ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy s5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy s5 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

เทียบภาพถ่ายจากกล้องสมาร์ทโฟนเรือธงGalaxy S6 Edge, S5, Note 4 และ iPhone 6

     สำหรับ เครื่อง มือถือ Galaxy S6 และ S6 Edge ที่ Samsung ได้เปิดตัวออกมานั้น จุดเด่น อย่างหนึ่งที่ดู Samsung จะภาคภูมิใจเหลือเกินก็คือความสามารถของกล้อง ที่บอกว่าถ่ายภาพได้ดีเยี่ยม มีสเปกความกว้างของรูรับแสงมากถึง f/1.9 เลยทีเดียว
     ซึ่งเหนือกว่า iPhone 6 ของ Apple ซะอีก และยังมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilization อีกด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้ในฝั่งของ Apple ก็จะต้องเป็นเครื่อง iPhone 6 Plus เท่านั้น ถึงจะมีให้
     เมื่อเกริ่นกันมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะรู้กันเป็นธรรมดา ว่าเมื่อถ่ายออกมาแล้วจะเป็นยังไง ก็จัดไปกันเลย กับการเปรียบเทียบภาพถ่ายตัวอย่าง เทียบกันกับ iPhone 6, Galaxy Note 4 และ Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge
Apple-iPhone-6
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (1)
Apple-iPhone-6 (1)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (1)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (1)
Samsung Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (3)
Samsung Galaxy S6 Edge
Apple-iPhone-6 (3)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (3)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (3)
Samsung Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (4)
Samsung Galaxy S6 Edge
Apple-iPhone-6 (4)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (4)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (4)
Samsung Galaxy S5

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

เทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Galaxy S5 ของใหม่ดีกว่าตรงไหน?

เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs  รุ่นใหม่ พัฒนาจากเดิมตรงไหนบ้าง? เปรียบเทียบสเปค ระหว่าง iPhone 6 และ Samsung Galaxy S6 แล้ว
คราวนี้มาลองเปรียบเทียบสเปคระหว่าง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 กันบ้างว่า Samsung Galaxy S6 มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนจะเจาะลึกในแต่ละส่วน เรามาดูภาพรวม สเปค ของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนครับ
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Samsung Galaxy S5
ด้านดีไซน์
สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ก็คงจะเป็นดีไซน์และวัสดุของ Samsung Galaxy S6 นั่นเอง โดย Samsung Galaxy S5 นั้น เป็นตัวเครื่องพลาสติก สามารถถอดแกะฝาด้านหลังได้ ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 เป็นกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ และมีกระจกครอบทั้งด้านหน้า/ด้านหลัง
อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่บางเฉียบกว่าเดิม โดย Samsung Galaxy S6 บางเพียง 6.8 มิลลิเมตร ในขณะที่ Samsung Galaxy S5 ตัวเครื่องบาง 8.1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังน้ำหนักเบากว่าอีกด้วย
หน้าจอแสดงผล
แม้ว่า ทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED เหมือนกัน
แต่ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ Samsung Galaxy S6 มีความละเอียดของหน้าจอสูงกว่า โดยเป็นแบบ QHD 1440 x 2560 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งทำให้ใช้งานในที่กลางแจ้งได้คมชัดมากยิ่งขึ้น
การประมวลผล
Samsung Galaxy S5 มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 801 แบบ Quad-Core Processor และ RAM ขนาด 2 GBในขณะที่ Samsung Galaxy S6 มาพร้อมชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) และ RAM ขนาด 3 GB
ซึ่งถ้าหากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่า ประมวลผลการทำงานได้อย่างรวดเร็วทั้ง 2 รุ่น ซึ่งงานนี้ คงต้องวัดกันที่ Benchmark กันอีกที โดยได้คะแนนดังนี้ครับ
บทสรุป
ถ้าหากมองในภาพรวม จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy S6 นั้น ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ตัวเครื่อง ที่ดูบางเฉียบ และพรีเมียมขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ ครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลังตัวเครื่อง
หน้าจอความละเอียดสูงแบบ QHD (1440 x 2560 พิกเซล), กล้องด้านหลัง ที่รองรับการใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมไปถึงการประมวลผล ที่ผลการทดสอบเผยออกมาแล้วว่า แรงกว่า Samsung Galaxy S5 อย่างเห็นได้ชัด โดย Samsung Galaxy S6 จะวางจำหน่ายในไทย และเคาะราคาออกมาที่เท่าใด ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395237/

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung Galaxy S5 ออกตัวแป้กมาก! ยอดขายตกต่ำกว่าเป้าถึง 40%




ดูเหมือนปีนี้จะเป็นปีชงจริงๆของ Samsung เพราะอะไรๆก็ดูจะแย่กว่าที่คิดไว้ไปหมด หลังจากที่ Galaxy S5 มือถือเรือธงของ Samsung ที่ได้เปิดตัวมา 9 เดือนแล้ว แต่ก็ยังทำยอดขายกลับไม่สู้ดีเท่าไรนัก ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 40%เลยทีเดียว


ในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดตัว Samsung Galaxy S5 สามารถทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 12 ล้านเครื่อง ซึ่งดูเผินๆก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่เมื่อเทียบกับยอดขายของ Galaxy S4 ใน 68 วันแรกหลังการเปิดตัวนั้นทำได้สูงถึง 20 ล้านก็คงต้องยอมรับว่า Galaxy S5 ล้มเหลวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆหน้า

ในหลายๆตลาดขณะนี้ ยอดขายของ Samsung Galaxy S5 ก็ค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ เช่น ในประเทศจีน ที่มีความต้องการใน Galaxy S5 นั้นตกลงมามากถึง 50%

แน่นอนว่า Samsung ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ายอดขาย Samsung Galaxy S5 จะย่ำแย่ได้ถึงขนาดนี้ ถึงกับต้องหันมาปรับกลยุทธ์เป็นการใหญ่ตามที่ข่าวได้ออกมาก่อนหน้านี้ว่าทาง Samsung จะทำการลดจำนวนรุ่นของ Smartphone ที่จะผลิตนับจากนี้ไป รวมถึงลดค่าและใช้จ่ายต่างๆลงด้วย

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393005

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ กาแลกซี่s5 หรืออื่นๆ ได้ที่ :http://hitech.sanook.com/computer/samsung

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

SAMSUNG ประเทศไทย เปิดตัว GALAXY TAB ACTIVE แท็บเล็ตจอมอึด เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร



ทาง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จํากัด ได้ทำการเปิดตัว Samsung Galaxy Tab Active แท็บเล็ตสุดแกร่ง จอขนาด 8 นิ้ว เพื่อตอบสนองการทำงงานแบบเน้นคนลุยๆ เช่นใช้ตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ หรือในโรงงานที่มีความร้อนสูงๆ หรือแม้แต่ชาวประมงที่ใช้ออกลุยในท้องทะเล ทุกสภาพอากาศ โดย Galaxy Tab Active นี้ จะไม่มีวางขายทั่วไป แต่จะเน้นไปที่การขายองค์กรต่างๆเป็นหลัก
สเปคของ Galaxy Tab Active

หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด WXGA (1280 x 800) TFT LCD
หน่วยประมวลผล(CPU) 1.2 GHz Quad-Core
RAMขนาด 1.5GB แบบ LPDDR3, ROMความจุ 16GB เพิ่มได้ด้วย MicroSD สูงสุด 64GB
กล้องหลัก(กล้องหลัง) 3.1MP มีระบบออโต้โฟกัส พร้อมแฟรช กล้องหน้า 1.2MP
ขนาดตัวเครื่อง 126.2 x 213.1 x 9.75 มม. หนัก 388 กรัม (ในรุ่นที่มีแต่ Wi-Fi) และ 393 กรัม (ในรุ่น LTE)
รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 HS, BT 4.0 BLE, WiFi 802.11 a/b/g/n, NFC
แบตเตอรี่ขนาด 4,450mAh สามารถถอดเปลี่ยนได้ate

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ C-Pen เพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดอ่อน และรวมถึงในบางครั้งที่เราต้องใส่ถุงมือในการทำงาน ก็สามารถหยิบ C-Pen มาใช้เพื่อสั่งการต่างๆ ในระหว่างที่ใส่ถุงมือได้อีกด้วย
มาดูคุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Galaxy Tab Active กันดีกว่าครับ แน่นอนครับว่า ได้รับมาตรฐาน IP67 ที่สามารถกันฝุ่นเข้าได้ 100% และสามารถอยู่ในน้ำลึกได้ถึง 1 เมตร ได้นานถึง 30 นาที และยังสามารถทำงานได้ในทุกๆสภาพอากาศ ตั้งแต่ในที่ที่หนาวจัด อุณหภูมิ -20C ไปจนถึงที่ที่ร้อนสุดๆ ในอุณหภูมิ 60C นอกจากนั้น รอบๆของตัวเครื่อง ยังเป็นตัวกันกระแทกชั้นดี รองรับการร่วงหล่นในความสูง สูงสุด 1.2 เมตร เผลอทำหลุดมือตก ก็ยังสามารถหยิบขึ้นมาใช้งานต่อได้อย่างไม่มีปัญหา

Galaxy Tab Active ยังจะมีระบบ Samsung Knox 2.0 ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆที่สำคัญขององค์กร สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องอื่นๆ ที่กำลังใช้งานอยู่ได้อีก เช่นล็อคการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นบางตัว หรือป้องกันการลบข้อมูล และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี NFC เพื่อตอบสนองการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สมัยใหม่แบบต่างๆ
กล้องหลังของ Galaxy Tab Active ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อถ่ายรูปเท่านั้น ยังสามารถใช้ในการสแกนบาร์โค้ดได้อีกด้วย




และนี่เป็นครั้งแรกของ Samsung ที่ทำแท็บเล็ตให้เสามารถเปิดฝาหลังได้ และแบตเตอรี่ ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้อีก และด้วยแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 4,450mAh จึงทำให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมี Ultra Power Saving Mode ที่จะเปลี่ยนสีหน้าจอให้เป็น ขาว-ดำ เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานอย่างยิ่งยวด


Samsung Galaxy Tab Active ได้มีการออกมาด้วยกัน 2 รุ่น มีรุ่น Wi-Fi และรุ่น LTE โดยเปิดตัวในราคามือถือที่ 21,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 25,900 บาท ในรุ่นรุ่น LTE

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

ลือ!! Samsung Galaxy S6 ว่าจะมีการดีไซน์ใหม่หมด !

Samsung Galaxy S6 - เพิ่งมีข่าวไม่ค่อยดีออกมาเกี่ยวเรื่องผลประกอบการของทาง Samsung ออกมาเพราะดูเหมือนว่ายอดขายและกำไรนั้นมีท่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง




โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2014 นั้นซัมซุง มียอดขายมือถือลดลงกว่า 15% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2 และมีกำไรจากธุรกิจมือถือ ลดลงกว่า 60% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2

และหากนำกำไรไปเปรียบเทียบกับของไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนนั้น Samsung มีรายได้ลดลงถึง 74% นับว่าสูงมากๆ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทำให้สื่อหลายๆ สำนักพากันวิเคราะห์เกี่ยวกับว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

ส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากการที่ Samsung Galaxy S5 ทำยอดขายได้หน้าผิดหวัง เนื่องจากผลตอบรับไม่ดีเท่าที่คาดหวังนั้นเอง

และแน่นอนว่าเจ้าแห่งข่าวหลุดอย่างเว็บไซต์ SamMobile ก็มักไม่พลาดข่าวแบบนี้เพราะล่าสุดนั้นได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับมือถือสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวในปีหน้า ภายใต้โค้ดเนมว่า Project Zero ออกมาแล้ว

แม้ว่าตอนนี้นั้นจะยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ ดีไซน์ หรือ สเปค Samsung Galaxy S6 เลย แต่ได้ เผยออกมามากเท่าไรนัก แต่ที่แน่ๆ สื่อดังหลายสำนักก็พากันฟันธงว่ายัง มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Galaxy S ก็น่าจะดีไซน์ Samsung Galaxy S6 ใหม่หมดแน่นอน!!

เรียกได้ว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ถือเป็นรุ่นแห่งความหวังใหม่ของทางซัมซุงเลยก็ว่าได้ งานนี้คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่า Samsung Galaxy S6 จะดีขึ้นสวยขึ้น และเรียกความสนใจผลิตภัณฑ์ จากลูกค้ามากกว่ารุ่นเดิมๆ แค่ไหน

คาดว่าประมาณเดือนเมษายน 2015 เราคงน่าจะได้เห็น  Samsung Galaxy S6 ตัวจริงกันจะมีความเปลี่ยนแปลงจากพี่น้องในตระกูลมากน้อยแค่ไหน? คงต้องลุ้นกันอีกยาวไกล

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392637

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

รวมโปรโมชั่น iPhone, iPad ในงาน TME2014

มาแล้ว!  iPhone, iPad ในงาน Mobile Expo ศูนย์ฯสิริกิติ์
มาแล้ว! รวมโปรโมชั่น iPhone และ iPad จากเหล่าบรรดาโอเปอเรเตอร์ที่มีภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานจัดตั้งแต่วันที่ 2-5 ตุลาคมนี้เท่านั้น และจะสามารถหาซื้อ iPhone และ iPad หลากหลายรุ่นหลายความจุภายในงานในราคาที่ลดกระหน่ำกันแบบสุดๆไปเลยทีเดียว ดังนี้
AIS
โปรโมชั่น AIS Super Deal
เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน (ติดสัญญา 12 เดือน)
iPhone
  • iPhone 5s 16GB ราคา 13,900 บาท (ปกติ 20,700 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน , แพ็คเกจ iSmart Package 599 บาท
  • iPhone 5s 32GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 22,650 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน , แพ็คเกจ iSmart Package 599 บาท
  • iPhone 5s 64GB ราคา 19,900 บาท (ปกติ 24,900 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน , แพ็คเกจ iSmart Package 599 บาท
  • iPhone 4s 8GB ราคา 5,990 บาท (ปกติ 11,560 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 12 เดือน, แพ็คเกจ iSmart Package 399 บาท – (ระยะสัญญา 18 เดือน)
iPad
  • iPad Air (WiFi+cellular) 16GB ราคา 10,700 บาท (ปกติ 21,400 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 12 เดือน, แพ็คเกจ iPad 799 บาท
  • iPad Air (WiFi+cellular) 32GB ราคา 12,250 บาท (ปกติ 24,500 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 12 เดือน, แพ็คเกจ iPad 799 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 16GB ราคา 8,950 บาท (ปกติ 17,900 บาท) – ชำระค่าบริการล่วงหน้า 12 เดือน, แพ็คเกจ iPad 799 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 32GB ราคา 10,700 บาท (ปกติ 21,400 บาท) – - ชำระค่าบริการล่วงหน้า 12 เดือน, แพ็คเกจ iPad 799 บาท
 DTAC
โปรลดหลุดโลก
เปิดเบอร์ใหม่
iPhone (ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน, ติดสัญญา 12 เดือน)
  • iPhone 5s 16GB ราคา 13,900 บาท (ปกติ 20,700 บาท) – ติดแพ็คเกจ 4G 999 บาท
  • iPhone 5s 32GB ราคา 17,900 บาท (ปกติ 22,600 บาท) – ติดแพ็คเกจ 4G 999 บาท
  • iPhone 5s 64GB ราคา 22,900 บาท (ปกติ 31,950 บาท) – ติดแพ็คเกจ 4G 999 บาท
  • iPhone 5c 16GB ราคา 9,900 บาท (ปกติ 20,730 บาท) – ติดแพ็คเกจ 4G 799 บาท
  • iPhone 5c 32GB ราคา 11,900 บาท (ปกติ 24,550 บาท) – ติดแพ็คเกจ 4G 799 บาท
  • iPhone 4s 8GB ราคา 2,990 บาท (ปกติ 11,450 บาท) – ติดแพ็คเกจ 899 บาท
  • iPhone 4 8GB ราคา 6,990 บาท (ปกติ 11,300 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
iPad (ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน, ติดสัญญา 12 เดือน)
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 16GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 21,650 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 20,100 บาท (ปกติ 24,550 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 23,600 บาท (ปกติ 28,150 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 16GB ราคา 13,400 บาท (ปกติ 17,900 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 21,400 บาท) – ติดแพ็คเกจ 599 บาท
 Truemove H
โปรเปิดเบอร์ใหม่
iPhone 5s (ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน, ติดสัญญา 12 เดือน, แพ็คเกจเริ่มต้น Jumbo Package 599 บาท/เดือน)
  • iPhone 5s 16GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 24,500 บาท)
  • iPhone 5s 32GB ราคา 19,900 บาท (ปกติ 28,300 บาท)
  • iPhone 5s 64GB ราคา 22,100 บาท (ปกติ 31,900 บาท)
iPhone 5c (แบบติดสัญญา 24 เดือน แพ็คเกจ iSmart 899 บาท)
  • iPhone 5c 16GB ราคา 4,990 บาท
  • iPhone 5c 32GB ราคา 7,990 บาท
iPad (ชำระค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน, ติดสัญญา 12 เดือน, แพ็คเกจเริ่มต้น Jumbo Package 599 บาท/เดือน)
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 16GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 21,400 บาท)
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 20,100 บาท (ปกติ 24,600 บาท)
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 64GB ราคา 23,600 บาท (ปกติ 28,100 บาท)
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 128GB ราคา 27,500 บาท (ปกติ 31,500 บาท)
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 16GB ราคา 13,400 บาท (ปกติ 17,900 บาท)
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 32GB ราคา 16,900 บาท (ปกติ 21,400 บาท)
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 64GB ราคา 20,400 บาท (ปกติ 24,900 บาท)
  • iPad mini Retina (WiFi+cellular) 128GB ราคา 24,400 บาท (ปกติ 28,400 บาท)
 โปรเครื่องเปล่า ราคาพิเศษเฉพาะในงาน
iPhone
  • iPhone 5c 8GB ราคา 14,900 บาท (เครื่องเปล่า)
iPad
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 16GB ราคา 20,200 บาท
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 23,400 บาท
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 64GB ราคา 26,900 บาท
  • iPad Air (WiFi+Cellular) 128GB ราคา 30,300 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 16GB ราคา 16,700 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 32GB ราคา 20,200 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 64GB ราคา 23,700 บาท
  • iPad mini Retina (WiFi+Cellular) 128GB ราคา 27,200 บาท
 สามารถหาซื้อ iPhone, iPad ในราคาพิเศษ ลดสูงสุดสูงสุด 9,800 บาทได้ที่บูธของเหล่าโอเปอเรเตอร์ AIS, DTAC, Truemove H ภายในงาน Thailand Mobile Expo ณ ศูนย์ฯสิริกิติ์ ถึงวันที่ 5 ตุลาคมเท่านั้น
* เงื่อนไขในการซื้อ iPhone และ iPad เป็นไปตามที่แต่ละโอเปอเรเตอร์จะกำหนด
** โปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

Preview: ครั้งแรกกับพรีวิว Galaxy Note 4 ของจริงตัวเป็นๆ

Preview: ครั้งแรกกับพรีวิว Galaxy Note 4 ของจริงตัวเป็นๆ
กลับมาอีกครั้งกับการพรีวิวของเล่นใหม่โดยทีมงาน Sanook! Hitech สำหรับวันนี้ทางทีมงานได้มีโอกาสสัมผัสตัวเป็นๆ ของ Samsung Galaxy Note 4 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดที่เพิ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
เพราะเมื่อวานนี้นั้นทาง Samsung ประเทศไทยได้มีการจัดการเปิดตัว Samsung Galaxy Note 4 อย่างเป็นทางการในเมืองไทยเป็นครั้งแรก(สำหรับงานเมื่อวานนั้นเป็นแบบ เวิร์คช็อป มากกว่าเพราะส่วนใหญ่ในงานเท่าที่ผมสังเกตเห็นนั้นส่วนใหญ่มีบล็อกเกอร์และเว็บมาสเตอร์ เรียกได้ว่า เอ็กคลูซีฟ จริงๆ
สำหรับการมาของ Galaxy Note 4 ในครั้งนี้ส่วนที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงจาก Samsung Galaxy Note มากพอสมควรเหมือนกันครับไม่ว่าจะเป็นส่วนของจอ การออกแบบตัวเครื่องที่คราวนี้นั้นมาพร้อม อย่างเป็นตัวไม่ใช่ โพลีคาร์บอเนต เหมือนอย่างรุ่นก่อนๆ แต่เป็นวัสดุแบบอลูมิเนียมแทน และที่ขาดไม่ได้และถือเป็นหัวใจของสมาร์ทโฟนในตระกูลโน๊ตนั้คือ ปากกา S-Pen ทีคราวนี้มาแบบฟูลออฟชั่นกันเลยทีเดียว
มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ สำหรับภาพรวมภายในงานนั้นเป็นการนำแนะนำและพูดคุยกันระหว่าง PM ของทาง Samsung ที่ให้เกียรติบินตรงมาจากเกาหลีเพื่อมาร่วมงานกับเราโดยเฉพาะ เบื้องต้นไมนั้นเป็นการแนะนำ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับGalaxy Note 4 ซึ่งลักษณะใกล้เคียงกับงานเมื่อวัดเปิดตัวที่ผ่านมาครับ งานนี้ PM ของทาง Samsung บรรยายดีครับ และโชคดีที่ทาง Samaung เตรียมลามไว้ให้ด้วย
กว่าจะได้ลองเล่น Samsung Galaxy Note 4 ก็กินเวลาพอสมควรเพราะเค้าสาธิตกันจริงๆ ทดลองเล่นให้เราเห็นกันแบบชอตต่อชอต ตรงนี้ผมว่าดีมากเพราะเชื่อว่าคนที่มาในงานครั้งนี้คงไม่ 100% ที่เป็นสาวกแอนดรอยด์ และในที่สุดเราก็ได้สัมผัส Galaxy Note 4 กันแล้ว
ครั้งแรกที่ได้จับ Samsung Galaxy Note 4 หากพูดถึงดีไซน์โดยรวมแล้วความแตกต่างยังคงไม่ทิ้งห่าง Note 3 รุ่นพี่มากนักแต่ Galaxy Note 4 รุ่นใหม่นั้นมีส่วนของขอบรอบตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทำให้ภาพรวมของGalaxy Note 4 นั้นสวยเชียวละมาดูรูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 4 กันเป็นส่วนๆ ดีกว่าครับ 
สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 ที่พวกเราได้ลองเล่นในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นตัวเครื่องสีขาวตัดขอบด้วยโลหะสีขาวที่ถูกเคลือบมาเรียบร้อยแล้ว ตัวขอบอลูมิเนียมเป็นการเปลี่ยนครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนในตระกูลโน๊ต
ตัวเครื่องมีขนาด 153.5x78.6x8.5 มิลลิเมตร หนักเพียง 176 กรัม ตัวกระจกจอเองจะมีความโค้งเล็กน้อย
มาดูส่วนต่อมากันดีกว่าครับ ด้านหน้าส่วนบน จะมาพร้อมกับลำโพงสำหรับฟังในการสนทนา และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล (f1.9) หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 (QHD) แบบ Super AMOLED เรื่องความคมชัดของภาพ ไม่ว่าจะเรื่องสี หรือเส้นไม่ต้องมาพูดกับ Note 4 เรื่องนี้ทางทีมงานคอนเฟริมว่าสีสดจริงๆ
ถัดมาเป็น ด้านหน้าส่วนล่างของตัวเครื่อง ซึ่งจะมีปุ่มโฮม และปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัสจะประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู กับปุ่มย้อนกลับ ส่วนที่เห็นเป็นเส้นๆ ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะเครื่องที่ทาง Samsung ประเทศไทยนำมาให้เราเล่นเป็นเครื่องที่บินตรงมาจากเกาหลี เลยมีบาร์โค้ดมาด้วย ของจริงไม่มีแน่นอน
ในส่วนของด้านบนของตัวเครื่องจะมีปุ่มช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับการบันทึกเสียง หรือตัดเสียงรบกวน และพอร์ท Infrared Port
ด้านข้างทางขวาของตัวเครื่องนั้นจะประกอบไปด้วยปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ
ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง
ด้านล่างเป็นส่วนของช่องพอร์ต microUSB เวอร์ชัน 2.0 ครับ สำหรับตัว Note 4 นั้นทาง Samsung เปลี่ยนจาก พอร์ต USB เวอร์ชัน 3.0 แทน
ช่องสำหรับเสียบปากกา S Pen Stylus เท่าที่ทดลองดึงเข้า-ออก ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่หลุดหายหายแน่นอน (เว้นหลงลืมแล้ววางไว้)
สำหรับด้านหลังของตัวเครื่องก็มาในโทนสีขาวดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น วัสดุนั้นยังคงเป็นหนังเทียมเช่นเดิม แต่คราวนี้ตัวเครื่องไม่มีรอยเย็บหรือรอยต่อแตกต่างจาก Note 3 อย่างสินเชิง งานดูเนียบ หรูหราทีเดียวครับ

ส่วนบนของตัวเครื่องด้านหลังเป็นตำแหน่งของกล้องหลังและเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) ช่องที่อยู่ในตำแหน่งล่างกล้อง  โดยกล้องดิจิตอลด้านหลังนั้นมาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Smart OIS และ Auto focus
และเมื่อเปิดฝาหลังออกมาก็จะพบกับ ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด, ช่องสำหรับเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD และช่องสำหรับใส่แบตเตอรี่ โดยซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM
แบตเตอรี่ขนาด 3,220 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charge
มาถึงจุดเด่นบนสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note กันบ้าง Galaxy Note 4 กันบ้างสำหรับปากกา S Pen รองรับการเขียนตามน้ำหนักมือ ยิ่งกดแรงปากกาจะมีเส้นหนาขึ้น ถ้ากดปากกาเบาๆ เส้นปากกาจะเล็กลง ให้อารมณ์คล้ายกับการเขียนด้วยปากกาจริงๆ สำหรับปากกา S-Pen บน Samsung Galaxy Note 4 นั้นเรียกได้ว่า มีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัวเลยครับ
นอกจากนี้นั้นปากกา S Pen  รุ่นใหม่นั้นยังทำงานได้ดีกับ ฟีเจอร์ใหม่อย่าง "Smart Select" ที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังจับ Pen Mouse อยู่
มาลองส่วนของปากกากันหน่อยครับ ด้วยเวลาที่มีจำกัดทำให้ทางทีมงานไม่สามารถเล่นได้ครบ เลยเอาส่วนที่ทางทีมงานได้ลองเล่นจริง มาฝากกัน สำหรับใครที่อยากจะเห็นรีวิวฉบับเต็มนั้นรออีกนิด เพราะทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ลงชื่อต่อคิวขอเครื่องมาทดลองเล่นแล้ว งานนี้แฟนๆ ไม่พลาดแน่นอน
ค้นหาถานที่กันหน่อย ปากกาช่วยได้เยอะเลยครับ อย่างตัวอย่างภาพทางทีมงานแค่เขียนคำว่า "ดอนเมือง" และทำการ Login เข้า Google แค่นั้นแผนที่ก็มาเลย
ส่วนต่อมาทดลองใช้ปากกาในการในรายชื่อเบอร์ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เขียนชื่อพร้อมหมายเลขโทรศัพท์แค่นั้น Note 4 จะทำการป้อนรายชื่อให้อัพตโนมัติ แม้ว่าการเขียนตัวเลขจะขาดตอน Note 4 ก็สามารถปรับตัวเองอัตโนมัติได้เลย ฉลาดจริงๆ
"ฟีเจอร์ Wide selfie" การถ่ายภาพแบบ 120 องศาด้วยกล้องหน้า เพื่อให้คุณถ่ายภาพ wefie ได้สนุกกว่าที่เคย **แอบเสียดายมากฟีเจอร์เด่นตัวนี้ทางทีมงานเล่นไม่ทัน แต่ก็เห็นถึงความสามารถของฟีเจอร์นี้พี่ๆ คนอื่นๆ ที่มาร่วมงานและได้แอบเข้าไปถ่ายกับเค้าด้วยเช่นกัน
อ่อ..อย่างมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ เด่นอย่าง "ฟีเจอร์ Fast Charging" บน Samsung Galaxy Note 4 ที่ทำให้คุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่ จาก 0% ไปจนถึง 50% ด้วยเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น เรียกว่าเด้ดไม่แพ้ ฟีเจอร์ อื่นๆ แต่ส่วนนี้ต้องรอได้เครื่องมารีวิวก่อนนะ แล้วทางทีมงานจะมากระซิบว่ามันทำได้จริงไหม?
สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy Note 4 ที่ได้ลองเล่น
สรุปข้อมูลเบื้องต้นสำหรับกำหนดการวางจำหน่ายครับ

1. ในส่วนของราคานั้นยังไม่มีการเคาะออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าคงไม่ห่างจากรุ่นพี่อย่าง samsung galaxy note 3 

2. สำหรับในเมืองไทยจะมีแค่ 3 สี Samsung Galaxy Note 4 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Charcoal Black), สีขาว (Frost White), สีทอง (Bronze Gold) ส่วนสีชมพู (Blossom Pink) ไม่มีขาย

3. ใครอยากเล่นในงาน TME ที่กำลังจะมาถึง 2-5 ตุลาคมทาง Samsung เค้ามีของให้จับครับส่วนการจำหน่ายนั้นหากทันก็อาจมีในงาน แต่เท่าที่สอบถามตอนนี้นั้นมีแต่การเปิดให้ทดลองเล่น เท่านั้น 

4. รุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายนั้นใช้ชิปเซ็ต Exynos 5433 chipset (รองรับ LTE Cat 4) แบบ Octa-Core Processor (Quad-Core 1.9 GHz + Quad-Core 1.3 GHz) 
5. สำหรับ Samsung Gear S นั้นสำหรับประเทศไทยจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายแน่นอนประมาณปลายเดือนตุลาคม 
เอาเป็นว่าอัพเดทกันแค่นี้ก่อนนะครับ พรีวิวครั้งนี้อาจจะยังไม่ละเอียดเท่าไร ด้วยเวลาที่ค่อนข้างบีบ ยังไงทางทีมงานSanook! Hitech สัญญาว่าคราวหน้าหากได้เครื่องมาอีกครั้ง ทางทีมงานจะทำการรีวิวแบบจัดเต็มกันแน่นอน แต่อย่างเดียวที่พูดได้หลังจากได้ทดลองเล่น Samsung Galaxy Note 4 ในช่วงเวลาสั้นๆ Galaxy Note 4 มีอะไรน่าสนใจมากมายอย่างฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้งานได้จริงๆ ในชีวิตประจำวัน และดีไซน์แบบใหม่ของ Samsung Galaxy Note 4 รุ่นใหม่นั้นลบเรื่องสมาทร์โฟนที่ทำจากพาสติกลงอย่างสิ้นเชิง ของแบบนี้ต้องลองเล่นดูด้วยตัวเองครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com