ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Microsoft แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Microsoft แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Mac OS X และ iOS ติดอันดับ ระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด

Apple ในช่วงปีที่ผ่านมา อาจจะพบเจอปัญหาใน OS ของตัวเองบ่อย จนทำให้ผลการสำรวจจากบริษัท GFI  พบว่า Mac OS X และ iOS ติดอันดับระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด จนแซงระบบปฏิบัติการอื่นๆทั้ง Windows และ Linux ไปแล้ว
จากที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows จาก Microsoft ดูเหมือนเป็นเป้า ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยต่างพากันกล่าวว่าไม่ปลอดภัย จากช่องโหว่ต่างๆที่ไม่ได้ถูกแก้ไข ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านปลอดภัยให้ทำได้ดียิ่งขึ้น จนในปีล่าสุดนี้ ตกจากสามอันดับแรกของลิสต์ดังกล่าว
ซึ่งผู้ที่พุ่งขึ้นมานำ กลายเป็น OS ของทาง Apple ที่ Mac OS X ครองอันดับ 1 และ iOS อยู่ที่อันดับ 2 ซึ่งรายงานจาก GFI  ยังพบอีกว่า ช่องโหว่ที่พบบน Mac OS X และ iOS ส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับสูงและปานกลางอีกด้วย
และที่ตามมาอันดับ 3 นั้นคือ Linux kernel ที่ปีนี้พบเจอกับ Bug ที่สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งจากช่องโหว่ Heartbleed และ Shellshock นั่นเอง
ส่วนผลรายงานช่องโหว่ของแอพพลิเคชันนั้น ปรากฏว่า บราวเซอร์อย่าง Internet Explorer ของ Microsoftก็นำโด่งมาเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนช่องโหว่มากกว่าอันดับ 2 อย่าง Google Chrome กว่าสองเท่าเลยทีเดียว
แต่น่าแปลกใจที่รายงานดังกล่าว OS ของ Apple ไม่มีการแยกรุ่น ในขณะที่ของ Microsoft มีการแยกรุ่นของ OS เอาไว้ในรายชื่อ ซึ่งอาจทำให้หลายคนคาใจว่า เจ้าไหนที่มีรูรั่วเยอะที่สุดกันแน่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อย่างหล่อ…Wireless Charger ใหม่เรืองแสงได้จาก Microsoft

 เรื่องที่ชาร์จไร้สายใครๆ ก็ว่าเจ๋ง แต่การออกแบบส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในรูปแบบเดิมๆ เป็นแท่นเหลี่ยมๆ วางไว้ ไม่ได้มีเอฟเฟกต์ลูกเล่นให้ดูน่าสนใจ เพราะหลายค่ายที่เราเห็นก็มักจะเป็นอย่างนั้น
     แต่สำหรับไมโครซอฟท์มาพร้อมกับความต่าง ด้วยการนำเอาดีไซน์ที่เป็นสีสันสดใส มาใส่ไว้ใน Wireless Charger สำหรับใช้กับ Nokia ได้อย่างสวยงาม โดยมีทั้งสีขาว เขียวและส้มให้ได้เลือกใช้ ในมาตรฐานของ Qi Wireless Charger
     โดยที่ชาร์จไร้สายรุ่นนี้มาพร้อมกับการดีไซน์ให้แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ โทนสีสันที่สดใส เมื่อวางโทรศัพท์เครื่องโปรดลงไป แสงก็จะสว่างเรืองขึ้นมาที่ฐาน มองเห็นได้อย่างชัดเจนในที่มืด จะเปิดหรือปิดการทำงานของหลอดไฟได้ กรณีที่แสงนั้นรบกวนสายตา
     โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ต้องการพักผ่อน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ รองรับการทำงานร่วมกับ Windows Phone เท่านั้น แม้ในทางเทคนิคจะรองรับการชาร์จในมาตรฐาน Qi ก็ตาม
     อย่างไรก็ดี ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แสดงไฟระหว่างการชาร์จและแจ้งเตือนผ่านทางแอพ ในกรณีที่มีสายเข้า แต่ยังไม่รองรับการปรับแต่งที่ละเอียดมากนัก
     โดยที่แท่นชาร์จไร้สาย Nokia DT-903 Wireless Charger นี้ วางจำหน่ายใน  Store อยู่ที่ประมาณ 59.99 USD และรองรับเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB บนโน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

Nokia N1 4 นาที! ขายได้ 20,000 เครื่อง

 มาแรงสมการรอคอย ขายได้ 20,000 เครื่อง ในเวลาแค่ 4 นาที!
โนเกีย เปิดจำหน่าย Nokia N1 แอนดรอยด์แท็บเล็ตรุ่นแรกของโนเกีย อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวานนี้ ที่ประเทศจีน และได้รับการตอบรับที่ล้นหลามอย่างมากเลยทีเดียวครับ โดยสามารถทำยอดขายได้ถึง 20,000 เครื่อง ในเวลาแค่ 4 นาทีเท่านั้น
Nokia N1 มาพร้อมหน้าจอกว้าง 7.9 นิ้ว ความละเอียด 1536 x 2048 พิกเซล, หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Intel Atom Z3580 chipset) ความเร็ว 2.3 GHz, RAM 2 GB, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ขนาดความจุ 5300 mAh และรัน Android 5.0 (Lollipop)
โดยราคาของ Nokia N1 ที่ประเทศจีน อยู่ที่ 1,599 หยวน หรือราวๆ 8,500 บาทเท่านั้น คาดว่า จะวางจำหน่ายในภูมิภาคอื่นๆ เร็วๆ นี้
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เปิดตัว Nokia N1 กับการกลับมาของโนเกีย

หลังจากที่เมื่อเช้าเราได้รายงานความเคลื่อนไหวของโนเกีย ว่าวันนี้นั้นจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ล่าสุดโนเกียก็เผยโฉมผลิตภัณฑ์ปริศนานั้นแล้วนั่นก็คือ "Nokia N1"
แท็บเล็ตตัวแรกของบริษัทที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0 Lolipop จาก google ให้เห็นกันแล้วหลังจากให้สื่อเดากันไปต่างๆ นาๆ เรียกว่าสร้างเซอร์ไพรส์ได้ไม่น้อยครับ
จุดเด่นของ Nokia N1 เรียกได้ว่าเป็นแท็บเล็ตที่ค่อนข้างบางเบา บางแค่ 6.9 มม. ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียมอย่างดี ทำให้แท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่าง Nokia N1 แจ้งเกิดและกลายเป็นกระแสที่มีการพูดถึงได้ไม่ยาก
สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นนั้น Nokia N1
  • Display –หน้าจอขนาด 7.9" ความละเอียด 2048x1536 พิกเซล
  • Processor – ซีพียู Atom Z3580 ควอดคอร์ความถี่ 2.33GHz
  • Memory and storage – หน่วยความจำภายใน 32GB, แรม 2GB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0  Lollipop 
  • กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
  • แบตเตอรี่ขนาด 7900 mAh
  • น้ำหนัก 318 กรัม บาง ุ6.9 มิลลิเมตร
แท็บเล็ตรุ่นใหม่ Nokia N1 นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 สีคือสี Lava Gray และสี Natural Aluminum สนนราคาที่ 249 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๆ 7,500 บาท)
จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางาการในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ปีหน้าครับ(จีน) หลังจากนั้นจะเริ่มทยอยวางจำหน่ายในอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลกรวมไปถึงยุโรปด้วยเช่นกัน
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การจากไปของโนเกีย ในยุคของไมโครซอฟท์

ยุคน้องๆ หนูๆ ทั้งหลาย ก็น่าจะยังพอรู้จักกับแบรนด์ "" กันอยู่บ้าง แต่อาจจะเป็นรุ่นสมาร์ทโฟนไปแล้ว หรือไม่ก็เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ใช้มือถือแบบฟีเจอร์โฟน ราคาถูกๆ ไม่กี่ร้อยบาท
แต่รู้หรือเปล่าว่า เมื่อสักสิบกว่าปีก่อน โนเกียถือเป็นแบรนด์มือถือที่โด่งดังมากๆ มือถือรุ่นแรกๆ ที่ใช้ในประเทศไทยก็มีโนเกียนี่แหละ ที่ถือว่ายอดฮิต ดูดีที่สุดแล้ว และยังคงดังต่อมาเรื่อยๆ ด้วยความที่ได้ชื่อว่าเป็นมือถือที่มีความแข็งแกร่งทนทาน และใช้งานง่าย ออกมากี่รุ่นกี่รุ่น ก็ได้รับความนิยมไปเสียทุกรุ่น
กระทั่งมาพลาด ท่าเมื่อตลาดมือถือขยับขยายไปเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอย่างไร โนเกีย ไม่สามารถเดินต่อไปได้ และที่สุดก็ได้ขายกิจการมือถือให้กับ "ไมโครซอฟท์" ไปเรียบร้อย
ตามธรรมเนียมของการซื้อกิจการ ส่วนใหญ่ก็ต้องมีการเปลี่ยนชื่อของผลิตภัณฑ์ หรือจะเรียกว่า "รีแบรนดิ้ง" ก็แล้วแต่ ว่าจะใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนแบรนด์กันนานแค่ไหน แต่สำหรับไมโครซอฟท์ ที่เพิ่งซื้อกิจการมือถือของโนเกียไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ได้เริ่มการปรับเปลี่ยนชื่อมือถือของโนเกียให้เป็น "ไมโครซอฟท์" แล้ว โดยสมาร์ทโฟนของโนเกียมีชื่อรุ่นว่า "โนเกีย ลูเมีย" ก็จะถูกเปลี่ยนเป็น "ไมโครซอฟท์ ลูเมีย" แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนไป รวมไปถึงบรรดาสื่อออนไลน์ทั้งหลายอย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ ที่เคยเป็นบัญชีของโนเกียก็จะถูกปรับเป็นไมโครซอฟท์ทั้งหมด
จนในที่สุดแล้ว แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เป็นโนเกียก็จะหายไปจากตลาด
บอก เลยว่า "ใจหาย" สำหรับการจากไปของแบรนด์โนเกีย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกาลเวลา เมื่อมีเกิด ก็มีดับ แหม่! ดูจะออกแนวเอาธรรมะเข้าข่ม แต่เรื่องในแวดวงธุรกิจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถปรับมาใช้กับชีวิต ประจำวันได้ อย่างเช่นเรื่องนี้ เรื่องของการปรับตัวเข้ากับสิ่งรอบข้าง การเปลี่ยนแปลงของโลก และการเกิดขึ้นและดับไป
เหมือนอย่างหลายแบรนด์ที่เคยเล่าๆ ไปแล้วนั่นแหละ เคยโด่งดัง ที่สุดก็จากไป เป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าจะแวดวงไหนก็ตาม
ขอ เก็บตกอีกข่าวของไมโครซอฟท์ที่มีข่าวลือออกมาว่า ไมโครซอฟท์เตรียมที่จะเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ หรือนาฬิกาอัจฉริยะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ แม้ว่าจะดูช้ากว่าคนอื่น แต่แหล่งข่าวที่ปล่อยข่าวบอกว่า สมาร์ทวอทช์ของไมโครซอฟท์มีความพิเศษตรงนี้ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 2 วัน ขณะที่เจ้าอื่นใช้ได้แค่วันเดียว ที่สำคัญคือมันจะสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ ไม่เหมือนกับสมาร์ทโฟนที่ใช้แอนดรอยด์ แวร์ก็ต้องใช้กับอุปกรณ์ที่เป็นแอนดรอย์ หรือถ้าเป็นแอปเปิลวอทช์ก็จะใช้ได้กับไอโฟนแค่นั้น สมาร์ทวอทช์ของไมโครซอฟท์จึงถือว่าได้เปรียบกว่าค่ายอื่นๆ เพราะเปิดกว้างมากกว่า
แต่นั่นก็ยังเป็นแค่ข่าวปล่อยออกมาเท่านั้น รอดูของจริงกันดีกว่าว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร ติดตามชมกันต่อไป
ที่มา: http://hitech.sanook.com/1392421

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ไมโครซอฟท์ทิ้งชื่อ โนเกีย อย่างเป็นทางการ เปลี่ยนเป็น Microsoft Lumia

หลังจากการควบรวมกิจการระหว่างส่วนอุปกรณ์และบริการของโนเกียกับ ไมโครซอฟท์ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือเรื่องของแบรนด์ในการทำตลาดสำหรับโทรศัพท์มือ ถือต่อจากนี้
ซึ่งในที่สุดแล้ววันนี้ The Verge รายงานว่า ไมโครซอฟท์ ตัดสินใจทิ้งชื่อ "โนเกีย" ออกจากผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยเปลี่ยนเป็น "Microsoft Lumia" แน่นอนแล้ว
เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากเว็บไซต์ The Verge และ Windows Central (เปลี่ยนชื่อจาก Windows Phone Central) โดยระบุว่าในหน้าเพจของโนเกียสาขาฝรั่งเศส มีการประกาศชัดเจนว่ากำลังจะเปลี่ยนชื่อกลายเป็น "Microsoft Lumia" ในเวลาอีกไม่นานนี้ ซึ่งทาง The Verge ระบุว่าจะเปลี่ยนทั้งบน Facebook, Twitter และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ
ทางไมโครซอฟท์เองก็ยืนยันการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ด้วยว่าจะมาภายในอีกไม่กี่อาทิตย์นับจากนี้

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

Microsoft ปลดพนักงานเพิ่มอีก 2,100 คนพร้อมทั้งยังเตรียมการปลดตามแผนอีกเรื่อยๆ

 ปลดพนักงานเพิ่มอีก 2,100 คน ด้วยกันยังเตรียมการปลดตามแผนอีกเรื่อยๆ
จากที่เคยได้ประกาศไว้ว่า ไมโครซอฟท์ มีแผนจักเลิกจ้างพนักงานเพิ่มอีก 18,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำแผนกผลิตอุปกรณ์มือถือของโนเกีย
สำนักข่าว ZDnet รายงาน ว่า ไมโครซอฟท์ได้ปลดพนักงานเพิ่มอีก 2,100 คน ทันทีที่วานนี้ ตามแผนที่เคยประกาศไว้คราวเดือนกรกฎาคมที่ทะลวงมา ว่าจะปลดแรงงานรวม 14 เปอร์เซ็นของบริษัท ไม่ก็ทั้งหมด 18,000 คนออก ซึ่งจะมี 12,500 คนที่มาจากแผนกโนเกียรวมอยู่ในนั้นด้วย
ซีอีโอของไมโครซอฟท์ Satya Nadella ได้กล่าวว่า เขาต้องการให้บริษัทมีความคล่องตัวในการจัดการภายในมากขึ้น กับเตรียมยุบธุรกิจโทรศัพท์ของโนเกียลง เหเลื่องลือพนักงานพางบางส่วนที่จะอยู่ช่วยพัฒนาการผลิตสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตของ ทาง Windows Phone แทน
ในส่วนของการชดเชยเกี่ยวกับพนักงานที่ถูกปลดออก ทางไมโครซอฟท์จักต้องจ่ายเงินชดเชยสูงถึง 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ  ถึง 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ  ซึ่ง Nadella เอง ก็ข้อตกลงว่าจะกระทำด้วยความเป็นธรรม มีการจ่ายเงินชดเชยอย่างถูกต้อง พร้อมทั้ง จักให้ความช่วยเหเลื่องลือในการเปลี่ยนงานแก่พนักงานที่ถูกปลด ในครั้งนี้ด้วย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Microsoft ประกาศลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุด 18,000 ตำแหน่ง มีผลปี 2015

"รุ่งอรุณใหม่"  ประกาศลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุด 18,000 ตำแหน่ง มีผลปี 2015
Microsoft ประกาศอย่างเป็นทางการลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา 18,000 ตำแหน่ง มีผลปี 2015 พร้อมรอต้นรอบอดีตพนักงานของ Nokia เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับ Microsoft ราว 12,500 คน
สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของ Microsoft ได้ออกมาแถลงเองว่า บริษัทจะลดพนักงานลง 18,000 ตำแหน่งในปี 2015 หรือเกือบ 14% ของพนักงานทั้งหมด พร้อมกับเตรียมต้อนรับอดีตพนักงาน Nokia ราว 12,500 คน โดยในช่วงแรกมีการลดพนักงานลง 13,000 ตำแหน่ง ซึ่งพนักงานเหล่านั้นจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน ขณะเดียวกัน สัตยา นาเดลลา ชี้แจงว่าการลดจำนวนพนักงานในครั้งนี้จะช่วยในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการฝ่าย Nokia Device และ Services รวมไปถึงการดำเนินตามนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนด้านนวัตกรรมที่มากขึ้น
ปัจจุบัน Microsoft มีพนักงานทั้งหมด 127,104 คน ซึ่งการลดพนักงาน 18,000 ตำแหน่ง นับเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ โดยเมื่อปี 2009 เคยลดพนักงานไปแล้วถึง 5,900 ตำแหน่ง และเป้าหมายของการปรับโครงสร้างครั้งนี้อยู่ที่การแข่งขันที่มากขึ้นในอุตสาหกรรมกับ Apple และ Google พร้อมๆกับการยกระดับแบรนด์ Windows และ Office มากขึ้นอีกเช่นเดียวกัน
ที่มา The Verge

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ช็อคโลก!! บิล เกตส์ ถูกกดดันให้ออกจาก Microsoft

ช็อคโลก!!  ถูกกดดันให้ออกจาก Microsoft

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า บิล เกตส์ คือมหาเศรษฐีผู้โด่งดังที่รวยเป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นประธานบริหารของบริษัทไมโครซอฟท์ที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลาหลายสิบปี ด้วยอำนาจและอิทธิพลต่อการบริหารงานของบริษัททำให้ 3 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มองว่า ถึงเวลาแล้วที่ บิล เกตส์ สมควรลงจากตำแหน่งเพื่อการดำเนินกิจการในยุทธศาสตร์ใหม่ๆ
สำนักข่าวในต่างประเทศรายงานว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 จาก 20 รายของไมโครซอฟท์แสดงความต้องการให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาบิล เกตส์ ผู้เป็นประธานคณะกรรมการบริหารที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานหลายสิบปีให้ก้าวลงจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่าในอำนาจและอิทธิพลของบิล เกตส์ มีผลต่อการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรจนไม่สามารถพัฒนาและเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมีผลต่อการสรรหาผู้ที่จะเข้าทำหน้าที่แทน สตีฟ บัลเมอร์ อดีตประธานฝ่ายบริหารที่จำเป็นต้องลาออกหลังโดนกดดันจากผู้ถือหุ้นที่ร่วมกันกดดันให้ลงจากตำแหน่ง
ปัจจุบัน บิล เกตส์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 270,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความต้องการของผู้ถือหุ้นทั้ง 3 ที่ถือหุ้นรวมกันมากกว่าร้อยละ 5 ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ และคณะกรรมการบริหารทั้งหมดหรือไม่
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Windows 8.1 เริ่มให้ใช้ทั่วโลก ตุลาคมนี้

Windows 8.1 เริ่มให้ใช้ทั่วโลก ตุลาคมนี้

ข่าวดีของผู้ใช้ Windows เมื่อ Microsoft ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเริ่มปล่อย Windows 8.1 ให้อัพเดตพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ซึ่งผู้ที่ใช้งาน Windows 8 อยู่สามารถเข้าไปอัพเดตได้ทาง Windows Store โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


การประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้นับเป็นช่วงเวลาที่ครบรอบ 1 ปี หลังจาก Windows 8 เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แม้อัตราการเติบโตของ Windows 8 จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Microsoft พึงพอใจเท่าที่ควร บวกกับอุปกรณ์ที่รัน Windows 8 ยังไม่สามารถตีตลาดได้ตามเป้าหมายด้วยปัจจัยของสินค้าที่ยังมีอยู่น้อยเกินไป ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ ทำให้ Microsoft จึงตัดสินใจออกอัพเดตระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ชื่อ Windows 8.1 ด้วยระยะเวลายังไม่ถึง 1 ปี นับเป็นการเปลี่ยนโฉมการออกรุ่นใหม่ของ Windows ที่แต่เดิมมักออกทุก 2-3 ปีครั้ง ซึ่งกว่าจะมาเป็น Windows 8.1 ได้ทาง Microsoft ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้หลังได้สัมผัส Windows 8 นั่นจึงเป็นที่มาของการรีเทิร์นของ "ปุ่ม Start" ที่กลับประจำการในตำแหน่งที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากการปรับฟีเจอร์ต่างๆให้ใช้สะดวกต่อผู้ใช้แล้ว Microsoft ยังแสดงให้เห็นว่า Windows 8.1 สามารถรองรับการทำงานบนแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วจนถึง 10.6 นิ้วได้ และเป็นที่มาของข่าวลือของ Surface รุ่น 2 ขนาด 7-8 นิ้วที่ Microsoft กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้การเปิดให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อัพเดตเป็น Windows 8.1 ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ น่าจะมีอุปกรณ์ที่รองรับกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ตามมาอีกเช่นกัน ก็ต้องคอยติดตามว่าจะเป็น Surface รุ่น 2 อย่างที่มีข่าวมาในระยะหลังๆหรือไม่

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรื่องนี้เก่ง ! MS ส่งโฆษณากัด iPad อีก

เรื่องนี้เก่ง ! MS ส่งโฆษณากัด iPad อีก

ในขณะ ที่ Microsoft กับ Google ยังเคลียร์กันไม่ลงตัวเรื่องแอพ Youtube สำหรับ Windows Phone ระหว่างนี้เองการโปรโมต Windows 8 ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นและออกแนวกัดจิกซะเป็นส่วนใหญ่ และล่าสุดเป็นการนำ Lenovo Yoga มาเปรียบเทียบกับ iPad เช่นเคย


โฆษณา ความยาว 31 วินาทีบอกเหล่าถึงบรรยากาศในชั้นเรียนที่นักเรียน นักศึกษาแต่ละคนมีแท็บเล็ตใช้งานกันแทบทุกคนและส่วนใหญ่ใช้ iPad แต่หญิงสาวผู้เป็นตัวละครหลักเลือกใช้ Lenovo Yoga โน๊ตบุ๊คแบบไฮบริดที่รันด้วย Windows 8 มาอุปกรณ์สำหรับการเรียน ด้วยการใช้งานระบบมัลติทัชสกรีนแล้วยังสามารถพับจอได้ถึง 360 องศา Lenovo Yoga จึงเป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและโน๊ตบุ๊คไปในตัว นอกจากนี้ภายใต้ Windows 8 ยังสนับสนุนการใช้งานที่ทำให้ระหว่างเรียนนั้นเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ผิดกับนักเรียน นักศึกษาคนอื่นๆที่ต้องวุ่นวายเมื่อใช้ iPad ขณะเรียนหนังสือ


เล่นกัดจิกกันบ่อยๆแบบนี้ ระวังเถอะ ! ถ้าวันใด Apple ออกโฆษณากัดจิกบ้าง Microsoft จะเงิบจนไปต่อไม่ได้นะจ๊ะ อิอิ !!

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Microsoft ยืนยัน Acer Iconia W3 ดีกว่า iPad Mini นะครับ...!!

Microsoft ยืนยัน Acer Iconia W3 ดีกว่า iPad Mini นะครับ...!!


เรียกได้ว่ามหกรรมถากถาง iPad ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องสามวันสามคืนกับโฆษณาชุดล่าสุดของ Microsoft ที่คราวนี้หันไปลุยตลาดแท็บเล็ต 7 นิ้วกันบ้างโดยระบุว่า Acer Iconia W3 แท็บเล็ตบนระบบปฏิบัติการ Windows 8 ของเรานั้นดีกว่า iPad Mini ของ Apple แน่นอน...ตามนั้น!!!


โดย Microsoft ได้ยืมตัว Siri มาพูดถึงจุดเด่นของ Acer Iconia W3 ว่าอยู่ที่ที่สามารถเล่นเกมส์ PC อย่าง HALO ได้แถมยังมี Microsoft Office เต็มชุดอีกต่างหาก ส่วน iPad Mini ไม่รู้จะไปแข่งอะไรกับเค้าเลยได้แต่ก้มหน้าก้มตาอ่าน eBook ที่ตัวเองชอบโปรโมตในโฆษณาของ Apple ต่อไป 555+

เครดิต : ป๋าเอก TechXcite
ที่มาข่าวและภาพ: 9to5mac

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Microsoft ส่งโฆษณาใหม่บอก Surface RT ดีกว่า iPad 4 นะครับแหม่

Microsoft ส่งโฆษณาใหม่บอก Surface RT ดีกว่า iPad 4 นะครับแหม่


ไม่รู้ว่าออกโฆษณามาแบบนี้ฝ่ายไหนจะได้เงิบก่อนกันระหว่าง Surface RT และ iPad 4 ซึ่ง Microsoft ออกมาชูฝ่ายแรกว่ามีดีกว่าแท็บเล็ตของ Apple เยอะ...ก็ตามนั้น!!!

แน่นอนว่าในโฆษณาชุดนี้ Microsoft ก็ยังชูข้อดีของ Surface RT ที่มีเหนือกว่า iPad 4 ในหลายๆจุดไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า, Multitasking ใช้งานได้จริง, มีพอร์ต USB, แถมชุด Microsoft Office มาให้ หรือแม้กระทั่งเรื่องคีย์บอร์ดแยกก็ยังยกมาเป็นข้อดีของ Surface RT ได้ (ถึงแม้ว่าคุณจะต้องซื้อแยกเองเหมือนๆกับ iPad 4 ก็เถอะนะ)
ว่าแต่ดูโฆษณานี้แล้วทุกท่านที่ใช้ iPad 4 อยู่ตอนนี้ถึงกับอยากจะเปลี่ยนมาเป็น Surface RT เลยหรือเปล่าละ...ขอเสียงหน่อยเร้ววววว!!!

เครดิต : ป๋าเอก TechXcite
ที่มาข่าวและภาพ: cultofmac