ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอโฟน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอโฟน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

ชมภาพเรนเดอร์ iPhone 6S สีชมพู Rose Gold สวยล้ำ น่าใช้

หลังจากที่มี "ข่าวลือ" ออกมาว่า iPhone 6S (ไอโฟน 6S) จะมาพร้อมกับสีใหม่ นั่นก็คือ สีชมพู Rose Gold นั้น ล่าสุด Martin Hajek นักออกแบบชื่อดัง ก็ไม่รอช้า เผยภาพเรนเดอร์  Rose Gold ออกมาให้ชมกันแล้ว
โดยสีทองชมพู Rose Gold นั้น เป็นสีหนึ่งที่อยู่บน Apple Watch Edition รุ่นแพงที่สุดของ Apple Watch นั่นเอง ซึ่งทาง Martin Hajek นักออกแบบคนดัง คาดว่า ถ้าหาก iPhone 6S มีสีชมพูตามข่าวลือจริง ก็น่าจะมีสีสันประมาณนี้ ซึ่งหลังจากทำภาพเรนเดอร์ออกมาแล้ว ต้องบอกเลยว่า สวยและน่าใช้มากเลยทีเดียว
งานนี้ คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า แอปเปิล จะเปิดตัว iPhone 6S สีชมพู Rose Gold ตามข่าวลือหรือไม่ -cultofmac.com
ลือล่าสุด iPhone 6S (ไอโฟน 6S) จะมีสีชมพูให้เลือกด้วย
ยังคงมีข่าวอัพเดทอย่างต่อเนื่อง สำหรับ iPhone 6S (ไอโฟน 6S) ที่นอกจากจะอัพเกรดตัวเครื่องให้แรงขึ้น ด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB พร้อมกับหน้าจอสัมผัสแบบใหม่แล้ว ล่าสุด ทาง Wall Street Journal เผยว่า iPhone 6S จะมีสีชมพูให้เลือกเพิ่มอีก 1 สี

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395329/

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

สรุปรวมยอดตัวเลข Apple ประจำปี

สรุปรวมยอดตัวเลข  ประจำปี Mac ดีขึ้น iPad แย่ลง ส่วน iPhone ขายไปได้ 700 ล้านเครื่องแล้ว
      อย่างที่เราพอจะรู้กัน ว่า Apple นั้น มักจะเอาตัวเลขสรุปรวมผลงานต่างของตัวเองมานำเสนอให้ได้ดูกันอยู่เป็นประจำ และในงาน Spring forward ล่าสุดที่ San Francisco ก็ได้พูดถึงเรื่องตัวเลขพวกนี้ออกมาให้ได้ฟังด้วยเช่นเดียวกัน
0a6ab4ef-57af-4095-b07a-c23598cf5be8800
      เริ่มกันจากร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple Store กันก่อนเลย ที่มีเปิดใหม่เพิ่มในจีนอีกถึง 6 ร้านด้วยกันภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 อาทิตย์ รวมเป็น 435 ร้านทั่วโลก ส่วนจำนวนคนที่เข้าร้านทั่วโลก นับเพียงแค่ช่วงไตรมาส 4 อย่างเดียว ก็มากถึง 120 ล้านคนแล้ว
      ตามมาด้วยจำนวนยอดขายเครื่อง Apple TV ที่ขายไปได้ 25 ล้านเครื่อง ตามมาด้วยเครื่องสุดฮิตที่สุดของบริษัทอย่าง iPhone ที่ขายไปถึง 700 ล้านเครื่องตั้งแต่เปิดตัวออกมาในปี 2007 และเมื่อมียอดผู้ใช้งาน iPhone มากถึงขนาดนี้
      ระบบการจ่ายเงินใหม่ด้วยมือถืออย่าง Apple Pay ก็สามารถขยายฐานการเงินอย่างธนาคารที่เข้าร่วมไปมากกว่า 2,500 ราย เพิ่มจากเดิมที่เคยเปิดตัวมากับ 6 ธนาคารเท่านั้น ส่วนสถานที่ที่สามารถใช้งานระบบนี้ได้ ก็มีมากกว่า 700,000 แห่งทั่วโลก เพิ่มขึนจากเดิมปีที่แล้ว ที่มีอยู่ 200,000 แห่ง
      ส่วนทางด้าน iPad นั้น มียอดจำหน่ายที่ตกลงไป 18% ทั้งหมดที่ 21.4 ล้านเครื่อง ต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ 21.5 ล้านเครื่องเล็กน้อย รายได้รวมอยู่ที่ 8.99 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
      ส่วนเครื่อง Mac ก็อยู่ที่ 5.52 ล้านเครื่อง ขึ้นจาก 4.84 ล้านเครื่องเมื่อปีก่อน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.51 ล้านเครื่อง ยอดทั้งหมดคิดเป็ฯ 9.3% และรายได้รวมอยู่ที่ 6.94 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

เทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Galaxy S5 ของใหม่ดีกว่าตรงไหน?

เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs  รุ่นใหม่ พัฒนาจากเดิมตรงไหนบ้าง? เปรียบเทียบสเปค ระหว่าง iPhone 6 และ Samsung Galaxy S6 แล้ว
คราวนี้มาลองเปรียบเทียบสเปคระหว่าง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 กันบ้างว่า Samsung Galaxy S6 มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนจะเจาะลึกในแต่ละส่วน เรามาดูภาพรวม สเปค ของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนครับ
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Samsung Galaxy S5
ด้านดีไซน์
สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ก็คงจะเป็นดีไซน์และวัสดุของ Samsung Galaxy S6 นั่นเอง โดย Samsung Galaxy S5 นั้น เป็นตัวเครื่องพลาสติก สามารถถอดแกะฝาด้านหลังได้ ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 เป็นกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ และมีกระจกครอบทั้งด้านหน้า/ด้านหลัง
อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่บางเฉียบกว่าเดิม โดย Samsung Galaxy S6 บางเพียง 6.8 มิลลิเมตร ในขณะที่ Samsung Galaxy S5 ตัวเครื่องบาง 8.1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังน้ำหนักเบากว่าอีกด้วย
หน้าจอแสดงผล
แม้ว่า ทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED เหมือนกัน
แต่ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ Samsung Galaxy S6 มีความละเอียดของหน้าจอสูงกว่า โดยเป็นแบบ QHD 1440 x 2560 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งทำให้ใช้งานในที่กลางแจ้งได้คมชัดมากยิ่งขึ้น
การประมวลผล
Samsung Galaxy S5 มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 801 แบบ Quad-Core Processor และ RAM ขนาด 2 GBในขณะที่ Samsung Galaxy S6 มาพร้อมชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) และ RAM ขนาด 3 GB
ซึ่งถ้าหากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่า ประมวลผลการทำงานได้อย่างรวดเร็วทั้ง 2 รุ่น ซึ่งงานนี้ คงต้องวัดกันที่ Benchmark กันอีกที โดยได้คะแนนดังนี้ครับ
บทสรุป
ถ้าหากมองในภาพรวม จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy S6 นั้น ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ตัวเครื่อง ที่ดูบางเฉียบ และพรีเมียมขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ ครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลังตัวเครื่อง
หน้าจอความละเอียดสูงแบบ QHD (1440 x 2560 พิกเซล), กล้องด้านหลัง ที่รองรับการใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมไปถึงการประมวลผล ที่ผลการทดสอบเผยออกมาแล้วว่า แรงกว่า Samsung Galaxy S5 อย่างเห็นได้ชัด โดย Samsung Galaxy S6 จะวางจำหน่ายในไทย และเคาะราคาออกมาที่เท่าใด ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395237/

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยลโฉม ภาพคอนเซปท์ iPhone 7 บางเฉียบกว่าเดิม มีให้เลือกหลายสี

     แม้ว่าในปีนี้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า iPhone ที่จะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ จะใช้ชื่อ iPhone 6S (ไอโฟน 6S) หรือ iPhone 7 กันแน่ แต่ล่าสุด Yasser Farahi นักออกแบบชาวเนเธอร์แลนด์ ได้เผยโฉม ภาพคอนเซปท์ iPhone 7 ออกมาให้ชมกัน เรียกได้ว่า สวยและบางเฉียบกว่าเดิม
     โดยภาพคอนเซปท์ iPhone 7 ชุดนี้ ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้าย iPhone 6 แต่ดูบางเฉียบกว่า ซึ่งบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร (iPhone 6 บาง 6.9 มิลลิเมตร) และมีให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน ในขณะที่ด้านหลังตัวเครื่อง ตัดแถบขาวๆ ออกไปทั้งด้านบนและด้านล่าง กลายเป็นฝาหลังแบบอะลูมิเนียม ที่มีสีเดียวกันทั้งหมด
     กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มลำโพงไว้ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ทำให้ คอนเซปท์ iPhone 7 รุ่นนี้ มีลำโพงทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่ง Yasser Farahi เผยว่า คอนเซปท์ iPhone 7 เกิดมาจากความต้องการส่วนตัวล้วนๆ โดยเฉพาะในเรื่องของลำโพง
     แน่นอนว่า คอนเซปท์ iPhone 7 ด้านบนนี้ แม้จะยังไม่ใช่ตัวเครื่องจริงๆ แต่เชื่อได้เลยว่า คงจะเป็นคอนเซปท์ ที่ผู้ใช้ iPhone ส่วนใหญ่ต้องการเลยก็ว่าได้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แจ็กพอตแตก! สำหรับคนที่ซื้อ iPhone 6/6 Plus ล็อตแรกๆ โดนแล้ว



ตัวเครื่อง iPhone 6/6 Plus ที่ขายในประเทศไทยล็อตแรกในไทย ส่อแววมีปัญหาเพียบ!!

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะได้สัมผัสเครื่องสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท Apple กันบ้างแล้ว หลังจากที่เปิดให้มีการจองและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าไปเมื่อหลายวันก่อน!!

ตอนนี้นั้นมีรายงานจาก เว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง Pantip มีรายงานเรื่องปัญหาความผิดพลาดในเรื่องของการ QC ในเครื่องต่อให้เป็น Apple ที่เข้มงวดเรื่องนี้ก็ไม่รอดเช่นกัน



โดยปัญหาที่เจอในตอนนี้นั้นค่อนข้างมีลักษณะใกล้เคียงกับกรณีของเครื่อง iPhone 5S ของปีที่แล้ว พวกลอตแรกโดนทุกราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปุ่มเขย่ามีเสียง ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องปกติของเครื่อง ที่ไหนได้ คนซื้อลอตหลังๆ ไม่เจอปัญหานี้กันเลย

ล่าสุด iPhone6 กับ iPhone6 Plus ส่อแววจะได้เจอปัญหา defect ลอตแรกเหมือนเดิม ใครรีบซื้อรีบจองคงต้องเตรียมเซ็งไปตามระเบียบ

ซึ่งตัวเครื่องที่จะประสบปัญหานั้นเป็นเครื่องที่ได้รับมาจาก Apple Store Online และตามหน้าร้านต่างๆ เช่นพวก iStudio หรือตามร้านผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ ทางทีมงาน ได้สรุปปัญหาที่เจอ มีดังต่อไปนี้

ปัญหาแรก สวิทช์เปิด/ปิดเสียงไอโฟน6 หลวมทุกเครื่องเลยไหมเนี่ยไปดูกันในเว็บเมืองนอก มีคนพูดถึงเรื่องนี้ด้วย



ที่มา: http://pantip.com/topic/32791590

ปัญหาที่สอง ไปรับเครื่อง iPhone 6 plus ตรวจสอบรอยต่อของจอกระจกกับตัวเครื่องไม่เน้น (ตรวจสอบกันดูให้ดี) วันนี้เจอมาแล้ว 2 เครื่อง ไปดูคลิปรีวิวของเมืองนอก เห็นเครื่องมีช่องเสียบบัตรเหมือนกระทู้ข้างบนเลย แต่เจ้าของเครื่องอาจไม่ได้สนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ผ่านๆไป




ที่มา:  http://pantip.com/topic/32789320

ปัญหาที่สาม หน้าจอหลวม มีช่องว่างนิดหน่อย กดแล้วมีเสียง เป็นปัญหาที่เริ่มบ่นกัน ส่วนในประเทศไทยอาจตามมาทีหลังเพราะเพิ่งขายเครื่อง



ที่มา:  http://pantip.com/topic/32789320

ปัญหาที่สี่ ปัญหานี้อาจ Basic มาก แต่อย่าลืมว่า iPhone 6 ใช้จอ LCD โอกาสเจออาจจะสูงกว่ายี่ห้ออื่นที่ใช้จอแบบอื่น ดังนั้นตอนที่ได้เครื่องมา ต้องเช็คให้ดีๆก่อน เตรียมพื้นแบล็คกราวดำล้วน-ขาวล้วนไว้เช็คที่จอโดยเฉพาะ





ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วฝากกันอีกเรื่องก็ละกันครับ สำหรับกรณีนี้ จอง iPhone6+ AIS ได้ รับของวันนี้ แต่เจอ dead pixel พนักงานให้ walk in มาซื้อหลังวันที่ 3 เลย ที่มา:   http://pantip.com/topic/32790429

แต่ๆ หลักๆ ที่ล็อตแรกน่าจะโดนกันถ้วนหน้าคือที่ปุ่ม เปิดปิดเสียง ขยับได้เบาๆ คือไม่แน่น ซ้ำรอยเดิม iPhone 5S ปีที่แล้ว โดยล็อตแรกคงโดนหมดทั้งจากการซื้อผ่านศูนย์ในไทย และแน่นอนที่ซื้อผ่าน Apple Store ตั้งแต่วันนี้ พอได้เครื่องเดี๋ยวกระทู้บ่นพรึ่บ

ที่เคยพูดกันว่าซื้อไอโฟนล็อตแรกถ้าจะจริง ที่ต้องรอสัก 2 เดือนเป็นอย่างต่ำให้ line การผลิตแก้ defect ล็อตแรกๆ ก่อนถึงจะซื้อได้ นึกถึงบรรยากาศปีที่แล้ว เคลมกันใหญ่ๆ เขย่ามีเสียง ซื้อล็อตแรกเหมือนหนูทดลองยา

บางคนบอกประเทศไทยขายป่านนี้คงไม่ใช่ล็อตแรกแล้วมั้ง แต่เห็นโดน defect กันทุกปี งงป่ะละ? หรือไทยเราการผลิต มาตรฐานจะต่ำหรือหย่อนยานกว่าประเทศกลุ่มที่ 1

เครื่องไทย โค็ดไทยอาจเป็นอีกไลน์ของกลุ่มประเทศที่แนวๆ เดียวกับเราก็ได้ คือมาตรฐานผลิตภัญฑ์ไม่ได้สูงมากเหมือนประเทศพัฒนาแล้วเคลมยากกว่า อะไรก็ยากกว่า หรือล็อตแรกจะเอาเครื่องตีคืนจากกลุ่มประเทศแรกๆ มาปน ทำไมเจอถี่กว่าประเทศอื่น

เพราะงั้นก็ขอแนะนำสั่งจาก Apple store ถ้าไม่ถูกใจหรือมีปัญหา เครมรั่วๆ ได้เลยครับ(ค่าส่ง+ค่ามารับคืนเราไม่เสีย)

ประเด็นต่อมาที่ผมอยากฝาก(เน้น) ให้เอาไปคิดกันนะครับ ด้วยมูลค่าของ iPhone 6/6 Plus ค่อนข้างสูง ก่อนรับเครื่องมานั้นรบกวนช่วยเช็คสินค้าให้ดีๆ ก่อนเอาแบบละเอียด หากมีเพื่อนไปด้วยหลายๆ คนก็จะดี เช็คให้ทุกมุม ไม่ต้องส่วนว่าใครจะมองว่าเรา "เรื่องมาก" เงินเรา ของเรา

หากเจอปัญหาหลักจากซื้อเครื่องไป เดินเข้าไปหาเถอะครับไม่ว่าจะเป็น Apple Store หรือร้านผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ ขอเคลมของเค้าไปเลยไม่ต้องกลัวใครมองว่าเรา "กร่าง" หรือ "หัวหมอ" สิทธิของเราใช้มันเถอะ

ขอบคุณ: pantip.com

ที่มา : http://hitech.sanook.com/1392589

ติดตามข่าวไอโฟน ไอโฟน 6 หรือข่าวไอทีอื่นๆ ได้ที่ : http://hitech.sanook.com/search/iPhone+6

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮ่องกง-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง

-สงครามไซเบอร์ มิติใหม่ของการชุมนุมประท้วง
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com
ในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่ฮ่องกง กลุ่มหลักๆ ที่มีจำนวนมากคือ นักเรียนนักศึกษาคนหนุ่มคนสาว เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตาว่าถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเอาอย่างไรแน่ คำสัญญาเรื่อง 1 ประเทศ 2 ระบบ โดยที่ระบบซึ่งใช้กับฮ่องกงเหมือนจะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลงเป็นสิ่งที่ผู้ประท้วงไม่ยอมรับและออกมาเรียกร้องกัน
ตรงข้ามกับการชุมในบ้านเราที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเผด็จการทหาร
เงี่ยหูฟังเพื่อนพ้องหลายคนมีแนวโน้มไปในทางเชื่อว่า ถึงอย่างไรอำนาจรัฐก็คงชนะ แต่เชื่อว่าจะไม่จบลงแบบเหตุการณ์เทียนอันเหมินอันเป็นการล้อมปราบอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในบ้านเรา ซึ่งเวียนมาบรรจบครบรอบ 38 ปีเอาวันนี้พอดี ถึงตอนที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์คลี่คลายไปทางไหน
ในเหตุการณ์ประท้วงของฮ่องกงมีสิ่งใหม่ๆ อยู่บางประการที่น่าสนใจ นั่นก็คือเป็นการประท้วงที่มีมิติของโลกไฮเทคเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างที่เป็นข่าวคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนก็คือการที่ผู้ชุมนุมประท้วงแห่แหนกันติดตั้งแอพพลิเคชั่น Firechat บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งบน iOS ของแอปเปิล และแอนดรอยด์ เอาไว้สำหรับการติดต่อสื่อสารกันในหมู่ผู้ชุมนุม หลังจากโจชัว หว่อง แกนนำการชุมนุมวัย 17 ออกมาประกาศเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมติดตั้งใช้งานเผื่อไว้สำหรับกรณีถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต
Firechat เป็นผลงานของ บริษัท โอเพ่น การ์เดน ในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการแชตหรือการติดต่อสื่อสารระยะใกล้โดยไม่พึ่งพิงสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นจากโทรศัพท์มือถือหรือไวไฟ แต่อาศัยสัญญาณบลูทูธ เครื่องที่ติดตั้งและเปิดใช้งานจะเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณบลูทูธในระยะ 70 เมตร ที่ขยายวงต่อกันไปเรื่อยๆ แต่ละคนสามารถเชื่อมต่อได้ถึง 10,000 คนในเวลาเดียวกัน เพื่อเเชต รับส่งข้อความหรือภาพ
แอพพลิเคชั่นนี้เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม จากที่มีคนดาวน์โหลดติดตั้งอยู่จำกัด ปรากฏว่าเพียงสองวันจากวันที่ 28 กันยายนหลังแกนนำการชุมนุมแนะนำแอพพลิเคชั่นตัวนี้ ยอดดาวน์โหลดจากฮ่องกงพุ่งลิ่วขึ้นไปถึง 200,000 ครั้ง และมีการส่งข้อความมากถึง 2 ล้านข้อความ
เทคโนโลยีไอทีบนโทรศัพท์มือถือมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการต่อสู้เคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุมต่างๆ เพื่อฝ่าข้อจำกัดในการปิดกั้นของอำนาจรัฐ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ เพื่อป้องกันตัวและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชุมนุมให้สูงขึ้น
ในขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ บริษัท ลากูน โมบาย ซีเคียวริตี้ ก็ออกมาเปิดเผยว่าค้นพบแอพพลิเคชั่นสอดแนมที่ส่งต่อกันหรือแพร่ลามผ่าน Whatsapp แอพพลิเคชั่นแชตยอดนิยมตัวหนึ่ง มีข้อความเชิญชวนให้ผู้รับกดลิงก์เพื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นโดยอ้างว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดย Code4HK สำหรับประสานงานในกลุ่มออคคิวพาย เซ็นทรัล เริ่มจากพบบนแอนดรอยด์ และมาพบบน iOS ในเวลาต่อมา
ลากูนเชื่อว่าแอพพลิเคชั่นปลอมทั้งสองตัวนี้น่าจะมาจากรัฐบาลจีนเองเพื่อสอดแนมผู้ประท้วง เพราะตัวซอฟต์แวร์มีความสามารถระดับสูงมากในการล้วงข้อมูลแทบทุกอย่างจากโทรศัพท์มือถือ รายละเอียดตัวตน ข้อมูลการใช้งานเว็บ การแชต แอดเดรสบุ๊ก บันทึกใช้การโทรศัพท์ และเสียงในการพูดคุยโทรศัพท์รวมถึงข้อมูลระบุตำแหน่ง รายละเอียดที่เก็บจากโทรศัพท์ที่ติดตั้งจะส่งไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์เดียวกันในเกาหลีใต้ ซึ่งลากูนเชื่อว่าน่าจะควบคุมจากจีนแผ่นดินใหญ่อีกที
ถือเป็นครั้งแรกของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม กล่าวคือ ทำงานทั้งบน iOS และแอนดรอยด์ และยังถือเป็นมิติใหม่ของการสอดแนมไซเบอร์ที่ยกระดับจากการเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นการเข้าแทรกแซงโทรศัพท์มือถือแทน
ถ้าแอพพลิเคชั่นสอดแนมดังกล่าวมีรัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะขึ้นชื่อว่าประเทศมหาอำนาจแล้ว การใช้เทคโนโลยีไอทีในการสอดแนมเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ก็มีสงครามไซเบอร์กลายๆ ดำเนินอยู่ในโลกนี้ มีการแฉกันไปมาอยู่เนืองๆ คู่กรณีที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ก็คือจีนแผ่นดินใหญ่กับสหรัฐอเมริกานั่นเอง
หากจะใหม่ก็ตรงเที่ยวนี้พุ่งเป้าเจาะจงลงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงเป็นการเฉพาะ
เพราะฉะนั้นสำหรับแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ซี้ซั้วกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

9 วิธีการเลือก Power Bank อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด!

9 วิธีการเลือก  อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด!
แบตฯ สำรองหรือ Power Bank คืออุปกรณ์ที่ไว้จ่ายไฟให้กับ อุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ ผ่านทางพอร์ต USB เพื่อความสะดวก Power Bank จะทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ จากนั้นเมื่อใช้งาน มันจะจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณนำมาเชื่อมต่อ เหมือนกับกำลังเสียบอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ หรือเสียบสายชาร์จเข้ากับ USB ของคอมพิวเตอร์นั่นเอง
1. Choose your Power Bank: Power Bank ซื้อดีมั๊ย?
002
ถ้าลองไปเดินตามท้องตลาดที่ขายอุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์มือถือ จะเห็นว่าสินค้า Power Bank นั้นมีขายกัน เกลื่อน ซึ่งมีอยู่หลายระดับราคา หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียบๆ แบบลายการ์ตูน แบบมีสีสันมากมาย หรือ ถ้ามองในเรื่องของขนาดตัว Power Bank เองก็มีอยู่ หลายขนาดเช่นกัน หากใครกำลังเจอกับปัญหาสมาร์ตโฟนมีความ ตะกละมากเกินเหตุ ทำให้แบตฯ หมดอย่างรวดเร็ว และกำลังมองหา Power Bank อยู่ เชื่อได้เลยว่าจะต้องสับสน ไม่รู้ว่าจะเลือก Power Bank แบบไหน รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี คำตอบอยู่ที่คุณจะต้องถามความต้องการของ ตัวคุณเองก่อนว่าต้องการ Power Bank มาเพื่ออะไรหากเอกสารสำคัญ ข้อมูลสำคัญ ธุรกรรมการเงินทั้งหลายแหล่ของคุณถูกบรรจุเก็บไว้ในสมาร์ทโฟน และจำเป็นต้องทำงานบางส่วนในสมาร์ทโฟนบ่อยๆ การมีแบตฯ สำรองไว้ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง
2. Capacities: จุไฟเท่าไหร่ดี?
Power Bank นั้นก็เป็นแบตฯ ชนิดหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าตัวแบตฯ ไม่ว่าจะเป็นแบตฯ ใน อุปกรณ์ไหนๆ จะต้องมีค่าความจุ ซึ่งบอกถึง ปริมาณไฟฟ้าที่มันสามารถกักเก็บไว้ให้เราพกพา ไปใช้งานที่อื่นๆ ได้นั่นเอง Power Bank ที่ขายอยู่ในท้องตลาดเองก็มีหลายรุ่นหลายขนาด และหลายความจุ โดยความจุไฟฟ้านั้นจะนับหน่วยเป็น mAh (อ่านว่า มิลลิแอมป์อาวเออร์) โดยค่าความจุนี้จะถูกระบุ อยู่ในสเปกของตัว Power Bank การเลือกดูความจุของ Power Bank นั้นสามารถคำนวณได้ง่ายๆ เช่น สมาร์ตโฟนที่ใช้งานอาจจะมีแบตฯ ขนาด 2000mAh โดยที่การใช้งานใน แบบของคุณอาจจะใช้งานได้ประมาณ 7 ชั่วโมง
3. The prices: ราคาต่างกันนิดเดียว ซื้อความจุสูงๆ ไปเลยดีกว่าไหม?
price tag with copy space
หากไปเดินงาน Commart ล่าสุดที่ผ่านมา จะเห็นว่าโปรโมชั่นของ Power Bank นั้น ลดกระหน่ำกันแบบสุดๆ คุณสามารถหาซื้อ Power Bank ความจุระดับ 10000+mAh ได้ในราคาไม่ถึงพันบาท ในขณะที่รุ่นเล็กความจุประมาณ 2200mAh กลับมีราคาปาเข้าไป 4-5 ร้อยบาทแล้ว ดูยังไงรุ่นที่มีความจุสูงกว่าก็ต้องคุ้มกว่าแน่นอน ข้อดีของ Power Bank รุ่นที่มีความจุสูงก็คือสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลายตัว หรือถ้ามีสมาร์ตโฟนแค่ตัวเดียว ก็สามารถชาร์จได้หลายครั้ง โดยที่ไม่ต้องชาร์จ Power Bank ทุกวัน หรือสามารถแบ่งเพื่อนให้ชาร์จด้วยกันก็ได้ ส่วนข้อเสียคือ ความจุที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ขนาดและน้ำหนักของ Power Bank มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งก็แล้วแต่การออกแบบของผู้ผลิต แค่ถ้าหากมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ออกแบบให้พกพาได้สะดวกก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
4. Choosing: เลือกที่ความจุอย่างเดียวจะพอรึเปล่า?
004
ถ้าจะพูดถึงปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือ ปริมาณกระแสไฟ ซึ่งจะแทนที่หน่วยด้วยตัวอักษร A (อ่านว่า แอมป์) ซึ่งหมายถึงปริมาณไฟฟ้าที่ อุปกรณ์จำเป็นต้องใช้เพื่อการทำงานในช่วงที่อุปกรณ์เปิดอยู่ ซึ่งในที่นี้หมายถึงระบบชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ ในแง่ของ Power Bank ก็เช่นกัน หาก Power Bank ไม่มีความสามารถในการจ่ายพลังงานให้ได้ปริมาณกระแสตามที่อุปกรณ์นั้นๆต้อง การ ก็จะไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์ตัวนั้นได้หรืออาจจะชาร์จช้ามากจนแทบไมเห็นว่ามี การชาร์จ อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ อย่างสมาร์ตโฟน มีเดียเพลเยอร์แบบพกพาจะกินกระแสไฟ อยู่ที่ประมาณ 0.5-1A ในขณะที่อุปกรณ์พวกแท็บเล็ตจะกินกระแสไฟอยู่ราวๆ 1-2.1A แต่ทั้งนี้ ต้องไปดูที่อุปกรณ์ด้วยว่ากินกระแสไฟเท่าไหร่ แล้วเลือก Power Bank ที่จ่ายกระแสไฟเท่าๆกับอุปกรณ์ตัวนั้นๆ
5. Over Power distribution: จ่ายไฟแรงเกิน เครื่องจะพังมั๊ย?
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆ คนกังวลกัน อย่างที่ บอกไว้ในข้างต้นว่าการเลือกซื้อ Power Bank นั้นต้อง ดูที่ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟของ Power Bank ด้วยว่ามีเพียงพอต่อการชาร์จอุปกรณ์ของคุณหรือไม่ ในกรณีที่ Power Bank จ่ายกระแสไฟให้ เกินที่ตัวอุปกรณ์ต้องการ เช่น Power Bank รุ่นใหญ่ ที่สามารถชาร์จ iPad ได้ จะมีการระบุว่าสามารถจ่าย กระแสไฟได้มากถึง 2.1A หากเรานำมาชาร์จโทรศัพท์ มือถือที่ต้องการเพียงแค่ 0.75A หลายๆ คนกังวลว่า อุปกรณ์จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า คำตอบคือ สามารถชาร์จได้ไม่มีปัญหา และในหลายๆกรณีมันทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้นด้วย
6. Power Bank battery type: แบตชนิดไหนเป็นยังไง
เป็นแบตฯ ที่ใช้เก็บ พลังงานสำรอง ซึ่งถ้าพูดง่ายๆ มันก็เหมือนกับถ่านชาร์จที่เราใช้งานกับอุปกรณ์อื่นๆไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ ของโทรศัพท์ หรือถ่าน ชาร์จ จะเห็นว่ามีการแบ่งชนิดหรือเทคโนโลยีกันออก ไป เช่นแบตฯ ชนิดที่นิยมในตอนนี้ก็คงจะเป็น Li-Ion (ลิเธียม ไอออน) หรือแบตฯ รุ่นเก่าที่มีราคาถูกหน่อย ก็คือ Ni-MH (นิกเกิล เมทัลไฮดราย) มีเพียงแค่ 2 ชนิด ที่ผู้ผลิต Power Bank นิยมนำมาใช้กัน ชนิดแรกคือ Ni-HM ชนิดนี้ราคาค่อนข้างถูก แต่พอมาทำเป็น Power Bank แล้วก็ไม่ได้ถูกมากนัก โดยแบตฯ ชนิดนี้จะมีน้ำหนักที่มาก ยิ่งเป็นรุ่นที่มีความจุพลังงานสูงๆ จะยิ่งหนักขึ้น อย่างเห็นได้ชัด แบตฯชนิดนี้ เวลาใช้งานควรจะต้องใช้ให้แบตฯ หมด เกลี้ยงแล้วจึงชาร์จ จะทำให้แบตฯ เสื่อมช้าลง แบตฯ อีกชนิดที่นิยมกันมากคือ Li- Ion ซึ่งเป็นแบตฯ รุ่นใหม่มีความเบา และที่สำคัญ คือสามารถชาร์จได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้หมดก่อน และจริงๆ แล้วไม่ควรปล่อยให้มันหมดด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นแบตฯ จะเสื่อมเร็วขึ้น แบตฯ ชนิด Li-Ion มีดีที่น้ำหนักเบา ทำให้พกพาสะดวก แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่แพงขึ้น
7. Port connectors: มีหัวชาร์จแบบไหนบ้าง?
008
ส่วนมากมักจะออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์ USB ในแง่ของแรงดันไฟ และกระแสไฟ แต่เนื่องจากอุปกรณ์ที่สามารถชาร์จผ่านพอร์ต USB นั้นมีหลากหลายมาก และแต่ละชนิดก็มีหัวต่อที่หลากหลายเช่นกัน กำรออกแบบ Power Bank จึงมี หลากหลายตามไปด้วย ประเภทแรกนั้นเป็น Power Bank ที่มีหัวตายตัว คือไม่มีพอร์ต USB แต่จะเป็นหัวต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเฉพาะ เช่น Power Bank สำหรับ iPhone ที่ต่อเข้ากับตัวเครื่องได้ทันที หรือออกแบบมาเป็นเคสสวมกับ iPhone ซึ่ง แปลว่าใช้งานได้กับ iPhone เท่านั้น ประเภทที่มีพอร์ต USB มาให้พร้อมสายและหัวต่อแยกต่างหากทำให้สามารถชาร์จกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย โดยสายพ่วงที่มีหัวมาให้หลายๆ ชนิดนั้นเป็นเพียงสายที่ช่วย อำนวยความสะดวกเฉยๆ เพราะหากคุณมีสายชาร์จหรือ Data Link ของตัวเครื่องอยู่เป็นประจำอยู่แล้วก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย
8. What’s the best?: ยี่ห้อมาจากโซนไหนดีสุด?
009
อย่างที่บอกว่า Power Bank เป็นที่นิยมกันมาก ทำให้ ปัจจุบันมีผู้ผลิต Power Bank ออกมาจำหน่ายมากมาย ทั้งคุ้นชื่อบ้าง ไม่คุ้นชื่อบ้าง ถ้าให้ไล่วิจารณ์ทีละยี่ห้อคงจะยาวเกินไป เอาเป็นว่าแบ่ง Power Bank ออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1. ยี่ห้อจากญี่ปุ่น ระดับความน่าเชื่อถือถือว่าดีที่สุด ทั้งตัวอุปกรณ์ที่วัสดุดูดี น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับความจุ และ น่าจะมีระบบ QC ที่ดีกว่า แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่แพงที่สุดเช่นกัน 2. ยี่ห้อจากไต้หวัน เท่าที่เห็นมีเพียง 1 หรือ 2 ยี่ห้อเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคือ ยี่ห้อนี้เขียนที่หน้ากล่องว่า ใช้ Battery ของญี่ปุ่น และยังออกแบบให้มีพอร์ต 2 ช่อง ที่จ่ายไฟได้สูงถึง 1.2 A และ 2.1 A เลยทีเดียว 3. ยี่ห้อจากจีน ถือเป็นยี่ห้อที่มีรูปแบบและความจุให้เลือกมากที่สุด รวมไปถึงราคาที่ถูกกว่าอีก 2 ยี่ห้ออย่างเห็นได้ชัด แต่ขนาดและน้ำหนักยังทำได้ไม่ดี รวมไปถึงความน่า เชื่อถือของระบบ QC ที่ด้อยกว่ามาก
10. Alternative choice: ทางเลือกอื่นก็มีนะ
010
สำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนแล้ว Power Bank กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นขึ้นมาทันที โดยเฉพาะกับคนที่ติดโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กทุกลมหายใจ และแบตฯ ชอบหมดไปก่อนกำหนด แต่คำถามคือถ้ารู้สึกว่า Power Bank ยังไม่ตอบโจทย์ หรือแพงเกินกว่าจะซื้อ จะมีทางเลือกอะไรอย่างอื่นไหม? คำตอบคือ “มี” เพียงแค่คุณจะสนใจหรือเปล่า เท่านั้นเอง อย่างเช่น รังถ่าน ชาร์จมือถือ ไอเดียเก๋ตั้งแต่ยุคที่ Power Bank ไม่เป็นที่นิยม โดยเจ้ารังถ่านนี้จะมีแผงวงจรที่แปลง กระแสไฟจากถ่าน AA หลายๆ ก่อนที่ใส่ไว้ ไปเป็นไฟ 5V เพื่อชาร์จกับอุปกรณ์ที่คุณต้องใช้
ว่าแต่ Power Bank รุ่นไหน ขนาดเท่าไหร่ จะเหมาะกับ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ของเรากันนะ...
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ Android ทั่วโลก

ระวัง! Galileo มัลแวร์ตัวใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ iOS และ  ทั่วโลก
Kaspersky Lab ได้ค้นพบมัลแวร์ชนิดใหม่ ที่มีชื่อว่า Galileo ซึ่งส่งผลต่อผู้ใช้ทั้ง Android และ iOS ทั่วโลกครับ โดย Galileo นั้น เป็นมัลแวร์ประเภท Remote Control System หรือ RCS ที่จะเข้าควบคุมและอนุญาตให้ Spyware ยึดอุปกรณ์ดังกล่าว ภายใต้การควบคุมกลุ่มที่มีชื่อว่า HackingTeam
โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะเป็น นักข่าว, นักการเมือง, นักเคลื่อนไหว และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านมนุษยชน ซึ่งรูปประกอบภาพด้านบนนั้น เป็นรูปที่ทาง Kaspersky Lab ออกมาเตือนว่า เป็นประเทศที่เป็นที่ตั้งเซิฟเวอร์ของกลุ่ม HackingTeam นั่นเอง
นอกจากนี้ ทาง Kaspersky ยังเผยอีกว่า iPhone ส่วนใหญ่ที่รับผลกระทบ คือเครื่องที่ผ่านการเจลเบรคมาแล้ว ซึ่งแฮกเกอร์สามารถสั่งให้เครื่องมือเจลเบรคอย่าง Evasi0n แอบทำงานอย่างลับๆ เพื่อให้มีการฝังมัลแวร์ไว้ภายใน วิธีการหลีกเลี่ยงก็คือ ไม่ควรเจลเบรคเครื่อง และอัพเดท iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ
ส่วนบนอุปกรณ์ Android แม้ตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลว่า มีกี่เครื่องที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่ทางที่ดีก็คือ ให้ผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสแกนไวรัส เพื่อตรวจสอบว่า มีมัลแวร์หรือไม่
 รายละเอียดเพิ่มเติม : slashgear.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

BURBERRY ถ่ายทอดงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอนผ่านแอพ WeChat (ชมคลิป)

อือฮา!! BURBERRY ถ่ายทอดงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอนผ่านแอพ WeChat (ชมคลิป)

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาในงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอน BURBERRY ได้ร่วมมือกับ WeChat ในการถ่ายทอดแฟชั่นจากรันเวย์ส่งตรงถึงมือถือของผู้ติดตาม BURBERRY บน WeChat แอพลิเคชั่นฮิตที่มีผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนในประเทศจีนและอีกกว่า 100 ล้านคนจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยแอพลิเคชั่นนี่จะทำให้ผู้ที่ติดตาม BURBERRY สามารถโต้ตอบกับแอพลิเคชั่นได้ในแบบ Real time โดยจุดเด่นอยู่ที่ผู้ติดตามจะสามารถสั่งป้ายโลหะ “Made to” เพียงพิมพ์คำว่า Made to ตามด้วยชื่อของเรา ที่นี้เราก็จะมีป้ายชื่อของตนเองได้ไม่ซ้ำใคร คอนเทนท์นี้จะทำให้ผู้ติดตามสามารถแชร์ป้ายที่ได้รับใน WeChat ได้ทันทีหรือจะบันทึกลงโทรศัพท์ก็ได้เช่นกัน
          นอก จากนี้หากพิมพ์คำว่า look1 ส่งไป WeChat จะตอบกลับมาด้วยรูปภาพของลุคนั้นบนรันเวย์พร้อมรายละเอียดทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าและแอคเซสซอรี่ “WeChat ได้เปิดโลกใหม่ในพื้นที่ดิจิตอล – สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราคือการได้สื่อสารและบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ อย่างลึกซึ้งและมีความหมายยิ่งขึ้นโดยใช้แพลตฟอร์มนี้” คริสโตเฟอร์ เบย์ลี่ย์, Burberry Chief Creative Officer กล่าว นับได้ว่า WeChat เป็นแอพลิเคชั่นแรกที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้เบอร์เบอรี่สามารถโต้ตอบกับแบรนด์ ได้อย่างทันท่วงที
โหลด WeChat มาเล่นกันได้ที่ลิงค์ด่านล่าง
 สำหรับ iPhone
 สำหรับ Andriod
 สำหรับ Windows Phone
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

Apple ร่อนหมายเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว

Apple ร่อนหมายเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อวานทางทีมงาน Sanook! Hitech เพิ่งพูดไปว่างานอีเว้นท์ใหญ่ของทาง Apple กำลังใกล้เข้ามาแล้วแต่ ยังไม่มีสื่อไหนได้รับหมายเชิญรวมงานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 10 กันยายน ณ. ที่สำนักงานใหญ่! ในเมือง Cupertino เวลา 10.00 เช้าเป็นต้นไป (ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา)
โดยในหมายเชิญนั้นมีอักษรภายใต้หัวข้อว่า "This should brighten everyone's day “นี่คงจำทำให้ชีวิตของทุกคนสดใสขึ้น”" 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเปิดตัวนั้น อย่างน้อยที่ทางทีมงานคาดว่ามาแน่นอนนั้นคือ iPhone 5C, iOS 7 ที่จะมาพร้อมกันสีสันที่สดใน เพราะในหมายเชิญที่ทาง Apple ส่งให้สือมวลชนนั้นหากสังเกตุจากทุกครั้งที่ผ่านมามักมีความในแฝงมาด้วยเสมอ!! 
และในส่วนของ iPhone 5S ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะมีการเปิดตัวในนี้หรือเปล่า คงต้องรอลุ้นกันอีกทีในวันที่ 10 กันยายน หรืออาทิตย์หน้านั้นเอง!!

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

เว็บไซต์ดังโชว์หรา “กล่องและคู่มือใช้งาน iPhone 5C”

เว็บไซต์ดังโชว์หรา "กล่องและคู่มือใช้งาน iPhone 5C"

[2-กันยายน-2556] อัพเดทล่าสุดเกี่่ยวกับ iPhone 5C หรือไอโฟนราคาประหยัดนั้น แม้นับจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครออกมายืนยันได้ 100% ว่ามีอยู่จริง และกำลังจะเปิดตัวในเดือนนี้นั้น (แต่ทางทีมงาน Sanook! Hitech เชื่อว่ามันมีจริง!!)
นอกจากภาพหลุดจากเว็บไซต์ชื่อดังต่างๆ ของประเทศจีนอย่าง qq.com หรือ Weibo.com เรียกได้ว่าหลุดออกมาเป็นข่าวรายวันกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือคลิป การทดสอบต่างๆ ที่พาเหรดกันออกมาให้แฟนๆ ได้อัพเดทกันทุกวัน
ล่าสุดนั้นเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง iApps.im ได้มีการเผยแพร่ภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นกล่องและคู่มือการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่หลุดออกมา และในภาพยังแสดงถึงเครื่องมือในการดึงซิมการ์ดแถมมาด้วยพร้อมในกล่องของ iPhone 5
หากสังเกตุดีๆ ตอนนี้นั้นข่าวหลุดส่วนใหญ่ของ iPhone 5C ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ตัวเครื่อง ในส่วนของสเปคยังหลุดออกมาน้อยมากอัพเดทล่าสุดคือ iPhone 5C จะมาพร้อมสเปคคราวดังต่อไปนี้ (สเปคดังกล่าวเป็นแค่ข่าวลือนะครับ..ต้องลุ้นกันยาวๆ )
อัพเดทล่าสุด! สเปค iPhone 5C (ไอโฟน 5C)
เว็บไซต์ SIMOnly Radar ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เผย สเปค iPhone 5c ออกมาแล้ว สรุปได้ดังนี้
- หน้าจอ 4 นิ้ว ความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล
- ซีพียูแบบ Dual-core processor ยังไม่ระบุชิปเซ็ต
- RAM 1 GB
- หน่วยความจำภายใน ขนาด 16 GB, 32 GB และ 64 GB
- กล้องหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล
- กล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- ขนาดตัวเครื่อง 124.2x58.4x7.6 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 106 กรัม
- รัน iOS 7
- รองรับ Siri
ในส่วนของราคานั้น หากใครตามข่าวลือที่หลุดออกมานั้นมีการยืนยันจากหลายๆ เว็บไชต์ที่ค่อนข้างตรงกันว่า iPhone 5C จะมีราคา อยู่ในช่วง 13,000 - 15,000 บาท ส่วนกำหนดการเปิดตัวนั้นยังยืนยันวันเดิมคือ 10 กันยนยน พร้อมเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กันยายน
ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในเมืองไทยนั้น ทางทีมงานได้ว่ามาว่าจะเปิดให้จองวันที่ 10 พฤศจิกายน (จริงไม่จริง ลุ้นกันอีกทีครับ)
ที่มา: Weibo.com, 9to5mac.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวใหญ่มากกก...iPhone 5S จะมีขนาดเท่า iPhone 5 แต่แบตฯใหญ่กว่าเดิม

ข่าวใหญ่มากกก...iPhone 5S จะมีขนาดเท่า iPhone 5 แต่แบตฯใหญ่กว่าเดิม

iPhone 5S อัพเดทข่าวล่าสุด ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย (เพราะเดาได้อยู่แล้ว) สำหรับข่าวลือ iPhone 5S ว่าที่สมาร์ตโฟนรุ่นต่อไปจาก Apple ที่แหล่งข่าวรายล่าสุดแจ้งข้อมูลว่า iPhone 5S นั้นหนาจะมีขนาดตัวเครื่องเท่ากับ iPhone 5 เป๊ะๆ...เซอร์ไพรส์มั้ยเอ่ย...??? โดยเว็บไซต์ TechOne3 รายงานว่า iPhone 5S จะมีขนาดสันฐานตัวเครื่องอยู่ที่ 7.6 มม.*123.8 มม.*58.6 มม. ซึ่งก็เท่ากับ iPhone 5 เป๊ะๆและหน้าตาภายนอกก็น่าจะไม่ต่างกันมากนักด้วย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าiPhone 5S จะมีน้ำหนักตัวเครื่องมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะ Apple ตัดสินใจที่จะเพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ในiPhone 5S ให้มากขึ้นด้วยนั่นเอง นอกจากนี้แหล่งข่าวรายดังกล่าวยังเปิดเผยมาด้วยว่าหลังจาก Apple เปิดตัว iPhone 5S ในวันที่ 10 กันยายนนี้ก็จะเริ่มวางจำหน่าย iPhone 5S ในอเมริกาในช่วงปลายเดือนกันยายนทันทีด้วยครับ...เรียกได้ว่าบางที iPhone 5S เครื่องหิ้วอาจจะมาเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดคิดก็ได้นะเนี่ย ส่วนจะจริงหรือไม่จริงก็รอลุ้นกัน 10 กันยายนนี้ครับ :P

เครดิต: ป๋าเอก TechXcite
ที่มาข่าวและภาพ: techone3

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

InstaSecond บันทึกวินาทีที่ดีที่สุดของแต่ละวันลง Instagram

InstaSecond บันทึกวินาทีที่ดีที่สุดของแต่ละวันลง Instagram

แอปฯดีๆ ที่สรรหามานำเสนอกัน คราวนี้ก็ด้วยความที่ว่าผมเป็นมนุษย์ที่ชอบเล่น Instagram อยู่ไม่น้อยก็เผอิญไปเจอะเข้ากับแอปฯตัวหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า InstaSecond ซึ่งดูจากชื่อแล้วตอนแรกนึกว่าอยู่ในตระกูลแอปฯ Insta... ทั้งหลาย (InstaPlaceInstaWeather และInstaFood) แต่ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะเพราะ InstaSecond ของเรามีคอนเซปต์ที่ต่างจากแอปฯแต่งรูปอัพลง IGเจ้าอื่นๆอยู่พอสมควร ส่วนจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยจ้า!!!
โดยแอปฯ InstaSecond มาพร้อมแนวคิดที่ว่าในหนึ่งวันธรรมดาๆนั้นประกอบขึ้นมาจากเวลาถึง 86400 วินาที ซึ่งในแต่ละเสี้ยววินาทีนั้นอาจจะมีเหตุการณ์ประทับใจผ่านเข้ามาในชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่เราจะเลือกที่จะบันทึกช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ประทับใจในภายหลังกันหรือเปล่า นั่นจึงเป็นที่มาของแอปฯ InstaSecond ที่จะบันทึกภาพประทับใจของคุณพร้อมบันทึกช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้คุณได้ย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาดีๆที่จะไม่หายไปจากความทรงจำเหล่านี้ครับ :)
ทั้งนี้สำหรับ InstaSecond เปิดให้ผู้ใช้งานทั่งฝั่ง iOS และ Android ได้ดาวน์โหลดไปใช้งานและแบ่งปันช่วงเวลาดีได้แบบฟรีๆกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะว่าไปแล้วหน้าตาอินเตอร์เฟซของ InstaSecond นั้นถ้าใครที่ชอบเล่นแอปฯแต่งภาพแนว Insta... ทั้งหลายก็น่าจะคุ้นเคยกับการใช้งานกันได้ไม่ยากครับ เริ่มต้นมาก็จะมีออปชั่นให้ท่านเลือกว่าจะถ่ายภาพขึ้นมาใหม่หรือจะเลือกรูปจากใน Gallery ของเรามาแต่งเองก็ทำได้ฮะ (ปล. InstaSecond ที่ผมใช้ทดสอบนั้นเป็นของ Android บน Samsung Galaxy S4 ฮะ)
สมมติว่าได้รูปมาแล้วระบบก็จะให้เราทำการ crop ภาพเลือกส่วนที่ต้องการจะนำมาตัดต่อเป็นภาพสวยๆกันได้ จะหมุนภาพในทิศทางไหนก็ได้ตามสะดวกตรงนี้เลยครับ
เสร็จแล้วก็มาถึงหัวใจของแอปฯ InstaSecond ตัวนี้นั่นก็คือการเลือก caption และ font สวยๆมาประกอบภาพตามสไตล์ Typography ยุคนี้ ซึ่งแอปฯ InstaSecond มี Theme ให้เลือกอยู่ถึง 4 แบบคือ Cool, Classic/Vintage, Modern และ Happy Smile ซึ่งสามารถเลือกได้จากการกดปุ่ม More หรือปัดหน้าจอจากทางด้านขวาครับ
โดยในแต่ละ Theme ของ InstaSecond ก็จะมี Skin สำหรับใส่ให้กับภาพของเราอยู่อีกหลายแบบทีเดียวซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ด้วยการปัดที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอครับ (ปล. ส่วนด้านซ้ายเป็น Location สำหรับเช็คอินสถานที่นั้นๆครับ)
เอาละครับในที่สุดผมก็เลือกได้ Skin สวยๆที่ต้องการมาใส่ให้ในภาพของผมแล้วใน InstaSecond แล้ว ทีนี้ยังไงต่อดีละ 555+
ถ้าเราเลือกที่ไอคอนรูปปากกาก็จะเป็นการตั้งชื่อให้กับภาพด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละท่านกันแล้วฮะ :)
เอาละครับเสร็จแล้วก็ได้เวลาแชร์กันเสียที โดยทุกท่านสามารถกดที่ปุ่มลูกศรมุมขวาบนของหน้าจอก็จะเป็นการแชร์ภาพที่เราตัดต่อจากแอปฯ InstaSecond ไปยังแอปฯอื่นๆไม่ว่าจะเป็นการบันทึกลงเครื่องตัวเองเก็บไว้ดูคนเดียวสวยๆหรือจะแชร์ออกไปยังแอปฯ Social Network อื่นๆเช่น Facebook, Twitter หรือที่เน้นสุดๆคือInstagram ก็สามารถแตะแชร์ออกไปได้ง่ายๆจากตรงนี้เลย
นอกจากนี้ InstaSecond ยังมีระบบ Hashtag ที่จะช่วยใส่ tag ให้ภาพของเราได้เวลานำไปโพสต์ออกทาง Social ต่างๆ ที่สำคัญก็คือ tag เหล่านี้ยังจะช่วยให้เรากรองดูได้ด้วยว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นมีใครทำอะไรที่ไหนเหมือนกับเราอยู่นั่นเอง ดูสนุกดีไปอีกแบบครับ :)
อันนี้ผมลองแชร์รูปจาก InstaSecond ต่อไปยัง Instagram ก็จะสามารถนำไปตัดต่อเพิ่มเติมพร้อมกับอัพโหลดผลงานให้ทุกคนได้ชมกันต่อได้แบบไม่มีจังหวะสะดุดเลยทีเดียว ส่วนใครที่ให้ InstaSecond ใส่ tag ให้ก็มีหน้าที่ไป paste ใส่อย่างเดียวสบายแฮดีแท้
เอาเป็นว่าใครสนใจอยากทดลองใช้งานแอปฯ InstaSecond กันดูก็สามารถดาวน์โหลดไปเล่นกันได้ตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้เลยครับ แล้วที่สำคัญอยากจะบอกว่าแอปฯ InstaSecond ดาวน์โหลดกันได้ฟรีอีกต่างหาก งานนี้ชาว IG ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะฮ้าฟฟฟ :D

ดาวน์โหลด InstaSecond สำหรับ iPhone ได้จากลิงค์นี้

ดาวน์โหลด InstaSecond สำหรับ Android ได้จากลิงค์นี้

เครดิต: ป๋าเอก TechXcite