ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy s6 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy s6 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

เทียบภาพถ่ายจากกล้องสมาร์ทโฟนเรือธงGalaxy S6 Edge, S5, Note 4 และ iPhone 6

     สำหรับ เครื่อง มือถือ Galaxy S6 และ S6 Edge ที่ Samsung ได้เปิดตัวออกมานั้น จุดเด่น อย่างหนึ่งที่ดู Samsung จะภาคภูมิใจเหลือเกินก็คือความสามารถของกล้อง ที่บอกว่าถ่ายภาพได้ดีเยี่ยม มีสเปกความกว้างของรูรับแสงมากถึง f/1.9 เลยทีเดียว
     ซึ่งเหนือกว่า iPhone 6 ของ Apple ซะอีก และยังมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilization อีกด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้ในฝั่งของ Apple ก็จะต้องเป็นเครื่อง iPhone 6 Plus เท่านั้น ถึงจะมีให้
     เมื่อเกริ่นกันมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะรู้กันเป็นธรรมดา ว่าเมื่อถ่ายออกมาแล้วจะเป็นยังไง ก็จัดไปกันเลย กับการเปรียบเทียบภาพถ่ายตัวอย่าง เทียบกันกับ iPhone 6, Galaxy Note 4 และ Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge
Apple-iPhone-6
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (1)
Apple-iPhone-6 (1)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (1)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (1)
Samsung Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (3)
Samsung Galaxy S6 Edge
Apple-iPhone-6 (3)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (3)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (3)
Samsung Galaxy S5
Samsung-Galaxy-S6-edge (4)
Samsung Galaxy S6 Edge
Apple-iPhone-6 (4)
Apple iPhone 6
Samsung-Galaxy-Note-4 (4)
Samsung Galaxy Note 4
Samsung-Galaxy-S5 (4)
Samsung Galaxy S5

แนะนำ 10 อันดับมือถือน่าสนใจประจำสัปดาห์

ช่วงนี้ยังคงมีรุ่นใหม่ๆ ถูกส่งออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Samsung Galaxy S6 หรือ Samsung Galaxy S6 edge ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อต้นเดือน แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดของสมาร์ทโฟนเจ้าอื่นๆ เงียบหรือย่อท้อลงกลับยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ทีมงานเลขขอแนะนำ 10 อันดับมือถือน่าสนใจประจำสัปดาห์ (มีนาคม) มาฝากกันซึ่งมีทั้งที่วางจำหน่ายและยังไม่วางจำหน่าย ทางทีมงานหวังว่าข้อมูลดังกล่าวคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย มาไล่ดูกันครับว่าสำหรับอาทิตย์นี้นั้นจะมีรุ่นใดบ้างที่น่าสนใจ  และแน่นอนว่าคงต้องมีสักรุ่นที่โดนใจท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน
ข้อมูลมือถือน่าสนใจ (Editor choice) รายสัปดาห์ ประจำเดือน มีนาคม 2558 *โทรศัพท์มือถือน่าสนใจ (Editor choice) หมายถึงโทรศัพท์มือถือที่แนะนำโดยผู้ดูแลเนื้อหาเว็บไทยโมบายเซ็นเตอร์ดอทคอม
คะแนนโหวตเป็นคะแนนที่ประมวลผลจากคะแนนโหวตของผู้เข้าชมและถูกโพสต์ขึ้นระบบโดยอัติโนมัติ

* ข้อมูลมือถือประจำสัปดาห์คำนวณจากข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์  โดยอันดับอาจจะแตกต่างจาก ข้อมูลมือถือประจำเดือน ที่จะคำนวณจากข้อมูลใน 1 เดือน
อันดับมือถือน่าสนใจ (ไทยโมบายเซ็นเตอร์) เดือน มีนาคม 2558 --> สัปดาห์ที่ 2
Samsung Galaxy S6 edge ( ซัมซุง Galaxy S6 edge ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.1 นิ้ว : 577 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T760
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.2 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB และ RAM (LPDDR4) ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการเก็บบันทึกข้อมูลแบบ Cloud Storage ด้วยบริการ OneDrive (ฟรีพื้นที่เก็บบันทึกข้อมูลขนาด 115 GB นาน 2 ปี)
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA+, 4G LTE Cat6, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth, Infrared หรือ ANT+
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (F/1.9) พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (F/1.9) 

HTC One M9 ( เอชทีซี One M9 )  กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ Super LCD3 Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 441 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.0 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat6, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ Infrared
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20.7 ล้าน Pixels พร้อมกระจกหน้าเลนส์แบบแซฟไฟร์ (Sapphire Cover) และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 4 ล้านพิกเซล (UltraPixel) 

 Motorola Nexus 6 ( โมโตโรล่า Nexus 6 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.96 นิ้ว : 493 ppi : อัตราส่วน 16:9) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 420
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 450 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm APQ8084-AB Snapdragon 805) ความเร็วในการประมวลผล 2.7 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 3 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat6, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels 

Asus ZenFone 2 ( เอซุส ZenFone 2 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ PowerVR G6430
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Intel Atom Z3580 Processor ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB, 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 2 GB หรือ 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
    กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels 

LG G Flex 2 ( แอลจี G Flex 2 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ Curved P-OLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 403) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430
- ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8994 Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core ARM Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz และ Quad-Core ARM Cortex-A57 ความเร็ว 2 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.1 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB หรือ 32 GB และ RAM ขนาด 2 GB หรือ 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- ดีไซน์แบบโค้ง ทั้งตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล พร้อมพื้นผิวที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ที่มีคุณสมบัติ่ในการซ่อมแซมรอยขีดข่วนด้วยตัวเอง (Self-Healing Back Panel Coating)
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2.1 ล้าน Pixels
Apple iPhone 6 Plus ( แอปเปิ้ล iPhone 6 Plus ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมกระจกหน้าจอแบบ Ion-Strengthened Glass ซึ่งมีความโค้งมนที่บริเวณขอบ
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Apple A8 (64-bit) พร้อมหน่วยประมวลผล M8 Motion Coprocessor สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว และระบบปฏิบัติการ iOS 8
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID Sensor : Fingerprint Identity Sensor) บนปุ่ม Home สำหรับตรวจสอบสิทธิในการเข้าใช้งานเครื่องด้วยการสแกน และวิเคราะห์ลายนิ้วมือ พร้อมรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางบริการ Apple Pay
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอล iSight Camera ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels (BSI), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ไฟแฟลชในตัว (True Tone), เทคโนโลยี Focus Pixels, ถ่ายภาพวีดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 60 fps) 

OPPO N3 ( ออปโป้ N3 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 403 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (Fingerprint Sensor : Touch Access) ที่รองรับได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือที่แตกต่างกัน พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัสในแอปพลิเคชันต่างๆ
- กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (Schneider Kreuznach Certified) ซึ่งสามารถหมุนได้ 206 องศา พร้อมระบบหมุนอัตโนมัติตามโหมดของการถ่ายภาพ (Motorized Rotating Camera) 

vivo Xplay 3S ( วีโว Xplay 3S ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 6.0 นิ้ว : 490 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AB Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.3 Jelly Bean)
- ระบบเสียงแบบ Hi-Fi และ DTS Headphone พร้อม Amplifier ในตัว (OPA2604) และชิปประมวลผลเสียงแบบ ESS ES9018 DAC (ES9018 SRN 112db)
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

Lenovo VIBE Shot ( เลอโนโว VIBE Shot ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 441 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.7 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.0 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels พร้อมไฟแฟลช (Triple-LED Flash : Tri-Color), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ปุ่มชัตเตอร์กล้องแบบสองจังหวะ และกล้องด้านหน้า ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels 

Sony Xperia Z3 ( โซนี่ Xperia Z3 )  กับลักษณะเด่นประจำรุ่น 

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 424 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB หรือ 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ LTE, WiFi, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ ANT+
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20.7 ล้าน Pixels พร้อมเลนส์คุณภาพสูงแบบ G Lens, เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor RS for Mobile, ถ่ายภาพวีดีโอ (4K UHD : 2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps) 

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 และ S6 edge เริ่มขายในอเมริกา 11 เม.ย. นี้

ข่าวสารความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง  และ Samsung Galaxy S6 edge ยังคงถูกจับตามองเช่นเคย
อัพเดทล่าสุดนั้นทางเว็บไซต์ Phonearena ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการวางจำหน่าย โดยอ้างแหล่งที่มาซึ่งเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับหนึ่งในสี่ของโอเปอร์เรเตอร์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายในวันที่ 11 เมษายนในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกผ่านทางโอเปอร์เรเตอร์ ทั้ง 4 อย่าง AT&T, Verizon, Sprint และ T-Mobile
นอกจากนี้จากรายงานยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่ามีพนักงานซัมซุงได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าปลีกทั่วประเทศแล้ว นั้นอาจเป็นไปได้ว่าพวกเค้าเข้ามาแนะนำพร้อมทั้งฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์ใหม่อย่าง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge นั้นเอง
ส่วนจำนวนและปริมาณของสินค้านั้นไม่มีการระบุยอดที่ชัดเจน แต่คาดว่างานนี้คงมีต่อคิวซื้อกันตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านแน่นอนครับ!! ด้วยคาดว่าของอาจมีจำนวนจำกัด มาช้าอาจหมดโดยเฉพาะรุ่น Samsung Galaxy S6 edge
ในเมืองไทยนั้นยังไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่ชัดเจน คงต้องรอลุ้นอีกสักระยะหากมีอะไรอัพเดทเพิ่มเติมทางทีมงาน Sanook! Hitech จะรีบนำมารายงานครับ

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

เทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Galaxy S5 ของใหม่ดีกว่าตรงไหน?

เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs  รุ่นใหม่ พัฒนาจากเดิมตรงไหนบ้าง? เปรียบเทียบสเปค ระหว่าง iPhone 6 และ Samsung Galaxy S6 แล้ว
คราวนี้มาลองเปรียบเทียบสเปคระหว่าง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 กันบ้างว่า Samsung Galaxy S6 มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนจะเจาะลึกในแต่ละส่วน เรามาดูภาพรวม สเปค ของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนครับ
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 vs Samsung Galaxy S5
ด้านดีไซน์
สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ก็คงจะเป็นดีไซน์และวัสดุของ Samsung Galaxy S6 นั่นเอง โดย Samsung Galaxy S5 นั้น เป็นตัวเครื่องพลาสติก สามารถถอดแกะฝาด้านหลังได้ ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 เป็นกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ และมีกระจกครอบทั้งด้านหน้า/ด้านหลัง
อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่บางเฉียบกว่าเดิม โดย Samsung Galaxy S6 บางเพียง 6.8 มิลลิเมตร ในขณะที่ Samsung Galaxy S5 ตัวเครื่องบาง 8.1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังน้ำหนักเบากว่าอีกด้วย
หน้าจอแสดงผล
แม้ว่า ทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S5 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED เหมือนกัน
แต่ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ Samsung Galaxy S6 มีความละเอียดของหน้าจอสูงกว่า โดยเป็นแบบ QHD 1440 x 2560 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งทำให้ใช้งานในที่กลางแจ้งได้คมชัดมากยิ่งขึ้น
การประมวลผล
Samsung Galaxy S5 มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 801 แบบ Quad-Core Processor และ RAM ขนาด 2 GBในขณะที่ Samsung Galaxy S6 มาพร้อมชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) และ RAM ขนาด 3 GB
ซึ่งถ้าหากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่า ประมวลผลการทำงานได้อย่างรวดเร็วทั้ง 2 รุ่น ซึ่งงานนี้ คงต้องวัดกันที่ Benchmark กันอีกที โดยได้คะแนนดังนี้ครับ
บทสรุป
ถ้าหากมองในภาพรวม จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy S6 นั้น ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ตัวเครื่อง ที่ดูบางเฉียบ และพรีเมียมขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ ครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลังตัวเครื่อง
หน้าจอความละเอียดสูงแบบ QHD (1440 x 2560 พิกเซล), กล้องด้านหลัง ที่รองรับการใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมไปถึงการประมวลผล ที่ผลการทดสอบเผยออกมาแล้วว่า แรงกว่า Samsung Galaxy S5 อย่างเห็นได้ชัด โดย Samsung Galaxy S6 จะวางจำหน่ายในไทย และเคาะราคาออกมาที่เท่าใด ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395237/

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

รอนิ๊ด!! ใครกำลังคิดซื้อ iPhone 6 เพราะสีชมพูกำลังจะมา

      อัพเดทข่าวความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน จากทางฝั่งของ Apple กันหน่อย เพราะล่าสุดมีข่าวส่งตรงจากวงในว่าอาจมีการเพิ่มสีใหม่เข้าไปอีกสี
      โดยเว็บไชต์ macrumors ได้รายงานข่าวว่า  รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในเดือนกันยายน(เวลาปล่อยสินค้าใหม่ของทาง Apple ประจำปี) นั้นนอกจากจะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของหน่วยความจำให้แรงขึ้นเพื่อให้สามารถแข่งขันกับ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge รุ่นใหม่ได้แล้ว
      กันยายนเราอาจเห็น iPhone 6S มีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 สี นอกจากสีเงิน, สีเทา และสีทอง นั้นคือสีชมพู เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
      สำหรับข่าวดังกล่าวที่ออกมานั้นยังคงเป็นเพียงข่าว(ลือ)อีกแล้ว แต่ก็ทำให้หลายๆ คนรอแน่นอน หากมีiPhone 6 ชมพูของจริงออกมาเชื่อว่าคงขายดีอีกเช่นเคย


      ทางทีมงาน Sanook! Hitech เชื่อว่าในงานอีเว้นท์ คราวหน้านั้นเราจะได้เห็นยักษ์ใหญ่ที่เป็นเสือนอนกินมานานอย่าง Apple ต้องเริ่มดิ้นบางแล้วเพราะการมาของ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge รุ่นใหม่นั้นน่ากลัวจริงๆ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

บทวิจารณ์ Samsung Galaxy S6 การสูญเสียความเป็นตัวเอง เพื่อตาม iPhone 6

     ข่าวไอทีในช่วงสัปดาห์นี้ คงไม่มีข่าวไหนน่าสนใจไปกว่าการเปิดตัว  สมาร์ทโฟนที่ถือเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดกับ iPhone 6 ซึ่งก็มีเสียงวิจารณ์ของผู้ที่ได้รีวิวทดลองใช้จากต่างประเทศแตกต่างกันออก ไป สามารถหาอ่านได้จากทั้งเว็บไอทีหรือเว็บสาย Android
     เสียงวิจารณ์จากเว็บฝั่งแอปเปิลเองในต่างประเทศก็ค่อนข้างดุเดือดไม่แพ้ กัน เพราะสมาร์ทโฟนกลุ่ม Galaxy S ก็เป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของ iPhone มาโดยตลอด และนี่คืออีกหนึ่งบทวิจารณ์จากฝั่งสาวกแอปเปิลต่อคู่แข่งรายนี้
samsung-galaxy-s6-vs-iphone-6เมื่อ Samsung ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง
คุณยังจำโฆษณาเหล่านี้ได้หรือไม่
samsung-galaxy-s6-the-clone-war-3
     2012 – Samsung ทำโฆษณาโชว์ว่าเหนือกว่า iPhone ที่สามารถใส่เมม microSD เพิ่มได้
ภาพจากโฆษณาโชว์ Galaxy S ดึงแบตออกมาเปลี่ยนได้ ขณะผู้ใช้ iPhone ต้องนั่งติดผนัง
2012 – Samsung โฆษณาล้อเลียนผู้ใช้ iPhone ว่าแบตหมดก็ต้องเดินเข้าผนัง เพราะเครื่องเปลี่ยนแบตไม่ได้
samsung-galaxy-s6-the-clone-war.19 AM
2013 – Samsung ล้อเลียนว่า iPhone รุ่นใหม่ มีแค่ย้ายหูฟังมาอยู่ด้านล่าง
samsung-galaxy-s6-the-clone-war.31 AM
2014 – Samsung ทำโฆษณาท้า iPhone ว่าแน่จริงมาเล่น Ice Bucket Challenge เพราะกันน้ำไม่ได้
     แน่นอนว่าในตลาดมือถือระดับพรีเมียม (ราคาเกิน 20,000 บาทขึ้นไป) มีคู่แข่งอยู่มากมาย แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า 2 สมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดคือ iPhone กับ Galaxy S
     ซึ่งตลอดที่ผ่านมาซัมซุงโฆษณาตัวเองด้วยการนำเสนอสิ่งที่ “ไม่มีในไอโฟน” ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์มากมาย, เปลี่ยนแบตได้, เพิ่มเมมได้, กันน้ำ และทำโฆษณาที่ไม่ใช่เพียงโชว์ว่าเหนือกว่า แต่บางครั้งก็ล้อเลียนผู้ใช้ไอโฟนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าความสามารถเหล่านี้ไม่มีในไอโฟน
samsung-galaxy-s6-and-s6-edge
     แต่แล้วใน Galaxy S6 ที่เพิ่งเปิดตัวออกมา โฆษณาเหล่านั้นกลับมาย้อนเข้าตัวเอง เมื่อสเปคที่เผยออกมานั้น
     - Galaxy S6 ไม่มีช่องเสียบ microSD
     - Galaxy S6 เปลี่ยนแบตไม่ได้

     - Galaxy S6 กันน้ำไม่ได้
     - Galaxy S6 ย้ายหูฟังมาอยู่ด้านล่าง
     นอกจากนี้ การที่ไม่มี microSD ทำให้ต้องเพิ่มพื้นที่เครื่องรุ่นต่ำสุดให้เป็น 32GB รวมถึงโละแอพที่ไม่จำเป็นออกไปจำนวนมาก ทั้งที่เคยใช้โฆษณามาว่าทำได้หลากหลายมากกว่าไอโฟน
     การที่ต้องยอมลดทั้งความสามารถของเครื่องลง รวมถึงสิ่งที่เคยใช้โฆษณามาโดยตลอดก่อนหน้านี้ออกไป เหตุผลก็ไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าเพื่อ …
samsung-galaxy-s6-the-clone-war-pic.25 AMลอก iPhone 6
     ปรากฏการณ์ความฮิตของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เป็นสิ่งที่หลายคนแม้แต่แอปเปิลเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อน กับยอดขายถล่มทลายในทุกประเทศ จนสร้างยอดขายทะลุ 74.5 ล้านเครื่องภายในเวลาแค่ 3 เดือน (เทียบปีก่อนหน้าแค่ 47.8 ล้านเครื่อง)
     จนแอปเปิลแซงซัมซุงขึ้น ไปเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลกได้ในไตรมาสล่าสุด ทั้งที่ขายมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาท เทียบกับคู่แข่งที่มีราคาหลักไม่กี่พันขายด้วย
     ประกอบกับยอดขายของ Galaxy S5 ที่ย่ำแย่กว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด จนทำให้กำไรของซัมซุงเองก็ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี โดยความเห็นส่วนใหญ่ก็พุ่งไปที่ “ดีไซน์” ของเครื่อง ที่ดูไม่สมกับราคาสองหมื่นบาทซักเท่าไหร่
samsung-galaxy-s6-vs-iphone-6-2
     ซัมซุงกลับมาพร้อมกับ Galaxy S6 ที่ใช้โลหะเป็นวัสดุด้านหน้าและด้านข้าง ส่วนด้านหลังนั้นเป็นกระจก ขอบด้านข้างทำโค้งมน ซึ่งหลายคนที่ได้เห็น รวมถึงนักข่าวเองก็ต่างช็อค และประสานเสียงออกมาว่ามันช่าง “ลอก iPhone 6″ โดยแท้
samsung-galaxy-s6-the-clone-war-pic.32 AM
samsung-galaxy-s6-the-clone-war-4
     อย่างไรก็ดีเสียงชื่นชมในความสวยงามก็ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าจะทำให้ Galaxy S6 ทำยอดขายได้ดีกว่าที่ S5 เคยทำไว้เมื่อปีก่อน ซึ่งการให้ความสำคัญกับดีไซน์ก็น่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามสิ่งที่ขาด หายไปได้บ้าง
     แต่ถึงอย่างนั้น ดีไซน์ก็ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่ซัมซุงลอก iPhone 6 มา เพราะยังมี …
samsung-galaxy-s6-and-s6-edge-3
     ระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่เลิกใช้แบบรูดนิ้วขึ้นลงแล้ว เปลี่ยนไปใช้แบบแตะ เหมือนกับ Touch ID
samsung-galaxy-s6-the-clone-war
     หน้าจอการใช้งานระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่เหมือน Touch ID จนไม่น่าเชื่อ
samsung-pay
     ชื่อระบบการจ่ายเงินที่เรียก Samsung Pay ก็ช่างคล้ายกับ Apple Pay
samsung-galaxy-s6-the-clone-war-002
คีย์บอร์ดและระบบเดาคำ ก็ช่างคล้ายกับบน iOS 8

samsung-galaxy-s6-vs-iphone-6-cover
Galaxy S6 ยังคงเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของ iPhone 6
     ถึงแม้จะถูกสาวกหลายคนแซะอย่างหนักว่าเน้นลอก iPhone 6 แต่ถึงอย่างนั้น Galaxy S6 ก็ยังมีความสามารถที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่นระบบชาร์จไฟไร้สาย, ชาร์จไฟที่เร็วขึ้น, กล้องที่ดีขึ้น และสเปคอย่างโหด
     รวมถึงการให้ความสำคัญกับดีไซน์มาเป็นเรื่องหลัก ก็น่าจะทำให้หลายคนเลิกมองซัมซุงเป็นมือถือพลาสติกก๊อปแก๊บได้ระดับ หนึ่ง แต่ถ้าถามว่าจะสามารถดึงผู้ใช้ iPhone ให้ย้ายค่ายมาได้แค่ไหนนั้น ก็ยังคงเป็นคำถามอยู่ ในเมื่อตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรเลยที่ Galaxy S6 ทำได้ แล้ว iPhone 6 ทำไม่ได้
     และคู่แข่งในกลุ่มสมาร์ทโฟน Android ที่ซัมซุงถูกถล่มอย่างหนักด้วยสงครามราคา มือถือแค่ไม่กี่พันก็มีสเปคเทพได้ อย่างเช่น Xiaomi, Zenfone ต่างก็ดึงตลาดผู้ใช้ไปได้มากเลยทีเดียว
     โดยสรุปแล้ว Samsung Galaxy S6 น่าจะขายดีกว่ารุ่นก่อนหน้า แต่การตัดสินใจลดจุดเด่นต่างๆ ที่เคยทำให้ตัวเองแตกต่างจากคู่แข่ง มาเป็นทำตามเพื่อให้แข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนพรีเมียมได้นั้น ก็ดูจะเป็นการกลับมาที่ไม่สมศักดิ์ศรีเสียเท่าไหร่เลย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวมือถือ Samsung Galaxy S6 มาแล้ว!

 มาแล้ว! เปิดตัวพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ และกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง "คิดใหม่ทำใหม่" เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ โดยเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จะเปิดตัวและวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จะน่าใช้กว่าเดิม และมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน
มาเริ่มกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน โดยรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
สำหรับปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) โดยมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตโดยสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจะช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง
มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง โดย Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จะเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เนื่องจากใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า และด้านหลังนั่นเอง โดยกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่สามารถเข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
สำหรับใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เนื่องจากตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจะหายห่วงกันไปได้เลย เนื่องจาก Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จเพียงแค่ 10 นาที แต่สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินผ่านมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC และ Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจะเข้าซื้อกิจการไปเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
เพียงแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้และน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge เปิดตัวในไทยเมื่อไหร่ และจะเคาะราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ และคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ เปิดตัวพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวลือก่อนหน้านั้นนั่นเอง
โดยดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่เผยออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว
Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จะชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด และสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินผ่าน NFC และ Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปเมื่อไม่นานนี้นั่นเอง
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ และไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา โดยเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU และหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB และ 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS และ Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น และน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL และระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED และ Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วเพียง 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง
เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus และ Samsung Galaxy S6
เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus และ Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่สามารถถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกต่อไป ทำให้ทางซัมซุง ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จเพียง 10 นาที แต่สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า และเมื่อเทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จะอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่
หลังจากที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง โดย Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa และ Mastercard ซึ่งนอกจากจะจ่ายผ่านเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังสามารถใช้งานผ่าน Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายผ่านบัตรเติมเงิน และบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX และ ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ก่อน โดยในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
ราคา และ วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย
ในงานเปิดตัว ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จะวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จะมีรายชื่ออยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ ส่วนราคา ยังไม่มีการเปิดเผยในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีงานเปิดตัว Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลราคาของทั้ง 2 รุ่นเผยออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
ราคา Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (ประมาณ 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (ประมาณ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (ประมาณ 34,000 บาท)
ราคา Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (ประมาณ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (ประมาณ 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (ประมาณ 38,000 บาท)
ซึ่งราคาข้างต้นนี้ เป็นราคาที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีราคาที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเรามาลอง คำนวณ ราคา Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ ราคา Samsung Galaxy S6 เท่ากับ ราคา Samsung Galaxy S5 ตอนเปิดตัว ที่ 23,800 บาท
ส่วนราคา Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากราคา Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จะสรุป ราคา Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
ราคา Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB ราคา 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB ราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB ราคา 31,800 บาท

ราคา Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB ราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB ราคา 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB ราคา 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี ราคา Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการประมาณการเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริงแต่อย่างใด ต้องติดตามกันต่อไปว่า ซัมซุง ประเทศไทย จะประกาศราคาของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/