ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iOS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iOS แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

6 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในอีเวนท์ของ Apple ที่ผ่านมา

ย่างก้าวเข้าสู่เดือนมีนาคม ปี 2015 Apple ประกาศจัดงานแถลงข่าวตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าจะเป็นการเปิดเผยรายละเอียดแบบจัดเต็มของแก็ดเจ็ตสวม ใส่ที่กำลังได้รับการจับตามองของผู้คนทั่วโลกอย่าง Apple Watch ซึ่งส่วนอื่นๆ จะมีอะไรที่อาจเกิดขึ้นบ้างมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นคืนที่ผ่านมากันครับ
1. คุณสมบัติขั้นสุดท้ายของ Apple Watch
apple-event-2015
จากการเปิดตัว Apple Watch ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา Apple ได้ให้ข้อมูลไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งคืนนี้จะถูกยกให้เป็นค่ำคืนที่มีความสำคัญยิ่งของ Apple Watch ในแง่ของคุณสมบัติ ความน่าใช้ต่างๆ ที่จะมีผลต่อความรู้สึกของผู้ใช้ทั่วโลก
2. ประเทศที่เริ่มวางขาย
ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงราคาของ Apple Watch ซึ่งได้เปิดราคาไปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11,300 บาท) และในรายละเอียดของงานคืนนี้ เป็นที่คาดว่า Apple จะแถลงถึงประเทศแรกที่จะได้สิทธิ์ในการวางขาย ซึ่งจะต้องลุ้นว่าประเทศไทยจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่เท่าไหร่
3. แอพพลิเคชันสำหรับ Apple Watch
คืนนี้เชื่อว่าเราจะได้เห็นแอพพลิเคชันที่รองรับกับ Apple Watch มากขึ้น ทั้งจากที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง และจากนักพัฒนาภายนอก ซึ่งน่าสนใจว่าจะบริการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บ้าง
4. MacBook รุ่นใหม่ขนาด 12 นิ้ว
apple-event-2015-1
ถือเป็นข่าวคราวที่มีความเคลื่อนไหวทีละเล็กทีละน้อยมาโดยตลอด สำหรับ MacBook รุ่นใหม่ ขนาด 12 นิ้ว เพิ่มมาด้วยพอร์ต USB Type-C รุ่นใหม่ อีกทั้งรายงานจากสำนักข่าว Wall Street Journal ให้ข้อมูลว่า MacBook รุ่นใหม่ พร้อมวางขายในเดือนเมษายน หรือไม่ก็เดือนมิถุนายน ฉะนั้นงานคืนนี้นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ Apple ที่จะมีการพูดถึงเรื่องนี้
5. Photo App เวอร์ชันใหม่
เราได้เห็นแอพฯ ใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ iPhoto สำหรับผู้ใช้ Mac ซึ่ง Apple ใช้ชื่อว่า Photos เป็นแอพฯ ชนิดเดียวกับที่ใช้ใน iOS 8 เพื่อให้การใช้งานระหว่าง OS X และ iOS เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ โดยเริ่มแรกที่ของแอพฯ Photos ที่มาพร้อมกับ OS X Yosemite 10.10.3 ยังเป็นเพียงเวอร์ชัน Beta และในงานคืนนี้น่าจะได้เห็นการพูดถึงรายละเอียดของการใช้งานของแอพฯ Photos เวอร์ชันเต็ม
6. iOS 8.2
เป็นการที่คาดว่าประเด็นสำคัญในงานอีเวนท์คืนนี้ Apple จะนำเสนอ iOS 8.2 ที่จะถูกปล่อยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ที่เป็น iOS เพื่อแก้ไขบั๊กต่างๆ ตลอดจนฟีเจอร์ต่างๆ ที่คอยทำงานร่วมกับ Apple Watch แต่หากใครที่ต้องการใช้ Siri ภาษาไทย หรือ Emoji ใหม่ๆ คงต้องรอจนกว่า iOS 8.3 จะสมบูรณ์
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

Microsoft เปิดตัวคีย์บอร์ดพับได้พกพาสะดวก

Microsoft เปิดตัวคีย์บอร์ดพับได้ หรือที่เรียกว่า Universal Foldable Keyboard ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเพื่อให้ใช้งานได้กับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แถมยังสามารถพกพาได้สะดวกอีกด้วย
คีย์บอร์ดพับได้ไม่เพียงแต่ใช้งานได้กับ Microsoft เท่านั้นแต่ยังสามารถใช้งานกับระบบ iOS, Android และระบบ Windows ใน Notebook ด้วยนะ อีกทั้ง Microsoft ยังปรับฟังก์ชันให้เราควบคุมทั้งสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้พร้อมกันด้วย
ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรีนั้น หมดกังวลเรื่องการพกสายชาร์จได้เลย เพราะคีย์บอร์ดพับได้นั้นสามารถชาร์จเพียงครั้งเดียวก็อยู่ได้นานถึง 3 เดือนเลยล่ะ
ส่วนจะมีให้ซื้อขายเมื่อไรนั้น ต้องอดใจรอกับอีกซักนิด เพราะเจ้าคีย์บอร์ดพับได้จะเริ่มวางขายในเดือนกรกฎาคมที่ Microsoft Store ราคา 99.95 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,200 บาทจ้า (แอบแพงเหมือนกันนะเนี่ย สำหรับคีย์บอร์ดโดยส่วนตัวผมแล้วไม่อยากให้ราคาเกิน 2,000 บาทเลยด้วยซ้ำ...)

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

MWC 2015 : Acer เปิดตัว Liquid Leap+ ริชแบนด์ฉลาดๆ เชื่อมได้ทั้ง iOS, Android และ Windows Phone

ไม่เพียงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ Acer ยังใช้เวที Mobile World Congress () เปิดตัวริชแบนด์ฉลาดๆ รุ่นใหม่ Liquid Leap+ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iOS, Android และ Windows Phone
Liquid Leap+ เป็นริชแบนด์ที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 128 x 320 พิกเซล เป็นริชแบนด์ฉลาดๆ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ iOS, Android, Windows Phone สำหรับการควบคุมเพลง, การแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟน รองรับการตรวจวัดการนอน และคอยตรวจเช็คแคลอรี่ที่เผาผลาญไปหลังออกกำลังกาย
ในส่วนแบตเตอรี่ ทาง Acer ให้ข้อมูลว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 5-7 วัน สายรัดข้อมือทำด้วยยางที่มีให้เลือกหลากสี ให้ความสบายแก่การสวมใส่ ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 79 ยูโร หรือประมาณ 2,900 บาท

เรียกได้ว่าเหล่า Wearable Devices ต่างก็ทะยอยออกมากันเป็นแถวเลยนะฮะ อย่างอุปกรณ์ iWatch, Smart Watch หรืออะไรพวกนี้มีผู้ผลิตออกมาหลายเจ้ามากๆ เลือกใช้งานกันไม่ถูกเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครที่ชอบแบบไหน ค่ายไหน ก็ซื้อหามาใช้กันได้ตามอัธยาศัย (ตามที่ทุกท่านสบายใจ) เลยฮะ!!

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Mac OS X และ iOS ติดอันดับ ระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด

Apple ในช่วงปีที่ผ่านมา อาจจะพบเจอปัญหาใน OS ของตัวเองบ่อย จนทำให้ผลการสำรวจจากบริษัท GFI  พบว่า Mac OS X และ iOS ติดอันดับระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด จนแซงระบบปฏิบัติการอื่นๆทั้ง Windows และ Linux ไปแล้ว
จากที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows จาก Microsoft ดูเหมือนเป็นเป้า ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยต่างพากันกล่าวว่าไม่ปลอดภัย จากช่องโหว่ต่างๆที่ไม่ได้ถูกแก้ไข ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านปลอดภัยให้ทำได้ดียิ่งขึ้น จนในปีล่าสุดนี้ ตกจากสามอันดับแรกของลิสต์ดังกล่าว
ซึ่งผู้ที่พุ่งขึ้นมานำ กลายเป็น OS ของทาง Apple ที่ Mac OS X ครองอันดับ 1 และ iOS อยู่ที่อันดับ 2 ซึ่งรายงานจาก GFI  ยังพบอีกว่า ช่องโหว่ที่พบบน Mac OS X และ iOS ส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับสูงและปานกลางอีกด้วย
และที่ตามมาอันดับ 3 นั้นคือ Linux kernel ที่ปีนี้พบเจอกับ Bug ที่สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งจากช่องโหว่ Heartbleed และ Shellshock นั่นเอง
ส่วนผลรายงานช่องโหว่ของแอพพลิเคชันนั้น ปรากฏว่า บราวเซอร์อย่าง Internet Explorer ของ Microsoftก็นำโด่งมาเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนช่องโหว่มากกว่าอันดับ 2 อย่าง Google Chrome กว่าสองเท่าเลยทีเดียว
แต่น่าแปลกใจที่รายงานดังกล่าว OS ของ Apple ไม่มีการแยกรุ่น ในขณะที่ของ Microsoft มีการแยกรุ่นของ OS เอาไว้ในรายชื่อ ซึ่งอาจทำให้หลายคนคาใจว่า เจ้าไหนที่มีรูรั่วเยอะที่สุดกันแน่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

4 เรื่องน่าเซ็งสำหรับคนใช้ IOS

หากพูดถึงดราม่า ทุกวันนี้มีเรื่องให้เราดราม่ากันเยอะ ก็ไม่รุ้มันจะดราม่ากันทำไม ในเมื่อทุกอย่างมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เหมือนอย่างเรื่องที่ชอบดราม่ากันตั้งแต่ก่อน สุโขทัย มาลพบุรี อยุธยา ธนบุรี ยุคสมัยนี้เป็น กทม. ก็คือ  กับ IOS
    แน่นอนว่า ในยุคเทคโนโลยีค่านิยมของมันก็คงไม่พ้น Android กับ iOS ซึ่งเป็นสิ่งบันเทิงทุกครั้ง ที่ได้อ่าน แต่ไม่ใช่ในตัวคอลั่มนะ แต่เป็นการอ่านคอมเม้นที่ด่ากันไปด่ากันมา จนผมมีอารมณ์ร่วมด้วย อย่างการบัพกันอย่างเป็นสเต็ปในเรื่องข้อเสียของ iOS ที่พอทราบมาบ้าง
    สเต็ปแรก: สำคัญมาก สำคัญกว่าระบบปฏิบัติการคือ แพงมาก แพงมหาศาล ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้พบว่า มีสมาทโฟนที่แพงอย่างนี้ ผมว่าที่มันแพง คงเพราะเคลือปทองฝังเพชรไว้หละซื้อทีทำเอาตัวเบาขึ้นเยอะ
    สเต็ปที่สอง: มือถืออะไรไม่รู้โคตรยุ่งยากเลย คือสิ่งที่คนเราต้องการก็คือความรวดเร็วเพราะบางทีก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นปะ แต่นี้พอจะเอาเพลง ภาพเข้าที ต้องทำผ่าน iTunes และถ้าจะนำรูปจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iPhone ก็ต้อง syn ผ่าน iTunes ณ จุดๆนี้คงต้องมีเวลาราวๆ 3 ชั่วโคตรเห็นจะได้ กับความยากลำบากในการเอา เข้าๆ ออกๆ
    สเต็ปสาม: รูปภาพและเพลงจะลบได้ต้องผ่าน Itunes เท่านั้นด้วย! งั้นชีวิตนี้เราจะไม่ขาดนาย Itunes ต้อง Love มากเลยเพราะถ้าขาดนายเราคงลบอะไรไปจากชีวิตไม่ได้อะ เปรียบเสมือนความทรงจำที่มีต่อแฟนเก่าที่ลบไม่ออก ยิ่งลืมกลับจำ เป็นเรื่องที่ทะเทือนใจอย่างแรงเลยเน้อ
    สเต็ปสี่: การโหลดโปรแกรมใน App store วุ่นวายมากคือต้องมานั่งใส่ ID ทุกครั้งๆเมื่อโหลดโปรแกรม บางทีก็อยากให้มันจดจำได้บ้างเพราะเราก็ไม่ได้โหลด Appทุกวันไง นานๆทีมี App น่าสนใจมาเราก็โหลด แล้ว! คืออะไร? ต้องมาใส่ทุกครั้ง บอกได้คำเดียวว่าบางทีก็มีลืมเหมือนกันนะ
    วันนี้เอาไป 4 สเต็ปก่อนเพราะถ้าขึ้นสเต็ป 5 เดี๊ยวจะรับกันไม่ไหวจนต้องมาดราม่าหยั่งกับละครน้ำเน่าหลังข่าวอีก ก็แหม มีการ อิจฉา ริษยา ด่าทอ งอลง้อ ขอแต่งงาน อวสาน จบ! ด้วย คอนเซ็บง่ายๆของละครไทยและลองมาเทียบกับเรื่อง Android และ IOS มันก็คงจะใกล้ถึงจุดไคลแมกซ์แล้วหละเพราะตอนนี้ก็กำลังด่าทอกันอยู่
    แต่เดี๊ยวสักพักอีกสเต็บก็แต่งงานจนสุดท้ายก็อวสานและ จบไป แต่ยอมได้ที่ไหน เรื่องมหากาฬแบบนี้ยังต้องมีภาค 2 3 4 5 ถึง 100 กันแน่นอน แต่ไม่ว่าจะมีกี่ภาคผมก็อวยคู่นี้...ให้ได้กัน มันก็คงไม่พ้นคำโบราณที่ว่า "เกลียดอย่างไรได้อย่างนั้น" หรือ "ทะเลาะกันมากๆเดี๊ยวก็ได้(แต่ง)กัน" แน่นอน
    จริงๆการทะเลาะกัน มันไม่ได้มีแค่การด่าทอกันอย่างเดียวหรอก มันต้องมีการโชว์ภูมิกันด้วย โชว์ว่าข้านี่หละรู้ดีที่สุดแล้ว พูดง่ายๆทำตัวเป็นผู้ผลิต เนี่ยนะเครื่องนี้มันเป็นอย่างงี้ๆนะ
    จนผมเหมือนจะเริ่มเห็นล่างๆแล้วหละ เหมือนเห็น Steven Jobs หรือ Andy Rubin มานั่งอธิบายสรรพคุณด้วยตัวเอง คนอะไรจะรู้ดีขนาดนั้น เนี่ยนะ IOS เป็นแบบนั้น นั้น นั้น Android เป็นแบบนี้ๆ โคตรเจ๋งเบยยย แต่พอมาดูในเว็บขายมือถือหรือไปถามพนักงานขายในร้านเพราะจะซื้อ
    อุ้ย!ไม่ใช่อย่างที่คนเม้นคนนั้นบอกหรอหน้าแตกเลย เพราะก่อนหน้านี้โชว์ภูมิเหมือนคนที่มาเม้นไว้เยอะเลย "ผมนี่ง่อยเลย"
    แต่ไม่ว่ายังไงผมว่าการที่ Android กับ IOS เป็นคู่รักคู่แค้นกันก็คงจะดีแล้วเพราะหาก Android ไม่มี IOS หรือ IOS ไม่มี Android ที่เป็นของคู่กันตั้งแต่สมัยกรุงศรี....ก็คงไม่นานขนาดนั้น มันก็คงไม่มีการพัฒนาอะไรให้เราใช้เลย
    แต่หากใครไม่พอใจเรามีวิธีวัดความเจ๋งของ Android กับ IOS ที่เถียงกันละว่าใครเจ๋งกว่า นั่นคือ เอาทั้ง 2 อันเนี่ยไปปลูกสะระแหน่ที่หลังบ้าน อันไหนขึ้นก่อน ชนะ I'm winner

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394405/

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

โจรขโมย iPhone สามารถปลดล็อคเครื่องเราได้จริงหรือเปล่า?

รายการ "สน.บานเย็น" ได้เชิญ @Khajochi หนึ่งในทีมงาน MacThai เข้าไปพูดคุยเรื่องที่มีข่าวว่า iPhone ของนักศึกษาคนหนึ่งถูกหลอกให้กรอกแบบสอบถาม แล้วหลังจากนั้นก็ถูกขโมย iPhone ไป โดยที่โจรสามารถปลดล็อคเครื่องไปใช้งานได้
ซึ่งจากการสัมภาษณ์ ก็น่าเสียดายที่มีหลายประเด็นได้ถูกนำออกจากรายการ เนื่องจากมีความยาวและบางประเด็นก็ล่อแหลมเกินไป ทางทีมงานจังขอใช้พื้นที่ในส่วนของเว็บเพื่ออธิบายเพิ่มเติม
ระบบรักษาความปลอดภัยใน iPhone
ก่อนอื่นต้องเข้าใจระบบรักษาความปลอดภัยใน iPhone กันก่อน เดิมทีเราสามารถป้องกันการเข้ามาใช้งานเครื่องได้โดยตั้งรหัสผ่านที่เรียก ว่า "Passcode" ซึ่งเป็นตัวเลข 4 หลัก (สามารถเพิ่มเป็นตัวอักษรได้)
มือถือที่ไม่ตั้ง Passcode ก็เหมือนบ้านที่เปิดประตูเอาไว้ ใครหยิบเครื่องไปก็สามารถใช้ได้เลย การตั้งรหัสผ่านก็เหมือนล็อคประตูบ้านไว้ 1 ชั้น ใครจะเข้าต้องมีกุญแจก่อน
ต่อมาแอปเปิลได้เปิดตัวระบบ iOS 7 ซึ่งมีฟีเจอร์ Activation Lock คือการล็อคเครื่องไม่ให้ลบข้อมูล, Restore, Reset ได้หากใส่รหัสผ่าน Apple ID ไม่ถูกต้อง ซึ่งระบบนี้จะมีการตรวจสอบที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์แอปเปิลอีกที ทำให้มีความปลอดภัยสูงมากขึ้น

iphone-cell-phone-theft-11

โจรสามารถปลดล็อค iPhone ได้อย่างไร ?
แม้ระบบจะถูกออกแบบมาดี แต่จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้เราก็ยังได้ยินว่ามีร้านมือถือที่ "รับปลดล็อค iPhone" หรือหลายเว็บที่รับให้บริการลักษณะนี้อยู่ ซึ่งก็ชวนให้สงสัยว่า แล้วพวกเขาทำได้อย่างไรกัน ?
"ถ้าถามว่าโจรที่ขโมย iPhone เราไป สามารถปลดล็อคเครื่องเราได้ไหม ? บอกเลยว่าทำได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าทำได้ง่ายๆ" @Khajochi เผยในรายการ
โดยวิธีการที่โจรสามารถปลดล็อค iPhone เราได้นั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น
  • เดารหัสผ่าน : วิธีนี้มักใช้กับ Passcode ที่ถูกตั้งไว้ง่ายๆ โดยรหัสผ่านยอดฮิตอย่าง 1234, 5555 มักปลดล็อคเครื่องได้เสมอๆ
  • หลอกล่อขอรหัสผ่านจากผู้ใช้ : หลายกรณีที่มีการขโมย iPhone ไป แล้วมีการติดต่อกลับมาถึงเจ้าของเครื่อง เพื่อขอรหัสผ่าน ซึ่งบางครั้งโจรก็ปลอมตัวเป็นพนักงานแอปเปิล หรือค่ายมือถือ เพื่อหลอกเอารหัสผ่านไปนั่นเอง
  • ทำหน้าเว็บหลอก : โจรบางกลุ่มทำงานกันเป็นทีม โดยมีการสร้างหน้าเว็บหลอกๆ ซึ่งดูเหมือนเป็นเว็บของแอปเปิล แล้วส่งให้ผู้ที่ถูกขโมยเครื่องไป ให้ไปกรอก Apple ID และ Password ก็ทำให้โจรเหล่านี้ได้รหัสผ่านไปเช่นกัน
unlock-iphone-service
แต่ก็ยังมีอีกกรณีหนึ่ง คือการแฮ็คเครื่องเพื่อปลดล็อค iPhone โดยตรง ซึ่งมักจะเป็นวิธีที่ร้านขายมือถือใช้กัน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีแก้ Host บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้การใส่รหัสผ่านแทนที่จะส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ของแอปเปิล แต่กลับไปที่เซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์แทน ซึ่งวิธีนี้แม้จะกรอกรหัสผ่านผิดก็ ยังสามารถปลดล็อคเครื่องได้
อย่างไรก็ดี แอปเปิลเองก็พยายามป้องกันปัญหานี้ด้วยการตามไปปิดเซิร์ฟเวอร์เถื่อนทั้ง หลาย รวมถึงเพิ่มระดับความปลอดภัยด้วยการอัพเดท iOS เวอร์ชันใหม่ๆ อยู่ตลอด ซึ่งการอัพเดท Firmware เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ ก็สามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้
สิ่งแรกที่ควรทำหลัง iPhone หายคือเข้า Find My iPhone -> Lost Modeหลังจากนั้นคือเปลี่ยนรหัสผ่าน Apple ID, Email, Facebook, Line ให้หมด
federighi_activation_lock
ถ้าเครื่อง iPhone ถูกขโมยควรทำอย่างไร
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว แนวทางป้องกันตัวเองและเรื่องที่เราควรทำหลัง iPhone หายจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราก็มีข้อแนะนำดังนี้

แนวทางป้องกันก่อน iPhone หาย

  • ตั้งรหัสผ่าน Passcode ในเครื่อง และเลือกใช้รหัสที่ยากต่อการเดา
  • เข้าไปเปิดระบบ Activation Lock โดยเข้าไปที่ Setting -> iCloud -> ใส่ข้อมูล Apple ID ของเราเข้าไป -> จากนั้นเปิดฟีเจอร์ Find My iPhone
  • หมั่น Update เป็น Firmware เวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอๆ ช่วยป้องกันการโดนแฮ็คจากช่องโหว่ในเวอร์ชันก่อนหน้าได้
  • Back Up ข้อมูลอยู่เสมอๆ ทั้งทาง iCloud หรือทาง iTunes (อ่านเพิ่ม : วิธีและขั้นตอนการ Back Up ข้อมูลใน iPhone)

เรื่องควรทำหลัง iPhone หาย

  • เมื่อ iPhone หาย ควรจะใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดลำดับการแก้ปัญหา
  • ให้เข้าไปที่ iCloud.com จากนั้นกรอก Apple ID และรหัสผ่าน เพื่อเข้าไปแอพ Find My iPhone
icloud-find-my-iphone
  • ภายในแอพ Find My iPhone จะแสดงตำแหน่งของเครื่องที่หาย ให้เลือกไปที่ Lost Mode ซึ่งเมื่อเครื่องกลับมาออนไลน์ก็จะแสดงตำแหน่งล่าสุดได้
  • หากข้อมูลในเครื่องมีความสำคัญมาก ควรเลือก "Erase iPhone" เพื่อลบข้อมูลในเครื่องเลย แต่การลบจะทำให้หาเครื่องจากแอพ Find My iPhone ไม่เจออีก
icloud-find-my-iphone-2
  • เข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านในทุกแอพที่ใช้ โดยเฉพาะ Email, Facebook, LINE, Twitter, Instagram และ Social Network ต่างๆ
  • นำเลข IMEI ของเครื่อง (จากหลังกล่อง หรือจากใบเสร็จที่ซื้อ) เข้าแจ้งตำรวจ จากนั้นนำหลักฐานการแจ้งความไปส่งให้ค่ายมือถือ ซึ่งทางค่ายจะใส่เลข IMEI นี้ว่าเป็นเครื่องที่สูญหาย หากมีโจรนำเครื่องมาซ่อมหรือใช้บริการ ก็จะสามารถช่วยตามได้ระดับหนึ่ง

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

"ไอโฟน 6" แรงจัด ยอดซื้อคึกคักปลุกกำลังซื้อช่วงท้ายปี ลงขันอัดฉีดเงินกระตุ้นยอดขายเต็มพิกัด "ดีแทค" จัดหนักใช้ครบปีเปลี่ยนเครื่องใหม่ฟรีหวังดูดลูกค้าคู่แข่ง "ทรูมูฟ เอช" เผยกระแสดีกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า



แหล่งข่าวต่างๆในธุรกิจโทรศัพท์ มือถือกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ค่ายมือถือทุกเจ้าโหมกันเต็มที่เพื่อกระตุ้นยอดขายไอโฟนรุ่นใหม่ เพราะประเมินแล้วว่าจะมีลูกค้าใหม่ที่อยากใช้ iphone และกลุ่มเดิมที่รอเปลี่ยน เครื่องรุ่นใหม่เป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งทำให้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ไอโฟนน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ทำยอดขายได้ดีมาก แม้ช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อในตลาดจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แอปเปิลเองก็มีแผนโปรโมตไอโฟนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ด้วย

"งบของการตลาดและในการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยรวม น่าจะเกือบ 500 ล้านบาท เพราะนอกจากแอปเปิลจะใส่เองแล้ว ในสัญญาการตลาดที่ได้ทำไว้กับค่ายมือถือจะระบุไว้ชัดเจนว่าแต่ละบริษัทจะต้องเตรี ยมงบฯโฆษณาขั้นต่ำแต่ละปีๆไว้จำนวนหนึ่งอีกด้วย รวมกันแล้วคงหลายร้อยล้านบาท"

ด้าน นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด และการขาย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) เปิดเผยว่า หลังจากแอปเปิลได้วางจำหน่ายไอโฟน 6 ทั้ง 2 รุ่นเป็นทางการในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2557 เป็นต้นไป ถือเป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน

ขณะนี้ จากทั้งดีไซน์และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนๆ ทำให้มีลูกค้ามาลงทะเบียนจองผ่านเว็บไซต์ และสั่งซื้อเป็นจำนวนมากอีกด้วย ทั้งการที่ไอโฟน 6 และ 6 พลัส มีขนาดหน้าจอต่างกันทำให้ทำตลาดง่ายขึ้นอีกด้วย

"เรา เตรียมแผนการตลาดเต็มตัว แต่ที่ไม่ได้จัดอีเวนต์ใหญ่ของในวันขายวันแรก เพราะต้องการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสูงสุด โดยจะให้ลูกค้าเลือกสถานที่และวันที่จะไปรับเครื่องได้เอง นอกจากนี้ยังให้สิทธิ์ลูกค้าเดิมที่ใช้งานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป และใช้แพ็กเกจรายเดือนสูงกว่า 299 บาท ได้สิทธิ์ซื้อเครื่องราคาพิเศษ ติดสัญญา 12 เดือน"

โดยราคาiphone 6 ของAISอยู่ที่ 24,300 บาท, 27,650 บาท และ 30,850 บาท (ความจุ 16, 64 และ 128 GB) ส่วนiphone 6 plus ราคา 28,150 บาท, 31,350 บาท และ 34,450 บาท ติดสัญญา 12 เดือน (เครื่องเปล่าราคาแพงกว่า 2,000-5,000 บาท) ได้สิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือนทุกธนาคาร ส่วนแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้นที่ 350 บาท (โทร. 150 นาที อินเทอร์เน็ตใช้ได้ไม่จำกัด (ความเร็วสูงสุด 2 GB) และฟรีไวไฟ)โดยผู้ที่ลงทะเบียนจองซื้อเครื่องหมื่นคนแรกติดฟิล์มกันรอย ฟรี และรับเอไอเอส โมบายแคร์ นาน 4 เดือนฟรี

ด้านนายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า กระแสการสั่งซื้อไอโฟน 6 ทั้งสองรุ่นดีกว่าiphone 5s และ 5c กว่า 3 เท่าตัว เนื่องจากเครื่องมีลักษณะแตกต่างจากเดิมชัดเจน มีหน้าจอให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งยอดจองiphone 6 และiphone 6 plus มีจำนวนใกล้เคียงกัน และเมื่อประเทศไทยขึ้นมาเป็น กลุ่ม Tier 1 ที่แอปเปิลให้ความสำคัญ จึงไม่มีปัญหาเรื่องของไม่พอขายแน่นอน

"เรายืนยันว่าได้ สินค้ามาเยอะที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทั้งที่ได้มาขายให้ผู้บริโภคทั่วไป และแบ่งให้ไอสตูดิโอไปจำหน่ายอีกทาง ดังนั้นมั่นใจได้เลย ครั้งนี้สินค้าไม่ขาดเป็นเดือนเหมือนที่ผ่านมาแน่"

เมื่อ ซื้อพร้อมแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้นที่ 399 บาท จะอยู่ที่ 24,600 บาท, 28,550 บาท และ 32,400 บาท สำหรับiphone 6 และ 28,550 บาท, 32,400 บาท และ 36,300 บาท สำหรับiphone 6 พลัส ส่วนเครื่องเปล่าแพงกว่าที่ 1,000-3,000 บาท

ส่วน เครื่องเปล่าที่ขายผ่าน "แอปเปิล สโตร์" ในไทย iphone 6 ราคา 24,900 บาท, 28,900 บาท และ 32,900 บาท iphone 6 พลัส อยู่ที่ 28,900 บาท, 32,900 บาท และ 36,900 บาท

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคก็มีแพ็กเกจพิเศษ (UP Package) ให้ลูกค้าที่ซื้อเครื่องiphone 6 และ 6 พลัส พร้อมแพ็กเกจ เมื่อใช้บริการครบ 12 เดือน จะได้สิทธิ์แลกสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ฟรี หรือรับส่วนลดค่าเครื่อง เช่น ในแพ็กเกจ Up1 จ่าย 899 บาท/เดือน โทร.ฟรี 7 โมงเช้าถึง1 ทุ่ม ใช้อินเทอร์เน็ต 3G/4G-ความเร็วสูงสุดที่ 5GB รับส่วนลดจากค่าเครื่อง 19,000 บาท เมื่อนำiphone 6 มาแลกซื้อ และรับส่วนลด 20,550 บาท เมื่อนำiphone 6 พลัส มาแลกซื้อ เป็นต้น ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของวงการที่มีแคมเปญในลักษณะนี้ คาดว่าในสิ้นปีจะมียอดขายกว่าแสนเครื่อง

"กระแสiphoneรุ่นใหม่กับรุ่น ที่แล้วดีพอกัน แต่ซัพพลายครั้งนี้ดีกว่าเยอะ เมื่อไทยขึ้นเป็นเทียร์ 1 เรื่องของขาดกันแทบจะไม่มี ทำให้เรากระจายเครื่องไปยังช็อปทั่วประเทศได้ตั้งแต่31ต.ค. แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าถ้าเดินเข้าไปซื้อก็จะได้เครื่องเลยไหม"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ร้านขายโทรศัพท์มือถือในมาบุญครองหลายแห่งประกาศรับซื้อiphone 6 เครื่องศูนย์ทั้ง 2 รุ่น โดยให้ราคาเพิ่มจากราคาที่ซื้อตั้งแต่ 500-3,000 บาท เนื่องจากประเมินว่าเครื่องในสต๊อกของโอเปอเรเตอร์อาจมีปัญหาไม่พอขายเกิดขึ้น จึงต้องการเก็บเครื่องไว้จำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อในช่วงที่ของขาด ตลาด

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392601

ติดตามข่าวไอโฟน ไอโฟน 6 หรือข่าวไอทีอื่นๆ ได้ที่ :http://hitech.sanook.com/search/iPhone+6

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Apple ประกาศในปี 2015 นักพัฒนาต้องทำแอพฯ ที่รองรับ 64 บิตเท่านั้น


อีกไม่นานต่อไปนี้ แอพทุกแอพจะต้องสามารถรองรับการแสดงผล 64 บิตได้ทั้งหมด ทาง Apple ประกาศให้เริ่มขึ้นภายในปีหน้า เพื่อให้เทคโนโลยี 64 บิทเข้าสู่รูปแบบการตลาดอย่างเต็มตัว
กระแส 64 บิต กำลังร้อนระอุขึ้น หลังจากทางฝั่ง Android ได้มีการเริ่มเปิดตัวมือถือที่รองรับการแสดงผล 64 บิตบ้าง ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการมาของ lollipop อีก และแน่นอนว่าทางฝั่ง Apple ที่เป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มเทคโนโลยี้นี้จึงไม่นิ่งเฉย ออกมาประกาศให้นักพัฒนาแอพฯใน iOS จะต้องทำแอพฯ ที่รองรับ 64 บิตต้องได้ทุกตัว และจะต้องใช้ iOS 8 SDK ที่ใช้โปรแกรม Xcode 6 ขึ้นไป ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2015 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดเป็นประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยี 64 บิต ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนคำสั่งดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อบรรดาพวกแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่บน App Store เดิม เพราะ Apple ไม่มีแผนถอดแอพที่เป็น 32 บิทเดิมออกไป แต่ต่อไปนักพัฒนาต้องทำตามกฏที่ว่า และ ถ้าแอพฯใดไม่ปฏิบัติตามนั้น ก็จะถูก Remove ออกทันที

สำหรับใครที่ยังใช้ iPhone 5s ลงไปที่ไม่รองรับ การแสดงผล 64 บิต อาจได้รับผลกระทบแน่นอน แต่กว่าจะเป็น 64 บิตทุกแอพฯ นั้น ยังต้องใช้เวลาอีกนาน


ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>  hitech.sanook.com 

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮ่องกง-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง

-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com
ในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่ฮ่องกง กลุ่มหลักๆ ที่มีจำนวนมากคือ นักเรียนนักศึกษาคนหนุ่มคนสาว เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตาว่าถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเอาอย่างไรแน่ คำสัญญาเรื่อง 1 ประเทศ 2 ระบบ โดยที่ระบบซึ่งใช้กับฮ่องกงเหมือนจะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลงเป็นสิ่งที่ผู้ประท้วงไม่ยอมรับและออกมาเรียกร้องกัน
ตรงข้ามกับการชุมในบ้านเราที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเผด็จการทหาร
เงี่ยหูฟังเพื่อนพ้องหลายคนมีแนวโน้มไปในทางเชื่อว่า ถึงอย่างไรอำนาจรัฐก็คงชนะ แต่เชื่อว่าจะไม่จบลงแบบเหตุการณ์เทียนอันเหมินอันเป็นการล้อมปราบอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในบ้านเรา ซึ่งเวียนมาบรรจบครบรอบ 38 ปีเอาวันนี้พอดี ถึงตอนที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์คลี่คลายไปทางไหน
ในเหตุการณ์ประท้วงของฮ่องกงมีสิ่งใหม่ๆ อยู่บางประการที่น่าสนใจ นั่นก็คือเป็นการประท้วงที่มีมิติของโลกไฮเทคเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างที่เป็นข่าวคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนก็คือการที่ผู้ชุมนุมประท้วงแห่แหนกันติดตั้งแอพพลิเคชั่น Firechat บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งบน iOS ของแอปเปิล และแอนดรอยด์ เอาไว้สำหรับการติดต่อสื่อสารกันในหมู่ผู้ชุมนุม หลังจากโจชัว หว่อง แกนนำการชุมนุมวัย 17 ออกมาประกาศเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมติดตั้งใช้งานเผื่อไว้สำหรับกรณีถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต
Firechat เป็นผลงานของ บริษัท โอเพ่น การ์เดน ในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการแชตหรือการติดต่อสื่อสารระยะใกล้โดยไม่พึ่งพิงสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นจากโทรศัพท์มือถือหรือไวไฟ แต่อาศัยสัญญาณบลูทูธ เครื่องที่ติดตั้งและเปิดใช้งานจะเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณบลูทูธในระยะ 70 เมตร ที่ขยายวงต่อกันไปเรื่อยๆ แต่ละคนสามารถเชื่อมต่อได้ถึง 10,000 คนในเวลาเดียวกัน เพื่อเเชต รับส่งข้อความหรือภาพ
แอพพลิเคชั่นนี้เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม จากที่มีคนดาวน์โหลดติดตั้งอยู่จำกัด ปรากฏว่าเพียงสองวันจากวันที่ 28 กันยายนหลังแกนนำการชุมนุมแนะนำแอพพลิเคชั่นตัวนี้ ยอดดาวน์โหลดจากฮ่องกงพุ่งลิ่วขึ้นไปถึง 200,000 ครั้ง และมีการส่งข้อความมากถึง 2 ล้านข้อความ
เทคโนโลยีไอทีบนโทรศัพท์มือถือมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการต่อสู้เคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุมต่างๆ เพื่อฝ่าข้อจำกัดในการปิดกั้นของอำนาจรัฐ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ เพื่อป้องกันตัวและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชุมนุมให้สูงขึ้น
ในขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ บริษัท ลากูน โมบาย ซีเคียวริตี้ ก็ออกมาเปิดเผยว่าค้นพบแอพพลิเคชั่นสอดแนมที่ส่งต่อกันหรือแพร่ลามผ่าน Whatsapp แอพพลิเคชั่นแชตยอดนิยมตัวหนึ่ง มีข้อความเชิญชวนให้ผู้รับกดลิงก์เพื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นโดยอ้างว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดย Code4HK สำหรับประสานงานในกลุ่มออคคิวพาย เซ็นทรัล เริ่มจากพบบนแอนดรอยด์ และมาพบบน iOS ในเวลาต่อมา
ลากูนเชื่อว่าแอพพลิเคชั่นปลอมทั้งสองตัวนี้น่าจะมาจากรัฐบาลจีนเองเพื่อสอดแนมผู้ประท้วง เพราะตัวซอฟต์แวร์มีความสามารถระดับสูงมากในการล้วงข้อมูลแทบทุกอย่างจากโทรศัพท์มือถือ รายละเอียดตัวตน ข้อมูลการใช้งานเว็บ การแชต แอดเดรสบุ๊ก บันทึกใช้การโทรศัพท์ และเสียงในการพูดคุยโทรศัพท์รวมถึงข้อมูลระบุตำแหน่ง รายละเอียดที่เก็บจากโทรศัพท์ที่ติดตั้งจะส่งไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์เดียวกันในเกาหลีใต้ ซึ่งลากูนเชื่อว่าน่าจะควบคุมจากจีนแผ่นดินใหญ่อีกที
ถือเป็นครั้งแรกของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม กล่าวคือ ทำงานทั้งบน iOS และแอนดรอยด์ และยังถือเป็นมิติใหม่ของการสอดแนมไซเบอร์ที่ยกระดับจากการเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นการเข้าแทรกแซงโทรศัพท์มือถือแทน
ถ้าแอพพลิเคชั่นสอดแนมดังกล่าวมีรัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะขึ้นชื่อว่าประเทศมหาอำนาจแล้ว การใช้เทคโนโลยีไอทีในการสอดแนมเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ก็มีสงครามไซเบอร์กลายๆ ดำเนินอยู่ในโลกนี้ มีการแฉกันไปมาอยู่เนืองๆ คู่กรณีที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ก็คือจีนแผ่นดินใหญ่กับสหรัฐอเมริกานั่นเอง
หากจะใหม่ก็ตรงเที่ยวนี้พุ่งเป้าเจาะจงลงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงเป็นการเฉพาะ
เพราะฉะนั้นสำหรับแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ซี้ซั้วกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อยากซื้อ แท็บเล็ต เอาอะไรเป็นตัวตัดสินใจดี? มาดูกัน

อยากซื้อ แท็บเล็ต เอาอะไรเป็นตัวตัดสินใจดี? มาดูกัน
หลังจากที่เว็บไซต์โน๊ตบุ๊คโฟกัส ได้ลงบทความ แท็บเล็ตเครื่องไหน ใช่สำหรับคุณ ซึ่งเป็นบทความที่ได้เลือก แท็บเล็ต ตัวเด่น โดยมีข้อมูลของ สเปค และเปรียบเทียบแต่ละรุ่น เพื่อไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อ แท็บเล็ต ในแบบที่คุณต้องการ ทีนี้
คงมีหลายคนคงเกิดคำถามว่า แท็บเล็ต เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง? จะซื้อดีหรือไม่? ถ้าซื้อแล้วจะคุ้มต่อเงินที่เสียไปหรือไม่? หรือบางท่านอาจจะคิดว่า ทำไมต้อง? บทความนี้จะเป็นตัวช่วยตัดสินใจว่า คุณควรจะซื้อ แท็บเล็ต หรือไม่
ก่อนที่ควรจะตัดสินใจจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อ แท็บเล็ต ลองถามตัวเองเสียก่อนว่า เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ตอบโจทย์ตัวคุณหรือไม่
1. แท็บเล็ต คือ E-reader ที่สุดยอด: สำหรับใครที่ชื่นชอบการอ่านบทความยาวๆ ผ่านเว็บ, อ่านการ์ตูน หรือนวนิยาย แล้วล่ะก็ แท็บเล็ตช่วยตอบคำถามเหล่านั้นของคุณได้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ยังสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับเด็กๆ ได้อีกด้วย (อันนี้ไม่เถียงเลยฮะ...มันเป็นอะไรที่โดนใจมากๆ)
2. แท็บเล็ต คือ สถานีที่เคลื่อนที่ได้: พูดง่ายๆ ก็คือว่า แท็บเล็ต เป็นเหมือนกับปฏิทิน และหน้าต่างอีเมล์ขนาดยักษ์นั่นเอง (อ่านะมันใช่สถานีเลยเหรอ?)
3. แท็บเล็ต ดีกว่า โน๊ตบุ๊ค ตัวเก่า: แท็บเล็ตสามารถจัดการงานต่างๆ ได้มากกว่า โน๊ตบุ๊ค ที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ที่สำคัญก็คือ มีแอพพลิเคชั่น และเกม ให้เลือกมากกว่า (ไม่จริงอ่ะ Notebook ตัวเก่าผมแรงกว่าแท็บเล็ตเป็นสิบๆ เท่า เล่นเกมส์ ดูหนัง ไม่มีสะดุด คมชัดระดับ Full HD ด้วยนะ!!)
4. แท็บเล็ต สร้างการพบปะที่ยิ่งใหญ่: ถ้าหากคุณต้องการดึงความสนใจในช่วงการมิตติ้ง แท็บเล็ต ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีอันหนึ่ง (คงเป็นงานมิตติ้งที่เงียบเหงาน่าดู ทุกคนมั่วแต่ก้มเล่นแท็บเล็ต...)
5. แท็บเล็ต สามารถแชร์รูปภาพ และโชว์ผลงานได้: สำหรับผู้ที่ทำงานทางด้านการขายประกันชีวิต, อสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่างๆ แท็บเล็ต จะสร้างความสะดวกสบายมากกว่าการหิ้ว โน๊ตบุ๊ค อยู่มาก (เออแฮะ...อันนี้จริง เคยเห็นมาเยอะเหมือนกัน มันสะดวกดีนะ)
6. แท็บเล็ต คือ ภาพยนตร์ และ ดนตรี ที่ยอดเยี่ยม: นอกจากจะพกพา แท็บเล็ต ไปสร้างความบันเทิงบนรถได้แล้ว คุณยังสามารถพกพา แท็บเล็ต ขึ้นไปบนเครื่องบิน ได้อีกด้วย (แต่ของสายการบิน Air Asia เค้าให้ปิดอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิดอ่ะ !!)
7. แท็บเล็ต ถูกกว่า โน๊ตบุ๊ค ตัวใหม่: ถ้าหากคุณกำลังตัดสินใจที่จะซื้อ โน๊ตบุ๊ค ตัวใหม่ อย่าลืมนำ แท็บเล็ต ไปตัดสินใจเลือกซื้อครับ เพราะ แท็บเล็ต อาจจะถูกกว่าโน๊ตบุ๊คบางรุ่นก็เป็นได้ (แต่บางทีลักษระการใช้งานมันก็ไม่ได้คล่องตัวเหมือนกับโน๊ตบุ๊คนะฮะ..!!)
8. แท็บเล็ต ไม่พังง่ายๆ (บางทีแค่ตกก็พังนะเออ...ถ้าหล่นแบบถูกมุม ถูกองศาแกร่งยังไงก็ไม่รอดถ้าเป็นกระจก)
9. แท็บเล็ต ง่ายต่อการเดินทาง: แท็บเล็ต สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi และ 3G ได้ และด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับการดูแผนที่, ทิศทาง, และพจนานุกรม (อันนี้เห็นด้วยครับ ^^)
10. แท็บเล็ต คือ Gadget ที่เจ๋งมากๆ (อันนี้เกี่ยวอะไรด้วยฟะ..!!)

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1391957
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ Android ทั่วโลก

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ  ทั่วโลก
Kaspersky Lab ได้ค้นพบมัลแวร์ชนิดใหม่ ที่มีชื่อว่า Galileo ซึ่งส่งผลต่อผู้ใช้ทั้ง Android และ iOS ทั่วโลกครับ โดย Galileo นั้น เป็นมัลแวร์ประเภท Remote Control System หรือ RCS ที่จะเข้าควบคุมและอนุญาตให้ Spyware ยึดอุปกรณ์ดังกล่าว ภายใต้การควบคุมกลุ่มที่มีชื่อว่า HackingTeam
โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะเป็น นักข่าว, นักการเมือง, นักเคลื่อนไหว และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านมนุษยชน ซึ่งรูปประกอบภาพด้านบนนั้น เป็นรูปที่ทาง Kaspersky Lab ออกมาเตือนว่า เป็นประเทศที่เป็นที่ตั้งเซิฟเวอร์ของกลุ่ม HackingTeam นั่นเอง
นอกจากนี้ ทาง Kaspersky ยังเผยอีกว่า iPhone ส่วนใหญ่ที่รับผลกระทบ คือเครื่องที่ผ่านการเจลเบรคมาแล้ว ซึ่งแฮกเกอร์สามารถสั่งให้เครื่องมือเจลเบรคอย่าง Evasi0n แอบทำงานอย่างลับๆ เพื่อให้มีการฝังมัลแวร์ไว้ภายใน วิธีการหลีกเลี่ยงก็คือ ไม่ควรเจลเบรคเครื่อง และอัพเดท iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ
ส่วนบนอุปกรณ์ Android แม้ตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลว่า มีกี่เครื่องที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่ทางที่ดีก็คือ ให้ผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสแกนไวรัส เพื่อตรวจสอบว่า มีมัลแวร์หรือไม่
 รายละเอียดเพิ่มเติม : slashgear.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

iPhone 5S Vs iPhone 5c ทั้งสเปคและราคา เหมือนและต่างกันอย่างไร อย่างไม่เป็นทางการ

iPhone 5S Vs iPhone 5c ทั้งสเปคและราคา เหมือนและต่างกันอย่างไร อย่างไม่เป็นทางการ
ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ 100% ว่า ข่าวคราวเกี่ยวกับทั้ง iPhone 5S (ไอโฟน 5s) ไอโฟนที่จะมีสีทองแชมเปญเพิ่มเข้ามา และ iPhone 5C (ไอโฟน 5c) ไอ โฟนพสาสติกหลากสีสัน ว่าเป็นเรื่องจริง หรือกุข่าวขึ้นมา ประกอบกับเมื่อหลายเดือนก่อน เริ่มมีโหมข่าวทั้ง  และ iphone 5c ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอ เรียกได้ว่า อัพเดทกันรายวันเลยทีเดียว
มาดูกันว่า ถ้าหากทั้ง iphone 5s (ไอโฟน 5S) และ iphone 5c (ไอโฟน 5C) เปิดตัวจริงตามข่าวลือ จะมี สเปค และ ราคา ต่างกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทีมงาน techmoblog ขอเปรียบเทียบให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ในรูปแบบของตาราง โดยข้อมูลทั้งหมด รวบรวมมาจากข่าวลือที่ผ่านมาครับ
ตารางเปรียบเทียบ สเปค iPhone 5S vs iPhone 5C แบบไม่เป็นทางการ

สำหรับ iphone 5s นั้น หลายฝ่ายเชื่อว่า เปิดตัวจริงในปีนี้อย่างแน่นอนครับ เนื่องจากครบกำหนด product cycle พอดี แต่สิ่งที่เป็น ไฮไลท์ ให้กับวงการ iphone ก็คือ การเปิดตัว ไอโฟนเวอร์ชั่นพลาสติก ที่จะมาทำการตลาดในชื่อของ iphone 5c (ไอโฟน 5c) นั่นเอง ว่ากันว่า iPhone 5C นั้น จะเน้นในตลาดเกิดใหม่ อย่างเช่น ประเทศจีน หรือประเทศอินเดีย เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย iPhone ให้สูงขึ้น เนื่องจาก iPhone รุ่นปัจจุบัน มีราคาที่สูงมากในประเทศเหล่านี้ ทำให้ไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้นั่นเอง
iPhone 5C (ไอโฟน 5c) น่าซื้อหรือไม่ ?
จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่า สเปค iPhone 5c นั้น คล้ายกับ iPhone 5 มากทีเดียว และเชื่อกันว่า เมื่อ iPhone 5c (ไอโฟน 5c) เปิดตัวแล้ว iPhone 5 จะถูกถอดออกจาก line ผลิตภัณฑ์ทันที และ iPhone รุ่นรอง iphone 5c ก็คือ iPhone 4S ครับ ส่วนคำถามที่ว่า ถ้าจะให้เลือกระหว่าง iPhone 5c กับ iPhone 4S ดูเหมือน iphone 4s จะดีกว่าหรือเปล่า?? อย่างน้อยก็วัสดุดีกว่า แม้ขนาดหน้าจอจะเล็กกว่าก็ตาม อันนี้ก็ถือว่า เป็นความชื่นชอบส่วนบุคคลครับ แต่อย่าลืมว่า ยิ่ง iPhone รุ่นใหม่มากแค่ไหน การอัพเดท iOS รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ จะได้ภาษีดีกว่ามาก ด้วยเหตุนี้ ทีมงาน techmoblog เชื่อว่า ต่อให้ iphone 5c ออกมาในรูปแบบของ ตัวเครื่องพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ก็ยังสามารถจำหน่าย และตีตลาดได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่านิยมครับ เนื่องจากยังมีคนจำนวนมาก ที่อยากถือ iphone แต่ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อมาใช้นั่นเอง
อย่างไรก็ดี ทางฝั่งของ Apple ผู้พัฒนา iPhone ยังไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว รวมไปถึงกำหนดการ เปิดตัว ทั้ง iPhone 5S (ไอโฟน 5s) และ iPhone 5C (ไอโฟน 5c) ในวันที่ 10 กันยายนนี้ ก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดเช่นกันครับ
เรียบเรียงข้อมูลโดย : techmoblog.com

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Samsung, Sony พร้อมแล้วกับของใหม่

Samsung, Sony พร้อมแล้วกับของใหม่

Samsung กับ Sony คือสองบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของเอเชียที่เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ การแสดงเทคโนโลยีใหม่ของทั้งสองเป็นการช่วงชิงจังหวะก่อน Apple จะออก iPhone และ iPad รุ่นใหม่ในเดือนเดียวกัน


สองอุปกรณ์จากฝั่ง Samsung ได้แก่ Galaxy Note 3 กับอีกหนึ่งนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะในนาม Samsung Gear จะเปิดตัวในวันที่ 4 กันยายน ในงาน IFA 2013 ที่ประเทศเยอรมัน งานเดียวกับทาง Sony ที่พร้อมส่งรุ่นล่าสุดของตระกูล Sony Xperia แฝงมากับเทคโนโลยีทางด้านจอภาพและกล้องถ่ายภาพขั้นสูง ซึ่งทั้ง Samsung กับ Sony ต่างรู้ดีว่าเมื่อใดที่ Apple ส่ง iPhone และ iPad รุ่นใหม่ออกมา มันอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายอุปกรณ์ของพวกเขาฉะนั้นการชิงเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ก่อนอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกของเล่นใหม่ตามความพึงพอใจของพวกเขาได้ง่ายและเร็วขึ้น


สำหรับ Samsung Gear นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะคือเทคโนโลยีใหม่จาก Samsung ที่จะเป็นการก้าวนำคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Apple ไปอีกหนึ่งก้าว เพราะแม้จะมีข่าวคราวเรื่อง iWatch แต่ดูเหมือนว่าปีนี้ Apple จะยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะของพวกเขาเอง และที่สำคัญยังเสมือนการเปิดทางสู่ตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อสวมใส่บนร่างกายของ Samsung ทางด้าน Sony ก็พร้อมลุยตลาดสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องหลังยอดขายเติบโตและเทคโนโลยีของพวกเขายังเป็นที่ชื่นชมและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ดังนั้นการพัฒนาสมาร์ทโฟนรุุ่นใหม่ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีจากอุปกรณ์อื่นๆจึงทำให้เกิดสมาร์ทโฟนในชื่อ Sony Honami ขึ้นมา ด้วยข้อมูลเรื่องกล้อง 20.7 ล้านพิกเซล พร้อมกับเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการถ่ายภาพในระดับใกล้เคียงกับกล้อง DSLR รวมไปถึงหน้าจอที่คมชัดภายใต้เทคโนโลยีจากสมาร์ททีวี Sony แม้จะรู้ดีว่าอุปกรณ์ยอดนิยมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะเป็น iPhone แต่ทาง Sony ก็เชื่อว่า Sony Honami จะสามารถดึงดูดผู้บริโภคส่วนหนึ่งให้เปลี่ยนใจมาใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของพวกเขาได้ การเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ของ Samsung และ Sony ในเดือนหน้านี้ นับเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งซึ่งการมาของ iPhone กับ iPad รุ่นใหม่ย่อมมีผลกระทบต่อยอดขายอุปกรณ์รุ่นใหม่ของทั้งสองบริษัท แต่จะทำออกมาได้ดีแค่ไหนต้องติดตามครับ

สนับสนุนเนื้อหา: Arip

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com