ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ thaizones.net นะครับ.. ^0^. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

Microsoft เปิดตัวคีย์บอร์ดพับได้พกพาสะดวก

Microsoft เปิดตัวคีย์บอร์ดพับได้ หรือที่เรียกว่า Universal Foldable Keyboard ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเพื่อให้ใช้งานได้กับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แถมยังสามารถพกพาได้สะดวกอีกด้วย
คีย์บอร์ดพับได้ไม่เพียงแต่ใช้งานได้กับ Microsoft เท่านั้นแต่ยังสามารถใช้งานกับระบบ iOS, Android และระบบ Windows ใน Notebook ด้วยนะ อีกทั้ง Microsoft ยังปรับฟังก์ชันให้เราควบคุมทั้งสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้พร้อมกันด้วย
ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรีนั้น หมดกังวลเรื่องการพกสายชาร์จได้เลย เพราะคีย์บอร์ดพับได้นั้นสามารถชาร์จเพียงครั้งเดียวก็อยู่ได้นานถึง 3 เดือนเลยล่ะ
ส่วนจะมีให้ซื้อขายเมื่อไรนั้น ต้องอดใจรอกับอีกซักนิด เพราะเจ้าคีย์บอร์ดพับได้จะเริ่มวางขายในเดือนกรกฎาคมที่ Microsoft Store ราคา 99.95 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,200 บาทจ้า (แอบแพงเหมือนกันนะเนี่ย สำหรับคีย์บอร์ดโดยส่วนตัวผมแล้วไม่อยากให้ราคาเกิน 2,000 บาทเลยด้วยซ้ำ...)

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Mac OS X และ iOS ติดอันดับ ระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด

Apple ในช่วงปีที่ผ่านมา อาจจะพบเจอปัญหาใน OS ของตัวเองบ่อย จนทำให้ผลการสำรวจจากบริษัท GFI  พบว่า Mac OS X และ iOS ติดอันดับระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่มากที่สุด จนแซงระบบปฏิบัติการอื่นๆทั้ง Windows และ Linux ไปแล้ว
จากที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows จาก Microsoft ดูเหมือนเป็นเป้า ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยต่างพากันกล่าวว่าไม่ปลอดภัย จากช่องโหว่ต่างๆที่ไม่ได้ถูกแก้ไข ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านปลอดภัยให้ทำได้ดียิ่งขึ้น จนในปีล่าสุดนี้ ตกจากสามอันดับแรกของลิสต์ดังกล่าว
ซึ่งผู้ที่พุ่งขึ้นมานำ กลายเป็น OS ของทาง Apple ที่ Mac OS X ครองอันดับ 1 และ iOS อยู่ที่อันดับ 2 ซึ่งรายงานจาก GFI  ยังพบอีกว่า ช่องโหว่ที่พบบน Mac OS X และ iOS ส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับสูงและปานกลางอีกด้วย
และที่ตามมาอันดับ 3 นั้นคือ Linux kernel ที่ปีนี้พบเจอกับ Bug ที่สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งจากช่องโหว่ Heartbleed และ Shellshock นั่นเอง
ส่วนผลรายงานช่องโหว่ของแอพพลิเคชันนั้น ปรากฏว่า บราวเซอร์อย่าง Internet Explorer ของ Microsoftก็นำโด่งมาเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนช่องโหว่มากกว่าอันดับ 2 อย่าง Google Chrome กว่าสองเท่าเลยทีเดียว
แต่น่าแปลกใจที่รายงานดังกล่าว OS ของ Apple ไม่มีการแยกรุ่น ในขณะที่ของ Microsoft มีการแยกรุ่นของ OS เอาไว้ในรายชื่อ ซึ่งอาจทำให้หลายคนคาใจว่า เจ้าไหนที่มีรูรั่วเยอะที่สุดกันแน่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทำไมต้องเป็น Windows 10?

ทำไมต้องเป็น "" 10 ?
เรียงลำดับเลขกัน 7 8 แล้วก็ต้อง 9 แต่ทำไม ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ที่ต่อจาก "วินโดวส์ 8" ไม่เป็นวินโดวส์ 9 แต่กลายเป็น "วินโดวส์ 10"
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ก็ได้เวลาในการสยบข่าวลือเกี่ยวกับชื่อใหม่ของวินโดวส์ว่าจะชื่ออะไร แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้ชื่อ วินโดวส์ 9 แล้วก็ได้คำเฉลยที่ว่า วินโดวส์ตัวใหม่ชื่อ "วินโดวส์ 10" ที่ไมโครซอฟท์ภาคภูมิใจนำเสนอ
ขอบคุณที่มาของภาพประกอบ: www.computerworld.com
เทอร์รี ไมเออร์สัน หัวหน้ากลุ่มระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ บอกว่าเดิมทีไมโครซอฟท์คิดจะใช้ชื่อระบบปฏิบัติการตัวใหม่ว่า "วินโดวส์ วัน" เพื่อให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ อย่างวันโน้ตและวันไดรฟ์ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ "วันไมโครซอฟท์" แต่ก็ถูกท้วงติงว่า
ชื่อนี้ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เคยใช้มาแล้วเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ก็เลยทิ้งชื่อ วัน ไป ที่สุดแล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่า ระบบปฏิบัติการตัวใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาในแบบเดิมๆ ก็เลยลงความเห็นว่า เอาชื่อ "วินโดวส์ 10" นี่แหละ
ไมเออร์สันบอกว่า วินโดวส์ 10 จะมอบประสบการณ์ที่ "ใช่" บนอุปกรณ์ที่ "ใช่" ในเวลาที่ "ใช่" เพราะวินโดวส์ 10 จะสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไปจนถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต่างจากปัจจุบันที่ไมโครซอฟท์จะมีระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง สำหรับแท็บเล็ตก็อีกรูปแบบหนึ่ง และสำหรับสมาร์ทโฟนก็อีกรูปแบบหนึ่ง
ส่วนเรื่องของรูปร่างหน้าตานั้น จากการสาธิตเบื้องต้นที่มีการแสดงให้นักข่าวได้ดูกันนั้น ก็พบว่า หน้าจอของการทำงานนั้น ไม่มีกรอบสี่เหลี่ยมมากมายมากองเหมือนกับวินโดวส์ 8 อีกแล้ว แต่จะมีปุ่มสตาร์ตเมนู เหมือนกับวินโดวส์ 7 และวินโดวส์รุ่นก่อนๆ เมื่อคลิกขึ้นมาถึงจะมีกรอบสี่เหลี่ยมของบรรดาโปรแกรมในเครื่องขึ้นมา เหมือนกับเอาวินโดวส์ 8 ไปรวมๆ อยู่กับวินโดวส์รุ่นเก่า แต่ทำให้การใช้งานเหมือนกับวินโดวส์รุ่นเดิมๆ
คาดว่าวินโดวส์ 10 จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้กันในปลายๆ ปี 2558 ตอนนี้ ต่อจากนี้ก็ค่อยๆ เก็บข่าวเกี่ยวกับวินโดวส์ 10 กันต่อไปว่าจะมีอะไรเด็ดๆ ให้ใช้กันจริงหรือเปล่า
เล่นข้ามจาก 9 ไป 10 อย่างนี้ ก็น่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แล้วคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ ล่ะตอนนี้ใช้วินโดวส์อะไรกันอยู่ครับ แล้วอนาคตจะเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์ 10 กันรึเปล่า..? (ตอนนี้เหมือนว่าจะมี Windows 10 ออกมาให้ดาวน์โหลดกันบ้างแล้วเหมือนกันนะ ถ้าใครอยากลองใช้งานก็สามารถไปหาดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย...ดีหรือไม่ยังไงก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ^^)
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ไมโครซอฟท์ตอบคำถามเกี่ยวกับ Surface รุ่นที่สอง

ไมโครซอฟท์ตอบคำถามเกี่ยวกับ Surface รุ่นที่สอง

หลังการเปิดตัว Surface รุ่นที่สอง Panos Panay ซึ่งเป็น Corporate VP ของแท็บเล็ต Surface และทีมงานของเขาก็ได้เปิดให้ใครก็ได้ถามคำถามเกี่ยวกับ Surface รุ่นใหม่ผ่านทาง Ask Me Anything! บน Reddit ได้ มีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้

Surface 2

  • Surface 2 ที่รองรับ LTE ในตัวจะมาในต้นปีหน้า โดย Surface 2 ที่มากับ LTE จะมีโมดูล GPS ด้วย
  • พื้นที่เก็บข้อมูลที่ใช้งานได้จริงสำหรับเครื่องที่วางขายในสหรัฐเป็น ดังนี้ รุ่น 32 กิกะไบต์ มีพื้นที่ว่าง 18 กิกะไบต์ และรุ่น 64 กิกะไบต์ มีพื้นที่ว่าง 47 กิกะไบต์
  • ลำโพงได้รับการปรับปรุง มีระบบตัดเสียงรบกวนจาก Dolby
  • รองรับ Miracast

Surface Pro 2

  • Surface Pro 2 ยังมีพัดลมอยู่ โดยมีพัดลม 2 ตัว แต่ทีมงาน Surface ยืนยันว่าการทำงานจะเงียบกว่ารุ่นเดิมและตัวเครื่องจะร้อนน้อยกว่ารุ่นเดิม
  • พื้นที่เก็บข้อมูลที่ใช้งานได้จริงสำหรับเครื่องที่วางขายในสหรัฐเป็น ดังนี้ รุ่น 64 กิกะไบต์ มีพื้นที่ว่าง 37 กิกะไบต์ และรุ่น 128 กิกะไบต์ มีพื้นที่ว่าง 97 กิกะไบต์
  • รองรับ Miracast
  • รองรับการแสดงผลจอต่อพ่วงผ่านพอร์ต DisplayPort 1.2 ที่ 2560x1600 พิกเซล
  • ลำโพงได้รับการปรับปรุง มีระบบตัดเสียงรบกวนจาก Dolby
  • ปากกาของ Surface Pro สามารถใช้ร่วมกับ Surface Pro 2 ได้
  • Surface Pro 2 ยังไม่รองรับ InstantGo (ชื่อเดิมคือ Connected Standby) คุณสมบัติ InstantGo นี้จะทำให้อุปกรณ์สามารถเปิดกลับขึ้นมาได้แบบทันทีทันใด และจะมีการปรับปรุงข้อมูลในแอพให้ทันสมัยอยู่เสมอ

อุปกรณ์เสริม

  • ทั้ง Touch Cover 2 และ Type Cover 2 สนับสนุนทัชแพดความแม่นยำสูง (precision touchpad) และสามารถใช้งานได้กับ Surface ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
  • บริษัทยืนยันว่า Type Cover 2 จะมีสี่สี และ Touch Cover 2 จะมีสีดำเพียงสีเดียว แต่บริษัทจะยังขาย Touch Cover รุ่นแรกในราคาปัจจุบัน
  • แบตเตอรี่ใน Power Cover จะถือเป็นแบตเตอรี่ก้อนที่สอง ซึ่งสามารถชาร์จ Surface Pro, Surface 2 และ Surface Pro 2 ได้ (Power Cover ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Surface RT ได้)
  • Docking Station รองรับแค่ Surface Pro และ Surface Pro 2

อื่นๆ

  • เมื่อมีคนถามถึงการใช้ชิป Bay Trail ของอินเทล ทาง Panos ก็ตอบว่าบริษัทไม่ได้ปฏิเสธตัวเลือกซีพียูนี้ และบริษัทจะมองหาทางเลือกในการทำสินค้าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
  • เมื่อมีคนถามถึง Surface mini ทางทีม Surface ก็ตอบแต่เพียงว่า บริษัทไม่มีอุปกรณ์ใหม่ตัวอื่นจะเปิดตัวในวันนี้อีกแล้ว
ที่มา: Ask me Anything! บน Reddit
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Surface 2 และ Surface Pro 2: แรงขึ้น บางเบาลง คีย์บอร์ดมีไฟในตัว

เปิดตัวตามคาดสำหรับ Surface 2 แท็บเล็ตพลัง Windows 8.1 ที่เปิดตัวพร้อมกับทั้งรุ่น RT และรุ่น Pro

ในแง่ของชื่อผลิตภัณฑ์ ไมโครซอฟท์ปรับชื่อของ Surface RT โดยตัดคำว่า RT ออก ทำให้ตัวแท็บเล็ตรุ่น ARM จะใช้ชื่อว่า Surface 2 โดดๆ ส่วนรุ่น x86 ยังต่อท้ายด้วย Pro เป็น Surface Pro 2 ตามเดิม การออกแบบตัวเครื่องมาในทรงเดิมทุกประการ
สเปคตัวเครื่องฝั่ง Surface 2 มีการเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย หน้าจอขนาดเท่าเดิม 10.6" อัพความละเอียดขึ้นเป็น 1920x1080 พิกเซล ปรับซีพียูให้แรงขึ้นเป็น Tegra 4 ควอดคอร์ความถี่ 1.8GHz แรม 2GB แบตเตอรี่ใช้ได้นานขึ้น 25% ใช้งานได้เกินสิบชั่วโมง แต่ตัวเครื่องบางลงเป็น 8.9 มม. น้ำหนักเบาลงเหลือ 680 กรัม
ตัวขาตั้งของ Surface 2 จะมีล็อกสองระดับที่ 20 และ 40 องศาเพิ่มเข้ามาครับ
ทางฝั่งซอฟต์แวร์ Surface 2 มาพร้อมกับ Office 2013 RT เช่นเคย โดยมี Outlook RT เพิ่มเข้ามาด้วย และจะมี Best of Skype สำหรับโทรฟรีเข้าโทรศัพท์บ้านกว่า 60 ประเทศ และ Skype WiFi ฟรี รวมถึงพื้นที่บน SkyDrive อีก 200GB
Surface 2 และ Surface Pro 2
Surface 2 ยังมาพร้อมกับฝาหลังสีใหม่อย่างสีขาวเงิน แต่กระจกด้านหน้ายังคงใช้สีดำเหมือนเดิม
Surface 2 สีเงิน
ทางฝั่ง Surface Pro 2 มาคล้ายๆ กับ Surface 2 คือปรับซีพียูไปเป็นอินเทลรหัส Haswell ซึ่งช่วยให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานขึ้น 75% สเปครุ่นต่ำสุดมีหน่วยความจำภายใน 64GB แรม 4GB รุ่นสูงสุดหน่วยความจำภายใน 512GB แรม 8GB แน่นอนว่าได้ Best of Skype และพื้นที่ SkyDrive อีก 200GB เช่นกัน
ตัวเครื่อง Surface Pro 2 บางลงเหลือ 13.4 มม. น้ำหนักใกล้เคียงของเดิมที่ 900 กรัม ขาตั้งปรับได้สองระดับเช่นเดียวกับ Surface 2
คู่ขาอุปกรณ์เสริมของ Surface 2 นอกจาก Touch Cover ที่บางลง 1 มม. มีไฟในตัว และ Type Cover ที่มีไฟในตัวเช่นกัน แล้วยังมีของใหม่อย่าง Surface Docking Station ที่ใช้สำหรับวาง Surface Pro และ Pro 2 เพื่อเพิ่มพอร์ตเชื่อมต่ออีกมากมายทั้ง USB 2.0 สามช่อง, USB 3.0 หนึ่งช่อง, พอร์ต Mini DisplayPort, Ethernet, Audio In/Out และพอร์ตชาร์จไฟ Wireless Adapter สำหรับงับเข้ากับคีย์บอร์ดเพื่อใช้งานแบบไร้สาย ปิดท้ายด้วยฝาปิดแบบใหม่สำหรับคนชอบใช้งานนานๆ อย่าง Power Cover ที่เคลมว่าช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นถึง 2.5 เท่าตัว และยังมีฟีเจอร์การใช้งานไม่ต่างอะไรกับ Touch Cover
ชุดอุปกรณ์เสริมใหม่ของ Surface 2 นี้ไมโครซอฟท์บอกว่าใช้งานได้กับทุกรุ่น รวมถึงรุ่นเก่าด้วยครับ
Cover ใหม่ทั้งชุด
Surface Docking Station
Surface 2 เปิดราคามาแล้วที่ 449 เหรียญสำหรับรุ่น 32GB ส่วน Surface Pro 2 เริ่มต้นที่ 899 เหรียญ เริ่มขายวันที่ 22 ตุลาคมนี้ใน 21 ประเทศ แต่เปิดให้จองพรุ่งนี้เลยครับ
ที่มา - Surface, สเปคเพิ่มเติมจาก TechCrunch
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Windows 8.1 เริ่มให้ใช้ทั่วโลก ตุลาคมนี้

Windows 8.1 เริ่มให้ใช้ทั่วโลก ตุลาคมนี้

ข่าวดีของผู้ใช้ Windows เมื่อ Microsoft ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเริ่มปล่อย Windows 8.1 ให้อัพเดตพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ซึ่งผู้ที่ใช้งาน Windows 8 อยู่สามารถเข้าไปอัพเดตได้ทาง Windows Store โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


การประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้นับเป็นช่วงเวลาที่ครบรอบ 1 ปี หลังจาก Windows 8 เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แม้อัตราการเติบโตของ Windows 8 จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Microsoft พึงพอใจเท่าที่ควร บวกกับอุปกรณ์ที่รัน Windows 8 ยังไม่สามารถตีตลาดได้ตามเป้าหมายด้วยปัจจัยของสินค้าที่ยังมีอยู่น้อยเกินไป ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ ทำให้ Microsoft จึงตัดสินใจออกอัพเดตระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ชื่อ Windows 8.1 ด้วยระยะเวลายังไม่ถึง 1 ปี นับเป็นการเปลี่ยนโฉมการออกรุ่นใหม่ของ Windows ที่แต่เดิมมักออกทุก 2-3 ปีครั้ง ซึ่งกว่าจะมาเป็น Windows 8.1 ได้ทาง Microsoft ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้หลังได้สัมผัส Windows 8 นั่นจึงเป็นที่มาของการรีเทิร์นของ "ปุ่ม Start" ที่กลับประจำการในตำแหน่งที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากการปรับฟีเจอร์ต่างๆให้ใช้สะดวกต่อผู้ใช้แล้ว Microsoft ยังแสดงให้เห็นว่า Windows 8.1 สามารถรองรับการทำงานบนแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วจนถึง 10.6 นิ้วได้ และเป็นที่มาของข่าวลือของ Surface รุ่น 2 ขนาด 7-8 นิ้วที่ Microsoft กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้การเปิดให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อัพเดตเป็น Windows 8.1 ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ น่าจะมีอุปกรณ์ที่รองรับกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ตามมาอีกเช่นกัน ก็ต้องคอยติดตามว่าจะเป็น Surface รุ่น 2 อย่างที่มีข่าวมาในระยะหลังๆหรือไม่

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรื่องนี้เก่ง ! MS ส่งโฆษณากัด iPad อีก

เรื่องนี้เก่ง ! MS ส่งโฆษณากัด iPad อีก

ในขณะ ที่ Microsoft กับ Google ยังเคลียร์กันไม่ลงตัวเรื่องแอพ Youtube สำหรับ Windows Phone ระหว่างนี้เองการโปรโมต Windows 8 ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นและออกแนวกัดจิกซะเป็นส่วนใหญ่ และล่าสุดเป็นการนำ Lenovo Yoga มาเปรียบเทียบกับ iPad เช่นเคย


โฆษณา ความยาว 31 วินาทีบอกเหล่าถึงบรรยากาศในชั้นเรียนที่นักเรียน นักศึกษาแต่ละคนมีแท็บเล็ตใช้งานกันแทบทุกคนและส่วนใหญ่ใช้ iPad แต่หญิงสาวผู้เป็นตัวละครหลักเลือกใช้ Lenovo Yoga โน๊ตบุ๊คแบบไฮบริดที่รันด้วย Windows 8 มาอุปกรณ์สำหรับการเรียน ด้วยการใช้งานระบบมัลติทัชสกรีนแล้วยังสามารถพับจอได้ถึง 360 องศา Lenovo Yoga จึงเป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและโน๊ตบุ๊คไปในตัว นอกจากนี้ภายใต้ Windows 8 ยังสนับสนุนการใช้งานที่ทำให้ระหว่างเรียนนั้นเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ผิดกับนักเรียน นักศึกษาคนอื่นๆที่ต้องวุ่นวายเมื่อใช้ iPad ขณะเรียนหนังสือ


เล่นกัดจิกกันบ่อยๆแบบนี้ ระวังเถอะ ! ถ้าวันใด Apple ออกโฆษณากัดจิกบ้าง Microsoft จะเงิบจนไปต่อไม่ได้นะจ๊ะ อิอิ !!

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com