากวางขายวันแรกใน 12 ประเทศ วันที่ 25 กันยายนนี้ ส่วนกำหนดการวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด.-สำนักข่าวไทย-

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Apple ส่งเทียบเชิญสื่อสำหรับงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่อย่างเป็นทางการแล้วนะจ๊ะ!!

ด้วยพลังอำนาจแห่งท่านศาสดา ในที่สุดท่านก็นำพามวลมนุษย์มาถึงจุดๆ นี้ สิ่งที่แน่ชัดสำหรับอีเวนต์ใหม่ประจำปีที่เหล่าสาวกกำลังรอคอยอยู่นั้นมีได้ถูกกำหนดให้จัดขึ้นมาแล้วในวันที่ 9 กันยายน ที่จะถึงนี้ (สิ่งที่เดาๆ กันว่าทาง apple จะเปิดตัวสินค้าใหม่จะต้องอยู่ในช่วง 9 - 12 กันยายน แต่ถ้าให้ฤกษ์ดีก็ต้องเป็นวันที่ 9 เดือน 9 นี่แหละนะ ^^) โดยงานดังกล่าวนั้นจะจัดขึ้นที่ Bill Graham Civic Auditorium ในซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนียสหรัฐฯเหมือนเช่นทุกครั้ง
และหากไม่มีอะไรพลิกในงานครั้งนี้เราคงได้เห็น iPhone รุ่นใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการสักที ซึ่งคาดว่าคงหนีไม่พ้นรุ่นที่จะใช้ชื่อว่า iPhone 6s และ iPhone 6s Plus นั้นเอง สำหรับตัวบัตรเชิญนั้นลักษณะไม่ได้แตกต่างจากทุกปีมากนั้น สำหรับในปีนี้นั้นบัตรเชิญมาพร้อมประโยคสั้นๆ ว่า "Hey Siri, give us a hint."
นอกจากนั้นภายในงานเราจะได้เห็นไอโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวแล้ว เราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง iOS 9 ,watchOS 2 และ  TV อีกด้วย
และในงานครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดเหมือนเช่นทุกครั้งแน่นอน เตรียมนับเวลาถอยหลังกันได้เลยครับ ส่วนใครที่ไม่อยากดูคนเดียว เตรียมพบกับรายงานสดที่ Sanook! Hitech ได้แน่นนอนแล้วเจอกัน

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1398529/
ติดตาม ข่าวไฮเทค เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ที่: http://hitech.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เหล่าสาวกรออีกไม่นานเตรียมพบกับ iPhone 6s รุ่นใหม่สีชมพูสุดหวานแหวว

ลือกันมาก็นานพอสมควรแต่ดูเหมือนว่าข่าวลือที่เคยหลุดออกมาตลอดก่อนหน้าว่า iPhone รุ่นใหม่ (iPhone 6S) นั้นจะมาพร้อมกับสีใหม่คงจะไม่เกินความจริงแล้วครับ
อัพเดทความเคลื่อนไหวล่าสุดสื่อต่างประเทศชื่อดังอย่าง www.cultofmac.com ได้นำเสนอภาพหลุดที่อ้างว่าเป็น iPhone 6S สีชมพูขึ้นบนเว็บไชต์แล้ว (แหม่..!! หลุดมาตั้ง 4 กล่องแหน่ะ)
หากจำกันได้เมื่อหลายวันก่อนได้มีข่าวออกมาว่า ทางโอเปอร์เรเตอร์รายใหญ่ในเยอรมนี ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ไอโฟน 6S พร้อมขาย 18 กันยายนนี้ ซึ่งเท่ากับว่าไอโฟนรุ่นต่อไปคงน่าจะมีกำหนดการเปิดตัวราวๆ ต้อนเดือนกันยายนอย่างแน่นอน
แล้วแฟนๆ Sanook! Hitech ละครับเห็นภาพ iPhone รุ่นใหม่ (iPhone 6S) ที่หลุดออกมาชุดนี้แล้วอยากได้ไหม? กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นสาวๆ นะเนี่ยถ้าจะออกมาสีชมพูหวาน ฟรุ้งฟริ้ง ซะขนาดนี้ ผู้ชายอย่างเราๆ คงไม่มีใครกล้าใช้กันแน่ๆ เลยยกเว้นหนุ่มวายอ่านะ แหะๆ ><
ขอบคุณแหล่งข่าว : cultofmac.com
ที่มา: http://hitech.sanook.com/1398281/

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หรูสลัดรัสเซียเมื่อ Caviar นำ Apple Watch มาตกแต่งพิเศษจำหน่ายในรัสเซียเท่านั้น

        ขึ้นชื่อว่า Apple ก็ต้องบอกเลยว่านอกจากนวัตกรรมที่ออกมาเต็มที่ชนิดว่าไม่มีกั้กแล้ว ยังดูทันสมัยสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่คงยกเว้นชาติหมีขาวอย่างรัสเซีย ที่มีผู้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ารายหนึ่งอย่าง Caviar เห็นว่า Apple Watch ยังไม่หรูพอ แม้ว่าจะเป็นรุ่น edition ก็ตาม จึงนำ  รุ่นปกติมาแปลงให้หรูขึ้นซะเลย
รูปจาก Engadget
        โดยการนำ Apple Watch ที่เป็นรุ่นธรรมดา (ไม่ใช่ Edition) มาแกะสลักแล้วเคลือบด้วยโลหะที่มีค่าอย่างทองและเงินทั้งตัว(ยกเว้นหน้าจอ) ก็เลยทำให้ดูหรูหรามากขึ้นแบบเห็นได้ชัด โดยลวดลายมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบได้แก่ 1.ลายกษัตริย์ พระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 1 (Perter Of Great) 2.อดีตผู้นำรัสเซียสมัยโซเวียดอย่าง Valadimir Lenin และ 3.ประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่าง Valadimir Putin

        ซึ่งจะมีผลิตเพียง 999 เรือนเท่านั้น ราคานั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบและความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งเริ่มต้นที่ 197,000 รูเบิล ($3,000) คิดเป็นเงินไทยประมาณ 106,000 บาท ข่าวดีคือมันมีจำหน่ายอยู่จริง แต่ข่าวร้าย ใครอยากได้ บินไปซื้อที่รัสเซียเองนะครับ ส่วนคนที่อยากหรูแต่ไม่อยากบิน ไปซื้อรุ่นปกติ ไม่ก็ Edition ก็เพียงพอแล้วครับ
ที่มา: CNN, Engadget

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ก๊อก ก๊อก iPhone 6s ได้ฤกษ์เปิดตัววันที่ 9 เดือน 9 นี้แล้วนะรู้ย้ง?

     แหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือบอกว่า iPhone 6s มาแน่ !! ไม่ได้ใช้ชื่อว่า iPhone 7 นะจ๊ะ...เมื่อรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า Apple จะถือฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 9 เดือน 9 พร้อมกับโอกาสที่เราจะได้เห็นอุปกรณ์อื่นๆ เปิดตัวด้วย นอกเหนือจาก iPhone รุ่นใหม่นี้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นผมว่าเพื่อนๆ คงจะแอบรู้กันมาคร่าวๆ บ้างแล้วล่ะเนอะ ^^
เครดิตภาพ TechCrunch
      John Paczkowski ผู้สื่อข่าวด้านเทคโนโลยีชั้นนำได้เปิดเผยข้อมูลต่อ Buzzfeed ว่า Apple จะใช้วันที่ 9 เดือนกันยายน เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งหากไม่มีอะไรพลิกโผจะเป็นการเปิดตัว iPhone 6s ที่มาพร้อมการอัพเกรดคุณสมบัติทั้งส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เหมือนเช่นหลาย ปีที่ผ่านมา แต่ความน่าสนใจนอกเหนือจากนี้มีรายงานว่า Apple จะใช้ช่วงเวลาเดียวกันเปิดตัว Apple TV รุ่นใหม่อีกด้วย
      ในความน่าสนใจของ iPhone 6s จะเป็นการเพิ่มเทคโนโลยีด้านการสัมผัสบนหน้าจอทัชสกรีน หรือ Force Touch คุณสมบัติของการแตะเบาๆ กับการกดแรงๆ เพื่อเรียกใช้งานระบบควบคุมต่างๆ เช่นเดียวกับ Apple Watch อีกทั้งยังมีสีใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมกับบอกลาความจุ 16GB และจะไปเริ่มต้นที่ 32GB แทน
สนับสนุนเนื้อหา: aripfan.com
      ข่าวล่าสุดของงานเปิดตัว iPhone 6s ซึ่งปีนี้น่าจะเริ่มเร็วกว่าที่คาด ซึ่งปีนี้เราน่าจะได้เห็นงานเปิดตัวในวันที่ 9 กันยายนนี้ พร้อมกับการเปิดตัว iPad Pro และ  TV ใหม่ด้วย !!
      โดยรายงานจาก John Paczkowski ผ่าน BuzzFeed ซึ่งเคยให้ข่าวที่ตรงและเชื่อถือได้มาก่อน เผยว่าแอปเปิลเตรียมจะจัดงานเปิดตัว iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ในวันที่ 9 กันยายนนี้
minimum-storage-of-iphone-6s-to-32gb
นอกจากนี้ในงาน เป็นไปได้ว่าอาจจะมี iPad Pro ที่ทุกคนรอคอยการเปิดตัวซึ่งเป็นข่าวลือมานาน รวมถึง Apple TV รุ่นใหม่ ที่มีการอัพเกรดสเปค และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีกว่าเดิมอาจจะได้เห็นพร้อมกันในงานอีกด้วย
 
คาดว่า iPhone 6s จะมาพร้อมหน้าจอแบบแยกแรงกดได้, สีใหม่ทองกุหลาบ, แรม 2GB, กล้อง 12 ล้าน, วัสดุใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม รวมถึงขนาดความจุน่าจะเริ่มที่ 32 GB ตามข่าวลือล่าสุด
ใครที่รอไอโฟนรุ่นใหม่อยู่ เก็บตังค์รอไว้ได้เลย !!
ที่มา - Buzzfeed
สนับสนุนเนื้อหา: www.macthai.com

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หลังจากที่วางขาย Apple Watch ไปแล้วมาดูกันว่ามีกี่รุ่น กี่สี และต่างกันอย่างไร

วันนี้เป็นอีกวันที่สาวก  ต้องตื่นกันแต่เช้าไปเข้าคิวรอซื้อ Apple Watch ตามร้านที่วางจำหน่ายในไทย ส่วนใครที่ไม่อยากต่อคิวก็สามารถคลิกสั่งซื้อแบบชิว ๆ กันได้ที่ Apple Online Store พร้อมจัดส่ง 1 วันทำการ เรามาดูกันว่า Apple Watch นั้นมีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีสีอะไร และแตกต่างกันอย่างไร
Apple Watch มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Watch Sport, Watch และ Watch Edition โดยแต่ละรุ่นจะมีด้วยกัน 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม.
 Apple Watch-09
Watch Sport
  •  ตัวเรือน 38 มม. ราคา 13,500 บาท และ 42 มม. ราคา 15,500 บาท
  • ตัวเรือนจะเป็นอะลูมิเนียมสีเงิน กับ อะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์มากับสาย Sport Band
  • หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจก Ion-X และฝาหลังแบบคอมโพสิต
  • ตัวเรือนอะลูมิเนียมสีเงิน มาพร้อมกับสายสีขาว, สีฟ้า, สีเขียว และสีชมพู เลือกได้ตามความชอบ
  • ตัวเรือนอะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์ มาพร้อมสายแบบ Sport Band สีดำ สีเดียว
Watch
  • ตัวเรือน 38 มม. และ 42 มม. มีทั้งเป็นสแตนเลสสตีล และสแตนเลสสตีลสีดำสเปซแบล็ค หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจกแซฟไฟร์ และฝาหลังแบบเซรามิก
  • รุ่นนี้ราคาจะแตกต่างกันที่ขนาดกับสายข้อมือที่มากับตัวเรือน
  • รุ่นถูกสุดคือ ตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Sport Band ราคา 20,500 บาท
  • รุ่นแพงสุดคือ ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สีดำสเปซแบล็ค ขนาด 42 มม. พร้อมสายสแตนเลสสตีลแบบ Link Bracelet สีดำสเปซแบล็ค ราคา 41,500 บาท
 Watch Edition
  • เป็นรุ่นที่แพงที่สุด ตัวเรือนเป็นทองคำ 18 กะรัต มีขนาด 38 มม. และ 42 มม. หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจกแซฟไฟร์ และฝาหลังแบบเซรามิก
  • ตัวเรือนมี 2 สี คือ สีโรสโกลด์ และ สีเยลโลว์โกลด์
  • รุ่นถูกสุดของโมเดลนี้คือ ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สีโรสโกลด์ ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Sport Band ราคา 395,000 บาท
  • รุ่นแพงสุดของโมเดลนี้คือ ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สีเยลโลว์โกลด์ ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Modern Buckle ราคา 660,000 บาท
 อุปกรณ์เสริม สามารถซื้อเพิ่มได้
  • สายแบบ Sport Band ยาง Fluoroelastomer พร้อมตัวล็อคแบบเสียบหมุดแล้วสอดสาย ราคา 1,900 บาท
  • สายแบบ Milanese Loop สแตนเลสสตีลแบบถักพร้อมตัวล็อคแม่เหล็กแบบปรับได้ ราคา 5,900 บาท
  • สายแบบ Classic Buckle สายหนังดัตช์ที่สะบัดลวดลายพร้อมตัวล็อคแบบสแตนเลสสตีล ราคา 5,900 บาท
  • สายแบบ Leather Loop สายบุหนัง Venezia พร้อมตัวล็อคแม่เหล็กแบบปรับได้ ราคา 5,900 บาท
  • สายแบบ Modern Buckle หนัง Granada ที่เรียบสวยพร้อมตัวล็อคแม่เหล็กสองชิ้น ราคา 9,500 บาท
  • สายแบบ Link Bracelet ผลิตจากโลหะผสมสแตนเลสสตีล 316L พร้อมตัวล็อคแบบปีกผีเสื้อที่เราออกแบบมาโดยเฉพาะ ราคา 16,900 บาท
  • USB Power Adapter ขนาด 5 วัตต์ ราคา 690 บาท (มีมาในกล่องอยู่แล้ว)
  • สายชาร์จแบบแม่เหล็กสำหรับ Apple Watch (1ม.) ราคา 1,090 บาท
  • สายชาร์จแบบแม่เหล็กสำหรับ Apple Watch (2ม.) ราคา 1,490 บาท (มีมาในกล่องอยู่แล้ว)
  • Apple USB Power Adapter ขนาด 12 วัตต์ ราคา 690 บาท
สนับสนุนเนื้อหา:  iphone-droid.net